Skip to content

“องอาจ” ชี้รบ.ขาลง ทั้งปัญหาความไม่โปร่งใส สืบทอดอำนาจ เชื่อมั่นลด แก้เศรษฐกิจเหลว

04 ก.พ. 2561 | 18:27น.
“องอาจ” ชี้รบ.ขาลง ทั้งปัญหาความไม่โปร่งใส สืบทอดอำนาจ เชื่อมั่นลด แก้เศรษฐกิจเหลว

“องอาจ” ชี้ ปัญหา 4 ประการ ทำรัฐบาลขาลง แนะ “บิ๊กตู่” แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด-สร้างความน่าเชื่อถือให้รบ. ระบุการเลื่อนเลือกตั้งตามลำดับ เป็นปัจจัยสำคัญทำความน่าเชื่อถือลดลง

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่การทำงานในปีท้ายๆ ของรัฐบาลจะอยู่ในช่วงขาลงว่า รัฐบาลอาจจะอยู่ในช่วงขาลงหรือขาขึ้นได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาลเอง ถ้ารัฐบาลทำงานดีมีผลงานประชาชนก็จะให้การสนับสนุน ทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี ไม่มีผลงานเข้าตาประชาชน ก็จะทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงได้ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง น่าจะมาจากสาเหตุสำคัญ 4 ประการคือ 1.ปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใสมาเป็นระยะจากความพยายามหาประโยชน์จากโครงการต่างๆ จนมาประทุเป็นเชื้อไฟลามทุ่งเมื่อผู้คนมุ่งจับจ้องมาที่เรื่องนาฬิกาหรู 2.ปัญหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ แต่เดิมนายกฯแสดงตนอยู่ในสถานะกรรมการใช้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ปรับเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น แต่เมื่อประกาศตัวเป็นนักการเมือง มีความพยายามใช้กลไกต่างๆ ที่ตนเองสร้างขึ้นมาผ่านแม่น้ำ 5 สาย ประกอบกับการเคลื่อนไหวของนายกฯที่รุกหนักในทางการเมืองมากขึ้น ทำให้สถานะของนายกฯเป็นทั้งกรรมการ และผู้เล่นในสนามการเมืองไปพร้อมกัน อันส่งผลให้ถูกมองถึงการสืบทอดอำนาจชัดเจนขึ้น ซึ่งส่งผลถึงความไม่ชอบธรรมในการครองอำนาจ

นายองอาจกล่าว่า 3.ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เข้ามามีอำนาจใหม่ๆ ได้ประกาศเรื่องการปฏิรูปประเทศ เรื่องการปรองดองของคนในชาติ แต่เวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี การปฏิรูปไม่สามารถสัมผัสได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสังคมลดความเหลื่อมล้ำ ในขณะที่การปฏิรูปการเมืองก็มีการใส่วิธีการใหม่ๆ เข้าไปในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะตอบโจทย์เรื่องปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ ในขณะที่เรื่องการปรองดอง ก็ยังเป็นเรื่องล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีอะไรที่ส่ง สัญญาณให้เห็นเป็นรูปธรรม ทำให้ความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของประเทศลดลง

“การเลือกตั้งที่ถูกเลื่อนมาตามลำดับ ก็ทำให้ความน่าเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์ลดลงด้วย หลังจากประกาศครั้งแรก เมื่อ 31 พฤษภาคม 2557 จะใช้เวลาราว 1 ปี จะเริ่มเข้าสู่การเลือกตั้ง จากนั้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ประกาศที่ประเทศญี่ปุ่นว่าเตรียมแผนคิดเลือกตั้งสิ้นปี 2558 หรือต้นปี 2559 เมื่อ 28 กันยายน 2558 ก็กล่าวระหว่างหารือกับเลขาธิการสหประชาชาติว่า คาดว่าจะประกาศเลือกตั้งกลางปี 2560 เมื่อเดินทางไปพบประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศอีกครั้งว่าเลือกตั้งพฤศจิกายน 2561 จนมาถึงการใช้กลไกแม่น้ำ 5 สาย คือ สนช.ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วันทำให้กำหนดจะอยู่ประมาณกุมภาพันธ์ 2562 การเลื่อนการเลือกตั้งมาตามลำดับทำให้ความเชื่อมั่นลดลงตามสมควร” นายองอาจ กล่าว

นายองอาจกล่าวอีกว่า และ 4.ปัญหาการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนถึงแม้รัฐบาลจะโฆษณาว่าเศรษฐกิจโดยรวมดีอย่างไรก็ตาม แต่ความจริงที่ประชาชนสัมผัสได้ ไม่ได้เป็นไปดังคำโฆษณา ประชาชนระดับฐานรากยังอยู่สภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง เศรษฐกิจฝืดเคือง เสียงบ่นระงมเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีมีทุกหย่อมหญ้า ซึ่งรัฐบาลก็คงทราบดี จึงมีความพยายามที่จะแก้ไขแต่เกือบ 4 ปี ก็ยังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนไม่ได้ ก็ทำให้เป็นอีกเหตุปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลยังอยู่ในช่วงขาลง ดังนั้นจากสาเหตุปัจจัยทั้ง 4 ประการที่ทำให้เกิดปัญหาส่งผลเป็นเงื่อนไขทำให้รัฐบาลและ คสช. อยู่ในสภาวะขาลงนี้ ถ้านายกฯ ไตร่ตรองทบทวนดูให้ดี และหาวิธีการแก้ไข ก็อาจจะมีส่วนช่วยให้สภาวะขาลงเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามกลไกอำนาจต่างๆ โดยไม่ยอมแก้ไขก็ย่อมทำให้กลายเป็นสภาวะขาลงมากยิ่งขึ้น เพราะปัญหาซ้อนปัญหาจนยากที่จะเยียวยาแก้ไข อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวมและไม่เกิดผลดีต่อใครทั้งสิ้น จึงอยากเห็นนายกฯแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดหยุดสภาวะขาลง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ด้วยดีเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป

 

ที่มา : มติชนออนไลน์