เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
Politics ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
ดูทั้งหมด

ต่างประเทศใช้ MOU ตั้งรัฐบาลหรือไม่ เมื่อ “ก้าวไกล” เตรียมเสนอใช้กับพรรคร่วมรัฐบาล

18 พ.ค. 2566 | 07:38น.

การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ด้วยการนำเสนอการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในทางการเมืองของไทยมาก่อน

กระบวนการหารือเพื่อร่างข้อตกลงดังกล่าวเริ่มต้นแล้ววานนี้ (16 พ.ค.) โดยมีตัวแทนของพรรคการเมือง 5 พรรค ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวประกาศชัยชนะเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเป็นธรรม

ตามรายงานเบื้องต้น นอกจากการแสวงหาจุดร่วมทางการเมืองและนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ ยังจะมีการเสนอชื่อผู้เหมาะสมนั่งตำแหน่งประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรองประธานทั้ง 2 ตำแหน่งอีกด้วย

ที่ผ่านมาในแวดวงการเมือง เมื่อพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล เวลาเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล มักจะตกลงถึงผลประโยชน์ทางการเมือง และกระทรวงที่ตัวแทนแต่ละพรรคต้องรับผิดชอบแล้ว แต่ที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นการรับประกันความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาลผสม มีเพียง “การให้สัตยาบัน” เท่านั้น

บรรยากาศขอบคุณประชาชนของพรรคก้าวไกล

Reuters

 

ทว่า ยังไม่เคยมีครั้งใดที่การหารือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะลงเอยด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

แล้วในต่างประเทศ เมื่อต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม มีการลงนามในข้อตกลงลักษณะเดียวกัน กับที่พรรคก้าวไกลกำลังเจรจากับเหล่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ บีบีซีไทยรวบรวมมาเล่าให้ฟัง

สังคมประชาธิปไตยของชาติตะวันตกในอดีต การจัดตั้งรัฐบาลผสม หรือ coalition government เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่ พรรคการเมืองหลัก ๆ ของแต่ละประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรืออีกหลายชาติในยุโรป มักจะมีพรรคหลักเพียง 2 พรรค 2 ขั้ว

แต่ในบางช่วงเวลา อาจเกิดพรรคตัวแปรขึ้นมา จนทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Hung Parliament หรือ “ภาวะรัฐสภาแขวน” หรือไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด หรือเกินครึ่ง ทำให้รัฐบาลที่ชนะคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ต้องเจรจาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ๆ

และเป็นที่มาของ “ข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล (coalition agreement)” ซึ่งปรากฏขึ้นแล้วในหลายประเทศ

สหราชอาณาจักร

(จากซ้าย) นายนิก เคลกก์ อดีตหัวหน้าพรรคลิเบอรัลเดโมแครต และนายเดวิด คาเมรอน อดีตหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

Getty Images (จากซ้าย) นายนิก เคลกก์ อดีตหัวหน้าพรรคลิเบอรัลเดโมแครต และนายเดวิด คาเมรอน อดีตหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

 

ในช่วงทศวรรษที่ 20 การจัดตั้งรัฐบาลผสมในรัฐสภาอังกฤษเป็นเรื่องที่เห็นไม่บ่อยครั้งนัก นับแต่เกิดการพัฒนาของพรรคการเมืองในสหราชอาณาจักรในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เนื่องจากระบบการเลือกตั้งในอดีต พรรคการเมืองเดียวมีแนวโน้มสูงที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาล

จวบจนปี 2010 ที่ผลการเลือกตั้งทั่วไป กลับไม่มีพรรคการเมืองใดที่ครองเสียงส่วนใหญ่ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดคือ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ของนายเดวิด คาเมรอน จึงได้ตัดสินใจร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคลิเบอรัลเดโมแครตของนายนิก เคลกก์ จึงทำให้เกิด “ภาวะสภาแขวน”

รัฐสภาอังกฤษ

Getty Images

 

