เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลัดคลังเผยถกบอร์ด EV 10 ก.ย. นี้ ทบทวนทิศทางส่งเสริมการใช้ยานยนต์อีวี
Finance ปลัดคลังเผยถกบอร์ด EV 10 ก.ย. นี้ ทบทวนทิศทางส่งเสริมการใช้ยานยนต์อีวี
ทิฟฟานี่ เตรียมพาอัลบั้มใหม่พบแฟนไทยในคอน ฯ “Tiffany Young: Edge of Calm Tour in Bangkok”
Biz Movement ทิฟฟานี่ เตรียมพาอัลบั้มใหม่พบแฟนไทยในคอน ฯ “Tiffany Young: Edge of Calm Tour in Bangkok”
JMART-SGC รับเกณฑ์คุม Non Bank-BNPL ชี้ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม
Finance JMART-SGC รับเกณฑ์คุม Non Bank-BNPL ชี้ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณขายออก 70,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณขายออก 70,450 บาท
‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
Economic ‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ดูทั้งหมด

มอร์นิ่งสตาร์ฯ ชี้ Q1 เงินไหลเข้ากองทุนรวม 4 หมื่นล้าน

19 เม.ย. 2566 | 14:27น.
กองทุน ตราสารหนี้

มอร์นิ่งสตาร์ เปิดข้อมูลกองทุนรวมไทยไตรมาส 1/66 เงินไหลเข้าสุทธิ 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้าน SSF-RMF เงินไหลเข้าน้อย นักลงทุนเคยชินซื้อช่วยท้ายปี ส่วน LTF ลุ้นนำกลับมาหากเงื่อนไขไม่เปลี่ยนแปลงจะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจได้

วันที่ 19 เมษายน 2566 นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไตรมาสแรกของปี 2566 มีหลายปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาดการลงทุน เช่น ความคาดหวังการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่เปลี่ยนไปจากการปรับลดดอกเบี้ยมาให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยต่อ

โดยในไตรมาสแรกนี้ได้มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นไปที่ 4.75-5.0% ทั้งยังมีเหตุการณ์ในกลุ่มธนาคารของสหรัฐอย่าง Silicon Valley Bank หรือธนาคารอื่นในกลุ่ม Regional Bank ที่ทำให้เกิดความกังวลอยู่ช่วงหนึ่งว่าจะลุกลามไปในวงกว้าง และปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดมีความผันผวนได้ไม่น้อย โดย Morningstar Global Markets Index มีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมกราคม ก่อนจะเป็นขาลงในช่วงกุมภาพันธ์ถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม และมีผลตอบแทนในรอบ 3 เดือนแรกอยู่ที่ 7.3%

กองทุนรวมไทยเงินไหลเข้าสูงถึง 40,000 ล้านบาท

กองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 3.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า มีเงินไหลเข้าสุทธิ 40,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินจากกองทุนตราสารหนี้และตราสารทุนรวมกันราว 30,000 ล้านบาท รวมทั้งมีเงินไหลเข้ากลุ่ม Miscellaneous ซึ่งเป็นเงินจากกลุ่ม capital protected fix term มูลค่า 39,000 ล้านบาท ในขณะที่กองทุน money market มีเงินไหลออกสูงสุดในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหนึ่งไตรมาสกว่า 20,000 ล้านบาท

กองหุ้นไทยเงินไหลหลักพันล้าน

ในไตรมาสแรกดัชนี SET Index มีทิศทางปรับตัวลงจนมาอยู่ที่ระดับ 1,600 จุดช่วงกลางเดือนมีนาคม ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาปิดไตรมาสแรกที่ 1,609.17 จุด และผลตอบแทนรวมหรือ SET TR ที่ -2.7% ต่ำกว่าการลงทุนต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ค่อนข้างมาก โดย Morningstar Global Markets Index อยู่ที่ 7.3% ซึ่งมีส่วนมาจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี

อย่างไรก็ดี จากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงทำให้นักลงทุนมีความสนใจกองทุนหุ้นไทยมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้ โดยกองทุนหุ้นไทยที่ไม่รวมกองทุน LTF, RMF และ SSF มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสม 3 เดือนแรกรวม 3.3 พันล้านบาท ซึ่งหากมองย้อนกลับไปจะพบว่าเป็นเงินไหลเข้าระดับพันล้านครั้งแรกในรอบ 3 ปี ทั้งนี้กองทุนกลุ่มนี้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาราว 2.3 แสนล้านบาท ลดลง 2.8% จากไตรมาสก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากผลตอบแทนกองทุนส่วนใหญ่ติดลบ

กองทุน SSF-RMF เงินไหลเข้ายังน้อย

กองทุนเพื่อการออม (SSF-SSFX) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2565 โดยในไตรมาสแรกนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1,100  ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อยที่ 1,300 ล้านบาท

โดยกองทุนกลุ่ม Equity Large-Cap มีมูลค่าการลงทุนแบบกองทุนเพื่อการออม 1.5 หมื่นล้านบาท มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดในไตรมาสแรกเกือบ 300 ล้านบาท แต่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว 2.8% เนื่องจากมีผลตอบแทนเฉลี่ย -3.8% กองทุนที่ได้รับความนิยมนั้นส่วนใหญ่มาจาก บลจ.รายใหญ่ เช่น บลจ.ไทยพาณิชย์,

