Wellness Tourism ดันธุรกิจเวลเนสไทยโตอันดับ 1 ของโลก ตั้งเป้าไทยขึ้นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก
“หมอแอมป์-ตนุพล วิรุฬหการุญ” BDMS ชี้บริบทโลกเปลี่ยน ดันธุรกิจเวลเนสบูมทั่วโลก เผยเศรษฐกิจเวลเนสไทยมีมูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 24 ของโลก อันดับ 9 ในเอเชีย-แปซิฟิก มีอัตราการเติบโตอันดับ 1 ของโลก ชี้ Wellness Tourism เครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลัก ปักธงไทยขึ้น Top 5 โลก
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 8 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวบนเวทีสัมมนา Beyond ESG: Thailand Transition #เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย ในหัวข้อ “Wellness x Longevity : The Next Growth Engine” เปิดมุมมองอนาคตการแพทย์และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อพลิกความท้าทายจากโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (Growth Engine) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตคนไทย
นายแพทย์ตนุพลกล่าวว่า เวลเนส (Wellness) ในความคิดของเขาคือต้องมีองค์ประกอบที่ดีใน 3 มิติ คือ 1. Physical Health คือสุขภาพกายดี ไม่ป่วย แข็งแรง 2. Mental Health คือสุขภาพใจ สมองดี ซึ่งให้วัดกันที่คุณภาพของการนอน และ 3. Spiritual Health คือ สุขภาพจิตดี ทั้ง 3 ส่วนนี้รวมกันเรียกว่า Wellness หรือสุขภาวะที่ดี โดยอะไรก็ตามที่ทำให้ 3 อันนี้ดีขึ้น เรียกว่าอยู่ในอุตสาหกรรม หรือ Ecosystem ของ Wellness ทั้งหมด ซึ่งถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และชัดเจนยิ่งขึ้นหลังเกิดโควิด
ทั้งนี้ เนื่องจากบริบทโลกเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องการเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดย WHO ระบุว่า ในปี 2576 หรือในอีกไม่เกิน 7 ปีประเทศเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด กล่าวคือ กลุ่มคนอายุเกิน 60 ปีจะมีสัดส่วนเกิน 28% สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่น
“เมื่อผู้สูงอายุเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จะตามมาด้วยคำว่า Unhealthy Aging Society คือผู้สูงอายุเยอะแล้วเจ็บป่วยหนัก คนลำบากคือรุ่นพวกเราที่ต้องดูแลครอบครัว ปัจจุบันไม่ค่อยมีลูกกันอยู่แล้ว แต่ต้องดูแลทั้งพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ในอนาคต 1 คนอาจต้องดูแลถึง 8 คน” นายแพทย์ตนุพลกล่าว และว่า หากเปลี่ยนคำว่า Unhealthy เป็น Healthy Aging Society ได้กลายเป็นทางรอด และจะเปลี่ยนเป็น Asset ได้ทันที
นายแพทย์ตนุพลกล่าวอีกว่า เป้าหมายสูงสุดของ Wellness คือ : อายุยืน ชื่นใจ สุขทั้งกาย หลับสบาย ตายสงบ โดยทำให้ Life Span หรืออายุขัยบนบัตรประชาชน หรือจำนวนปีทั้งหมดที่มีชีวิตอยู่ และ Health Span คือจำนวนปีที่เราสามารถมีสุขภาพดีและปลอดโรคมีความสมดุลกัน
“ปัจจุบันคนมีอายุขัยเพิ่มขึ้น แต่อายุขัยของสุขภาพยังตามไม่ทัน ตัวเลข GAP หรือความทรมานก่อนตายมากขึ้น โดยในปี 2000 เราทรมานก่อนตาย 8 ปี ปัจจุบันเพิ่มเป็น 10 ปี และอนาคตอาจเป็น 12 ปี เพราะหมอเก่ง ยาดี ทำให้เราอยู่ยาวแบบเจ็บป่วย เป้าหมายของประเทศคือเน้นไปที่ Health Span ทำอย่างไรที่จะเพิ่มจาก 65 เป็น 70 ปีได้”
อีกปัจจัยคือ เรื่อง NCDs (Non-communicable Diseases) หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหัวใจ เส้นเลือดแตก ตีบตัน ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปีล่าสุดทั่วโลกมีอัตราการตาย 43 ล้านคน ส่วนประเทศไทยตายปีละ 430,000 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 49-50 คน โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคอ้วน สูงอายุ คนที่มีภาวะความเครียดสูง
นายแพทย์ตนุพลกล่าวถึงเศรษฐกิจเวลเนสโลกด้วยว่า ธุรกิจเวลเนสทั่วโลกในปี 2567 มูลค่ารวม 6.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และจะโตเป็น 9.8 ล้านล้านเหรียญในปี 2572 โดยธุรกิจที่จะเติบโอย่าวโดดเด่นคือ Wellness Real Estate มีอัตราการเติบโต 15% รวมถึง Personal Care & Beauty, ออกกำลังกาย, ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, อาหารสุขภาพ, เวชศาสตร์ป้องกัน ฯลฯ
ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 24 ของโลก และอันดับ 9 ในเอเชีย-แปซิฟิก โดยในปี 2022-2023 มีอัตราการเติบโตถึง 28% เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยเครื่องยนต์สำคัญของไทยคือ Wellness Tourism ที่เติบโตถึง 36.4% เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย และ UAE
นายแพทย์ตนุพลกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เป้าหมายของประเทศไทยคือ เป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก เนื่องจากศักยภาพ 5 ด้านหลัก ๆ ประกอบด้วย 1. มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีมรดกทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง 2. อาหารสุขภาพ ซึ่งช่วยให้สุขภาพดีและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน 3. การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับสากล 4. การเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และ 5. การบริการแบบไทย ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่มีจิตใจรักการบริการและการต้อนรับที่อบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้