เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
Economic เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
ก.ล.ต. ลงดาบอดีตผู้แนะนำลงทุนแบงก์ 10 ปี เซ่นปมเงินลูกค้า 53.57 ล้าน
Finance ก.ล.ต. ลงดาบอดีตผู้แนะนำลงทุนแบงก์ 10 ปี เซ่นปมเงินลูกค้า 53.57 ล้าน
ไทยรุกตลาดแอฟริกา! โกตดิวัวร์ชวนเอกชนไทยลุยธุรกิจประมง-ปศุสัตว์”
Economic ไทยรุกตลาดแอฟริกา! โกตดิวัวร์ชวนเอกชนไทยลุยธุรกิจประมง-ปศุสัตว์”
ธนารักษ์ เปิดขายเหรียญที่ระลึก เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
Finance ธนารักษ์ เปิดขายเหรียญที่ระลึก เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
Economic แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
Economic เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
Finance หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
Finance คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
Automotive คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

จับเข่าคุย “เกศรา มัญชุศรี” ผลงาน 4 ปี กับอนาคตตลาดทุนไทย-

08 มี.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นส่วนสำคัญของกลไกเศรษฐกิจประเทศไทย เพราะเป็นอีกช่องทางหลักที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ เข้าถึงแหล่งระดมทุนได้เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในตลาดกว่า 700 บริษัท และมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวมกว่า 18.16 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมาร์เก็ตแคปต่อจีดีพีไทยราว 120%

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ต่อทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ฯและความท้าทายของการพัฒนาตลาดทุนไทยในอนาคตในประเด็นต่าง ๆ เป็นการเปิดใจก่อนที่จะหมดวาระตำแหน่งผู้จัดการ ตลท.ในสิ้นเดือน พ.ค. 2561 นี้

เกศรา มัญชุศรี

Q : มองกระแสความอ่อนแอของธรรมาภิบาล บจ.ไทยอย่างไร

ต้องยอมรับว่าคนไทยและบริษัทไทยอาจไม่แข็งแกร่งในเรื่องของความเป็นมืออาชีพมากนัก เมื่อเทียบกับต่างชาติ จึงทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯเน้นทำเรื่องแนวทางการแนะนำ (guideline) เพราะเชื่อมั่นว่าการมีการแนะนำที่ดีจะทำให้ บจ.รู้ว่าควรทำอะไรและทำงานได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันเรื่องคะแนนธรรมาภิบาลหรือ CG ของบริษัทไทยค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นเรื่องที่ท้าทายหลังจากนี้คือสิ่งที่เราแนะนำไป บริษัทต่าง ๆ จะเอาไปทำจริงได้แค่ไหน และทำให้มันเป็นเรื่องปกติในชีวิต ไม่ใช่ทำเพราะเป็นเรื่อง ก.ล.ต.กับตลาดหลักทรัพย์ฯอยากให้ทำ ขณะที่สังคมก็เริ่มท้าทายหลายอย่างที่เห็น ๆ และปฏิกิริยาของคนก็แสดงให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสือดำ หรืออื่น ๆ อันนี้ก็จะเห็นว่าเรื่องพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ และถือว่าเป็นเรื่องท้าทายในอนาคต

“สิ่งที่ตลาดอยากเห็นคือ บจ.ไปทำจริงแล้วได้ประโยชน์กับบริษัทเขาจริง ๆ ซึ่งหากทำแล้วได้ประโยชน์กับเขาแสดงว่ายั่งยืนและเขาก็จะทำต่อไป”

Q : สิ่งที่ตลาดจะผลักดัน บจ.ต่อไปคืออะไร

ตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นำแนวทางเรื่อง CG ของ ตลท.ไปดำเนินการเอง ซึ่งมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์จาก 5 หมวด เป็น 8 หมวด ซึ่ง ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการร่างเกณฑ์ระยะยาว ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะไม่ออกอะไรเพิ่มเติมแล้ว เพราะไม่อยากให้ บจ.สับสนว่าควรจะใช้แนวทาง CG ของใครดี ซึ่ง บจ.จะได้ยึดมาตรฐานเดียวกับของ ก.ล.ต. เพราะเป็นฝ่ายผู้กำกับอยู่แล้ว

โดย ก.ล.ต.จะเน้นไปสู่เรื่องของความยั่งยืน โดยใช้หลักเกณฑ์ที่ DJSI (ดัชนีหลักทรัพย์ที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท) นำมาเป็นหลักในการทำงาน ซึ่งจะทำให้ บจ.เห็นว่าบริษัทได้ประโยชน์ ไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ประโยชน์อย่างเดียว “สิ่งที่ บจ.จะได้มากที่สุดคือมีคนอยากลงทุนในหุ้นของบริษัท การที่มีเรื่อง DJSI จะสะท้อนคุณภาพของ บจ.ว่าน่าเชื่อถือและเหมือนเป็นการการันตีให้เห็น ซึ่งเมื่อผู้ลงทุนชอบบริษัทที่มีความยั่งยืนเมื่อนั้น บจ.ก็จะยั่งยืน”

Q : ผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้จัดการตลาดได้เคยพูดไว้ตั้งแต่แรกว่า “เราไม่ใช่เสือนอนกิน เราไม่ใช่คนที่จะอยู่เฉย ๆ แล้วบอกว่าบุญพาวาสนาส่ง” ให้มีธุรกรรมหรือธุรกิจได้ เพราะฉะนั้นที่เราคำนึงตั้งแต่ต้นคือทำอย่างไรที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมีประสิทธิภาพและกำหนดเป้าหมายธุรกิจข้างหน้า ซึ่งเรื่องแรกคือ 1.การซื้อขายหุ้น 2.เรื่องของ CG และความยั่งยืน และ 3.ตัวของตลาดหลักทรัพย์ฯที่เป็นองค์กรหนึ่งในสังคม แต่ตัวเรายั่งยืนหรือเปล่า

เรื่องของการซื้อขายหุ้นนั้น มีการเดินสายไปหาบริษัทใหม่ ๆ ในต่างจังหวัดและในกลุ่มประเทศ CLMV ด้วย สิ่งที่ต้องการบอกคือตลาดหลักทรัพย์ไทยไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์แค่ในประเทศเท่านั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องวางพื้นฐานการเป็นตลาดหลักทรัพย์ของภูมิภาคด้วย

หากดูข้อมูลย้อนหลังไป 4 ปี การนำบริษัทเข้าไอพีโอเราสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีหุ้นเข้ามาใหม่ทั้งหมด 155 หลักทรัพย์ ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ก็สูงที่สุดในช่วง 6 ปี และมาร์เก็ตแคปของตลาดไทยโตเฉลี่ยปีละ 15% ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าโตสูงที่สุดในภูมิภาค แม้ว่ามูลค่ามาร์เก็ตแคปโดยรวมจะยังเป็นรองตลาดสิงคโปร์ แต่เชื่อว่าในอนาคตเราจะแซงเขาได้แน่นอน

ขณะที่เรื่องของ CG และความยั่งยืนนั้น คะแนนคุณภาพบริษัทจดทะเบียนไทยก็สูงที่สุดในอาเซียน โดยมีบริษัทที่ติดอยู่ในดัชนี DJSI จำนวน 17 บริษัท ใกล้เคียงกับตลาดเกาหลีที่มีจำนวน 22 บริษัท และญี่ปุ่น 20 กว่าบริษัท และเมื่อปีที่แล้วตลาดหลักทรัพย์ไทยก็ได้รางวัลตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ข้อมูลโปร่งใสยั่งยืนเป็นอันดับ 10 ของโลก ซึ่งถือเป็นตลาดในเอเชียแห่งเดียวที่อยู่ในอันดับ 1 ใน 10

“ทุกสิ่งที่เราทำมาจะบอกว่าเราต้องการทำฐานให้แน่น เพื่อที่จะบอกว่าเราไปไกลมากในเชิงที่ว่ามีความคืบหน้ามากทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจประเทศไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เราไปได้ในขณะที่จีดีพีหรือระบบอะไรของเราเดี๋ยวก็หยุด ๆ แต่เราไปต่อได้เรื่อย ๆ ผู้ลงทุนไทยก็ฉลาดขึ้น มีความรู้มากขึ้นและเข้าใจความเสี่ยง เข้าใจว่าจะลงทุนอะไร และวันนี้ก็เริ่มมีการออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมถึงมีการลงทุนใน ICO แล้วด้วย”

Q : ภาพตลาดหลักทรัพย์ฯในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ ตลท.มีการปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น ขณะที่คาดว่าข้างหน้าจะไม่ใช่แค่โมบาย แต่วิธีการจะเปลี่ยนไปเลย เรื่องที่สำคัญคือการระดมทุนแบบ ICO ซึ่งต้องบอกว่า

ทุกวันนี้เทคโนโลยีที่เข้ามาจึงทำให้วิธีการเปลี่ยน ซึ่งคนอาจจะเชื่อถือโดยใช้บล็อกเชนในการซื้อขายมากขึ้น จากเดิมที่คนอาจไม่เชื่อจึงต้องมีตัวกลาง หรือต้องมีตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ในอนาคตเมื่อคนเชื่อเทคโนโลยีระบบมากขึ้น คนอาจใช้บล็อกเชนทำธุรกรรมด้วยกันเองโดยไม่ต้องใช้ตัวกลาง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ

ขณะที่ตลาดก็ต้องเตรียมตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เรื่องแรกคือการทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการภายในก็มีการปรับปรุงระบบทั้งหมด และประการที่สองคือ ไม่ย่อท้อต่อเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ ซึ่งสิ่งที่จะทำมากที่สุด การเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อพร้อมในการรับเทคโนโลยีใหม่และพร้อมที่จะแข่งขันกับคู่ต่อสู้ใหม่ ๆ

“ปัจจุบันเรากำลังปรับปรุงระบบภายในทั้งหมด เพราะว่าบิ๊กดาต้าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเทคโนโลยีใหม่ โดยข้อมูลของ ตลท.ตอนนี้อาจยังไม่สมบูรณ์มาก เพราะลูกค้ารายบุคคลเป็นลูกค้าของโบรกเกอร์ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ ตลท.ทั้งหมด ซึ่งอนาคตอาจจะต้องเก็บรวมกัน ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์จึงเน้นเรื่องบิ๊กดาต้า และทั้งหมดทั้งมวลคือการเตรียมการที่จะไปอีกสเต็ปหนึ่งในอนาคต”

Q : มีอะไรจะส่งไม้ต่อถึงผู้จัดการคนใหม่บ้าง

เชื่อว่าผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ทุกคนมีคุณสมบัติ มีความสามารถที่จะเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นเขาต้องมีมุมมองในการที่จะทำอะไร และผู้จัดการท่านใหม่ก็เป็นคนที่คุ้นเคยกับตลาดอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เราก็ไม่ห่วงเพราะคนที่เป็นผู้จัดการตลาดนั้นแน่ทุกคน

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”