กองทุน RMF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 4.1 แสนล้านบาท ลดลง 1.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยประเภทการลงทุนหลักอย่างกองทุนตราสารทุนมีการหดตัวลงเล็กน้อย หรือ -0.3% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 400 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็นเงินไหลออกสุทธิ 1,600 ล้านบาท

โดยมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 400 ล้านบาท เป็นเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนตราสารทุนเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยมูลค่า 1,000 ล้านบาท หรือราวครึ่งหนึ่งเป็นเงินไหลเข้ากองทุนหุ้นจีน ในขณะที่กองทุนประเภทอื่นเป็นเงินไหล

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกยังคงเห็นเม็ดเงินไหลเข้าน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังเคยชินกับการลงทุนกองทุนประเภทนี้ในช่วงท้าย ๆ ของปีมากกว่า จึงทำให้เม็ดเงินเข้าไม่เยอะ

ลุ้นฟื้นกองทุน LTF หนุนหุ้นไทยน่าสนใจ

กองทุน LTF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 3.0 แสนล้านบาท ลดลง 8.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยในปีนี้เงินลงทุนในรอบปี 2017 จะสามารถไถ่ถอนได้ตามเงื่อนไขถือครอง 7 ปีปฏิทิน ทำให้มีเงินไหลออกต้นปีสูงระดับ 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มูลค่า 16,000 ล้านบาท อันอาจมีสาเหตุจากตลาดหุ้นไทยมี

ทั้งนี้ นางสาวชญานีกล่าวว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอกระทรวงการคลัง เรื่องการกลับมาลดหย่อนภาษีให้ผู้ที่ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) โดยประเมินว่า หาก LTF ถูกนำกลับมาจริง คาดว่าอาจจะเป็นตัวที่เข้าเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดหุ้นไทยมากขึ้นได้ แต่ต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไรต่อเรื่องนี้ ซึ่งถ้านำกลับมาและมีเงื่อนไขที่น่าสนใจก็จะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจได้

กองทุนหุ้นนอกฟื้นตัว

กองทุนรวมต่างประเทศ (ไม่รวม Term Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 9.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากไตรมาสก่อนหน้า มีเงินไหลเข้าสุทธิ 27,000 ล้านบาท กองทุนตราสารหนี้เป็นกลุ่มที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด 14,000 ล้านบาท โดยกองทุน Global Bond มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องราว 2 ปี ในไตรมาสที่ผ่านมากลับเป็นกลุ่มที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดของกลุ่มการลงทุนต่างประเทศที่ไม่รวม term fund ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือ 27.2% จากไตรมาสก่อนไปอยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท

ตามมาด้วยที่กองทุนตราสารทุนที่มูลค่าไหลเข้าสุทธิต่ำกว่าเล็กน้อย โดยรวมกองทุนกลุ่มหลักมีการเติบโตได้ดีทั้งจากเงินไหลเข้าและผลตอบแทนที่ฟื้นตัว โดยกองทุนหุ้นทั่วโลกเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 2,700 ล้านบาทและผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 6.1% มูลค่าทรัพย์สินขึ้นมาที่ 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่

กองทุนหุ้นจีนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิที่มูลค่าระดับหมื่นล้านบาทอีกครั้งหลังจากที่เม็ดเงินไหลเข้าแผ่วลงในช่วงปีที่แล้ว

ขณะที่กองทุนหุ้นญี่ปุ่นมีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องอีกหนึ่งไตรมาส โดยในไตรมาสแรกนี้เป็นกลุ่มที่มีเงินไหลออกสุทธิสูงสุดในกลุ่มการลงทุนต่างประเทศที่มูลค่า 2,200 ล้านบาท คิดเป็น organic growth -12% มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนหุ้นญี่ปุ่นเป็นเพียงกองทุนกลุ่มเดียวที่ยังมีผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกได้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

5 อันดับ บลจ.ที่มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด

บลจ.ที่มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุดรอบไตรมาส 1/2566  (ไม่รวม term fund) นำโดย บลจ.เอไอเอ มีเงินไหลเข้า 2.6 พันล้านบาท คิดเป็น organic growth rate ที่ 5.1% โดยราว 70% จากมูลค่าดังกล่าวมาจากเงินไหลเข้ากองทุนผสม ด้าน บลจ.ยูโอบี และ บลจ.เกียรตินาคินภัทร มีภาพที่ค่อนข้างคล้ายกันในแง่ของมูลค่าเงินไหลเข้า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และ organic growth โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิระดับ 1.6 พันล้าน ซึ่งทั้งสองแห่งมีเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารหนี้เป็นหลัก บลจ.ยูโอบีมีเงินไหลเข้าในกองทุน United Global Income Strategic Bond N ที่ระดับ 3 พันล้านบาท ขณะที่ บลจ.เกียรตินาคินภัทร มีเงินไหลเข้ากองทุน KKP Fixed Income Plus เป็นหลักราว 1 พันล้านบาท

ด้านเงินไหลออกสุทธินั้นเป็นของทางฝั่ง บลจ.รายใหญ่ในอุตสาหกรรม นำโดย บลจ.ไทยพาณิชย์ และบลจ.กสิกรไทยที่มีเงินไหลออกสุทธิมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วย บลจ.กรุงศรี บลจ.อีสท์สปริง และ บลจ.บัวหลวงที่มีเงินไหลออกสุทธิที่มูลค่าใกล้เคียงกัน โดย บลจ.รายใหญ่เหล่านี้มีลักษณะการไหลออกของเงินกองทุนตราสารหนี้ หรือ money market ขณะที่มีการเปิดขายกองทุน term fund อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา