เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
Economic แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
Economic เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
Finance หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
Finance คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
Automotive คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
Finance หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
ดูทั้งหมด

“อนาคตหรือจุดจบ” น้ำมันดีเซล-

08 มี.ค. 2561 | 07:00น.

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดของเยอรมนีมีคำพิพากษาสำคัญออกมาในคดีที่ส่อเค้าว่าจะเป็นเครื่องชี้ชะตาของ เครื่องยนต์ดีเซลและรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลในเยอรมนี ถึงขนาดที่มีการพูดถึงกันว่า นี่คือจุดเริ่มต้นไปสู่ “จุดจบของดีเซล”

คดีดังกล่าวมี “ดียูเอช” กลุ่มล็อบบี้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโจทก์ เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเยอรมนี ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองจนในที่สุด ศาลปกครองสูงสุดในเมืองไลป์ซิก มีคำพิพากษาอันเป็นที่สุด ชี้ขาดว่า การห้ามรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเข้าสู่เขตเมือง ถือว่าเป็นการใช้อำนาจ “โดยชอบตามกฎหมาย” เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หมายถึงว่า หากสภาเมืองใดต้องการห้ามก็สามารถกระทำได้ ทั้งที่การออกกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเจ้าของรถยนต์ดีเซลในเยอรมนีหลายล้านคัน และส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจอย่างสำคัญต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมอันดับหนึ่งของประเทศ

เนื่องจากกว่า 1 ใน 3 ของรถยนต์ทั้งหมดในเยอรมนี ที่ใช้กันอยู่บนท้องถนนในเวลานี้ราว 45 ล้านคัน เป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

เครื่องยนต์ดีเซลในเยอรมนีเริ่มเป็นที่นิยมในราวทศวรรษ 1990 หลังจากมีการพัฒนาเทคนิคของเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น อาทิ ระบบเทอร์โบชาร์จ ไดเร็กต์อินเจ็กชั่น ที่ทั้งช่วยเพิ่มสมรรถนะและในเวลาเดียวกันก็ทำให้การเผาไหม้หมดจดมากขึ้น ผลก็คือ ภาพลักษณ์ของเครื่องยนต์ดีเซลที่เคยถือกันว่าเป็นเครื่องที่ทนทานแต่ “สกปรก” ถูกทำลายไปทีละน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นพอถึงปลายทศวรรษดังกล่าว เมื่อรัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลในยุโรปอีกหลายประเทศแสดงความกระตือรือร้นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เริ่มจ่ายเงินชดเชยเพื่อให้ทุกคนหันมาใช้ดีเซลกันมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันดีเซล ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าน้ำมันเบนซิน ซึ่งส่งผลให้ภาษีน้ำมันดีเซลต่ำกว่า ภาษีน้ำมันเบนซินในหลายประเทศในยุโรป เมื่อทั้งถูกกว่าและมีประสิทธิภาพกว่า ทุกคนก็หันไปใช้ดีเซลกันยกใหญ่

โดยในปี 1990 รถจดทะเบียนใหม่ในเยอรมนี เป็นรถดีเซลไม่ถึง 10% แต่พอถึงปี 2000 สัดส่วนเพิ่มเป็น 30% และเมื่อถึงปี 2007 ก็เพิ่มเป็น 47.8%

แต่ทั้งหมดนั่นเปลี่ยนไปจากเหตุการณ์ “ปลอมค่าไอเสีย” ของเครื่องยนต์ดีเซล ที่เรียกกันว่า “ดีเซลเกต” ของ โฟล์คสวาเกนเมื่อปี 2015 และลงเอยด้วยความอื้อฉาวเมื่อปีที่ผ่านมา

“ดีเซลเกต” ส่งผลให้เกิดความกังวลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ไอเสียจากน้ำมันดีเซลจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสาธารณชนหนักหนากว่าที่เคยเชื่อกัน เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และอนุภาคอื่น ๆ ออกมาอีกมาก เหตุการณ์ดังกล่าวทำลายความเชื่อมั่นต่อทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและอุตสาหกรรมรถยนต์ของเยอรมนีอย่างรุนแรง จากข่าวร้ายเป็นระลอก เกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ยอดจดทะเบียนรถใหม่ที่เป็นดีเซลในเยอรมนีเมื่อปี 2017 ลดลงมาอยู่ที่ 38.8% ยังคงสูงอยู่แต่น้อยกว่าช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 47.7%

หลังจากที่ปรากฏชัดเจนว่า เมืองต่าง ๆ ในเยอรมนีร่วม ๆ 70 เมือง มีค่าของไนโตรเจนออกไซด์ เกินกว่าที่อียูกำหนดไว้อยู่เยอะมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนชี้ว่า คำพิพากษาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการห้ามรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในทันที และถึงที่สุดแล้ว การห้ามดังกล่าวก็อาจจำกัดเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ซึ่งผลิตก่อนปี 2015 แต่รถรุ่นใหม่ที่ได้มาตรฐาน “ยูโร 6” ของสหภาพยุโรป ยังสามารถใช้งานได้

ในอีกทางหลายคนเชื่อว่า แม้แต่เครื่องยนต์ดีเซลมาตรฐาน ยูโร 6 ก็อาจได้รับแรงกดดันหนักและต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจากทั้งสหภาพยุโรป ยิ่งข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า เครื่องยนต์ดีเซล คือตัวการก่อให้เกิดไนโตรเจนออกไซด์ในเยอรมนีมากกว่า 40% ของปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ทั้งหมดของประเทศ

แน่นอนอุตสาหกรรมรถยนต์ของเยอรมนีมูลค่าเกือบ ๆ 500,000 ล้านยูโร และก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศร่วม 1 ล้านคน คงไม่อยากให้เกิดการห้ามใด ๆ ขึ้น ทั้งตัวแทนบริษัทและกลุ่มล็อบบี้ของอุตสาหกรรมส่งเสียงค้านพยายามหาทางออกด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์แทน

แต่ทันทีที่อียู ลงมือดำเนินการตามกฎหมาย “ฐานมีสภาวะอากาศเลวร้าย” ต่อเยอรมนี รัฐบาลเยอรมันก็ไม่มีทางเลือก

ยิ่งกระแส “สะอาด” ในหมู่นักการเมืองเพิ่มสูงปรี๊ดอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ โอกาสที่จะเกิดการห้ามเครื่องยนต์ดีเซลแบบเด็ดขาด ก็มีสูงมากขึ้น เห็นได้จากมติให้ลงทุนระบบขนส่งสาธารณะ “ฟรี” ใน 5 เมืองที่ถือเป็น “เมืองต้นแบบ” ในเยอรมนีเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้

ผู้สันทัดกรณีชี้ว่า ประเด็นที่ชวนคิดในเรื่องนี้ก็คือ มันไม่น่าจะยุติอยู่เพียงแค่ในเยอรมนี หากแต่จะลามออกไปทั่วสหภาพยุโรป เมื่อนักการเมืองสีเขียวรวมพลังกับนักอนุรักษ์ กดดันให้อียู ดำเนินการตามพันธะผูกพันด้านสิ่งแวดล้อม มีเมืองใหญ่อย่าง ปารีส, มาดริด และเอเธนส์ ประกาศผูกมัดตัวเองแล้วว่าจะ “แบน” เครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดภายในปี 2025

คำถามก็คือส่วนที่เหลือของโลก จะเป็นอย่างไร ประเทศกำลังพัฒนาจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไร

เครื่องยนต์ดีเซลยังคงเป็น “ขวัญใจ” และเป็น “หัวใจ” ทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายรวมทั้งในประเทศไทย

ดังนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่อนาคตของเครื่องยนต์ดีเซลจะมาอยู่ที่ประเทศโลกที่ 3 พร้อม ๆ กับ ไนโตรเจนออกไซด์ และสม็อกที่ปกคลุมทั่วทั้งเมืองทั้งหลายนั่นเอง

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้