เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

ไทยออยล์ ตั้งเป้าปี’66 กวาดรายได้ 4 แสนล้าน ท่องเที่ยวฟื้นดันน้ำมันเจ็ตโต 50%

08 มี.ค. 2566 | 14:58น.
โครงการ Clean Fuel Project (CFP)

ไทยออยล์ ตั้งเป้าปี 2566 กวาดรายได้ 4 แสนล้าน น้ำมันเจ็ตโต 50% ท่องเที่ยวฟื้นหลังพ้นโควิด เตรียมลงทุน 3 ปี 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ชูกลยุทธ์ 3V ทรานส์ฟอร์มพอร์ตสู่ธุรกิจใหม่ 25% ในปี 2573 ลดสัดส่วนธุรกิจโรงกลั่น จาก 70-80% เหลือ 40%

วันที่ 8 มีนาคม 2566 นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า ปีนี้ไทยออยล์ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ 4 แสนล้านบาท อาจจะลดลงจากปีก่อนซึ่งเป็นปีที่ธุรกิจน้ำมันเติบโตผิดปกติ สามารถทำได้ถึง 5 แสนล้าน

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไทยออยล์เติบโตในปีนี้หลัก ๆ จะมาจากน้ำมันอากาศยาน มีแนวโน้มดีมานด์เติบโตเพิ่มขึ้น 50% จากความต้องการใช้น้ำมันภาพรวมที่คาดจะเติบโต 4-5% หลังจากจีนเปิดประเทศและมีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คิดเป็นประมาณความต้องการใช้ 15 ล้านลิตรต่อวัน ขยับเข้าใกล้ช่วงก่อนโควิดที่มีความต้องการใช้ 20 ล้านลิตรต่อวัน

ซึ่งจะส่งผลดีต่อไทยออยล์เป็นผู้ผลิตเบอร์ 1 ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด หากตลาดมีแนวโน้มเติบโตขึ้นไทยออยล์ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันอากาศยานได้จากสัดส่วนกำลังการผลิต 10% ของกำลังการกลั่นภาพรวม 300,000 บาร์เรล

บัณฑิต ธรรมประจำจิต
บัณฑิต ธรรมประจำจิต

ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันในปีนี้ คาดการณ์เฉพาะช่วงครึ่งปีแรก น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 80-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งคาดว่าจะต้องมีการปรับประมาณการอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะยังมีความผันผวน จากที่แม้ว่าจีนจะมีการเปิดประเทศแต่ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง Geopolitic ยังไม่นิ่งทั้งสหรัฐ-จีน รัสเซีย-ยูเครน ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐก็มีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลต่อกำลังซื้อ รวมถึงส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

ในขณะที่ตลาดภายในประเทศของไทยก็ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งทางภาคเอกชนต้องการเห็นความต่อเนื่องและความชัดเจนของนโยบายด้านพลังงานเพื่อจะได้ดำเนินธุรกิจต่อไป

นายบัณฑิตกล่าวว่า ในช่วง 3 ปีนี้ (2023-2025) ไทยออยล์มีแผนที่จะใช้งบประมาณในการลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33,000-34,000 ล้านบาท เฉพาะในปีนี้จะมีการใช้งบประมาณการลงทุน 20,000 ล้านบาท

โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 50% อยู่ที่ธุรกิจพลังงานสะอาดในโครงการ Clean Fuel Project (CFP) ซึ่งขณะนี้โครงการมีความคืบหน้าไปแล้ว 90% ในปีนี้จะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมและมีคนงานลงไปทำงานมากกว่า 15,000 คน คาดว่าจะเริ่มทยอยผลิตน้ำมันยูโร 5 ได้ก่อนในไตรมาส 1 ของปี 67 เร็วกว่าแผนที่วางไว้ว่าจะเสร็จทั้งหมดในปี 2568

ขณะที่ส่วนที่เหลือ 50 ล้านเหรียญสหรัฐจะมีการใช้ในการลงทุนโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนเมษายนนี้

และจะใช้เม็ดเงินลงทุนอีก 270 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการขยายโรงงานปิโตรเคมีที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นแห่งที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบัน 1 ล้านตันต่อปี เป็น 2 ล้านตันต่อปี

“ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงโอกาสและความเหมาะสมในการลงทุนโรงงานแห่งที่ 2 ว่าควรจะมีการขยายหรือไม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมาปิโตรเคมีอยู่ในช่วงขาลงเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว ดังนั้นการลงทุนจะต้องมีความระมัดระวัง”

สุดท้ายวงเงินอีก 120 ล้านเหรียญสหรัฐ จะใช้ในการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพร้อมทั้งลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ startup ซึ่งที่ผ่านมาไทยออยล์ได้มีการลงทุนในเวนเจอร์แคปปิตอล 3 กองทุน มีการสร้างสตาร์ตอัพทั้งหมด 6 ราย

นายบัณฑิต กล่าวว่า จากการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไทยออยล์ก็มีแผนที่จะก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และเป็นเน็ต zero ในปี 2060 ทำให้ทางบริษัทต้องมีการปรับแผนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่

โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 แนวคิด The lastman standing ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ช่วงที่ 2 ตามแผนของปี 2022-2025 ตามแนวทาง TOP For the Great Future

โดย T ย่อมาจาก Transformation หมายถึงการทรานส์ฟอร์มในทุกมิติ O คือ Operational to Business Excellence คือ การยกระดับการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างผลกำไรสูงสุด และ P คือ Partnership & Platform หมายถึง การเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตร สร้างแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่

ซึ่งจะดำเนินการผ่านกลยุทธ์ 3V ประกอบด้วย value Maximization คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (HPVs) กลยุทธ์ Value Enhancement คือการมุ่งขยายตลาดไปต่างประเทศ เพื่อรองรับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตโดยจะโฟกัสไปที่ 3 ประเทศคือ อินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย

“ใน 3 ประเทศนี้อินโดนีเซียเรามีโรงงานร่วมกับ Chandra Asri และกำลังจะต่อยอดโรงงานแห่งที่ 2 ขณะที่ในเวียดนามเรามีบริษัท TOP Solven เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย solvent ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามซึ่งเราได้แปลงให้กลายเป็นบริษัท TOP Next เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เรายังมีการร่วมกับพันธมิตรมีการลงทุนในประเทศอินเดีย”

กลยุทธ์ที่ 3 คือ Value Diversification ซึ่งทางไทยออยล์ได้มีการวางแผนที่จะทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงและธุรกิจใหม่ ๆ

“เป้าหมายของการดำเนินการตามแผนนี้จะทำให้ portfolio ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันที่มีการทำกำไรสุทธิจากปิโตรเลียมมากกว่า 70-80% ก็จะลดลงลงเหลือ 40% ในปี 2530 และจะมีรายได้ในส่วนของปิโตรเคมี 30% และจะมีกลุ่มธุรกิจใหม่รวมทางกลุ่ม new S curve 25% ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าจะลดลงจาก 10 เหลือ 5% เพราะบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น”

สำหรับแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่นั้นเราจะเรียกว่า D&S ย่อมาจาก Disinfectant and Surfactant ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ นับว่าเป็นอนาคตเพราะตลาดมีการเติบโตมูลค่าถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโต 5-6% สูงกว่าอัตราการเติบโตของจีดีพี ทั้งยังมีความสามารถในการทำกำไร EBITDA 12-18% ขึ้นสูงกว่าอัตราการทำกำไร EBITDA ไทยออยล์ที่อยู่เพียงระดับไม่ถึง 2 หลักในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังต้องเป็นธุรกิจที่ใช้การขับเคลื่อนเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เราจะดูจากหลายปัจจัยเหล่านี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะลงทุนร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจใดภายในปีนี้

นอกจากนี้ไทยออยล์ยังมีแผนในปี 2026-2030 หลังจากที่เสร็จสิ้นโครงการ หรือ Post CFP ซึ่งจะทำให้มีการ generate รายได้กลับคืนมาสู่บริษัทและจะนำไปใช้ในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (HVPs) ธุรกิจที่มีมูลค่าสูง (HVB) เช่น การผลิตน้ำมันอากาศยานชีวภาพ (Bio Jet) การศึกษาโอกาสลงทุนพัฒนาพลังงานจากไฮโดรเจน (H2) การลงทุนพัฒนาระบบกักเก็บคาร์บอน (CCS) และการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับใช้ประโยชน์จากคาร์บอนที่กักเก็บไว้ (CCU) เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงานสะอาด ไทยออยล์