ศาสตราจารย์ เวอร์นอน บอกดานอร์ (Vernon Bogdanor) นักรัฐศาสตร์ชื่อดังของอังกฤษ เคยกล่าวในหนังสือเรื่อง “The Coalition and the Constitution” (แปลเป็นภาษาไทยว่า รัฐบาลผสมและรัฐธรรมนูญ) ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2011 ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการเกิดขึ้นของรัฐบาลผสมในสหราชอาณาจักรในอดีตราวปี 1919, 1931 และ 1940 ว่า เกิดขึ้นด้วยเหตุผลเพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

ส่วนการร่วมจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคคอนเซอร์เวทีฟและพรรคลิเบอรัลเดโมแครต หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2010 มีการจัดทำเอกสารข้อตกลงที่เรียกว่า “Coalition Agreement for Stability and Reform” ซึ่งครอบคลุมวาระสำคัญ ๆ เช่น นโยบายต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน การแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆ และหลักการในความรับผิดชอบร่วมกันที่จะดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะสะท้อนถึงการสนับสนุนกันของแต่ละฝ่าย พันธะผูกพันร่วมกัน การให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมาฉันมิตร เป็นต้น

ระหว่างการบริหารประเทศ รัฐบาลผสมจะประเมินและทบทวนความคืบหน้าของข้อตกลงและเผยแพร่เป็นเอกสารชี้แจง อย่างในปี 2013 รัฐบาลอังกฤษได้เผยแพร่เอกสารที่ใช้ชื่อว่า “Mid Term Review : The Coaltion : Together in the national interest” ที่เป็นการทบทวนผลงานและความร่วมมือ เพื่อพิจารณาว่า รัฐบาลผสมในครึ่งหลังของวาระการบริหารงานที่เหลือจะเป็นอย่างไร จะสานต่อความร่วมมือ (renewal) หรือไม่ และเตรียมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต

พรรคคอนเซอร์เวทีฟกับพรรคดียูพีลงนามในข้อตกลงร่วมต่างตอบแทนเพื่อทำให้นางเมย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้

Getty Images/ พรรคคอนเซอร์เวทีฟกับพรรคดียูพีลงนามในข้อตกลงร่วมต่างตอบแทนเพื่อทำให้นางเมย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้

 

ต่อมา รัฐสภาของอังกฤษก็ต้องกลับมาเผชิญกับภาวะสภาแขวนอีกรอบในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2015 ซึ่งนางเทเรซา เมย์ ไม่สามารถนำพรรคคอนเซอร์เวทีฟคว้าชัยชนะด้วยการเป็นพรรคการเมืองที่ครองเสียงข้างมากในการเลือกตั้งได้ เนื่องจากครองได้เพียง 318 ที่นั่ง

แต่ทางเลือกที่นางเมย์ตัดสินใจในการจัดตั้งรัฐบาลคือ การร่วมจับมือกับพรรคสหภาพประชาธิปไตย หรือ ดียูพี ที่มีขนาดใหญ่ลำดับที่ 5 ด้วยจำนวน ส.ส. 10 ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยที่พรรคดียูพีจะไม่ร่วมรัฐบาล

ในครั้งนั้น ทั้งสองพรรคใช้เวลาต่อรองกันกว่าสองสัปดาห์ ก่อนลงเอยด้วยการลงนามในข้อตกลงร่วมกันที่เรียกว่า “confidence and supply agreement” โดยมีสาระสำคัญคือ การให้การสนับสนุนพรรคคอนเซอร์เวทีฟผ่านการโหวตในวาระต่าง ๆ อาทิ การผ่านร่างงบประมาณและการลงมติไว้วางใจในกรณีรัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงสนับสนุนการออกกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับกระบวนการเบร็กซิต ความมั่นคง และอื่น ๆ

เพื่อการนี้ รัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟต้องให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนโครงการและนโยบายบางอย่างของพรรคดียูพี เช่น การเพิ่มงบประมาณให้กับไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพรรคดียูพีอีก 1 พันล้านปอนด์ เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข และการศึกษา ในช่วง 2 ปีนับจากนี้ ขณะที่พรรคดียูพีเองจะให้การสนับสนุนผู้นำอังกฤษในเรื่องการจัดทำงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการเบร็กซิต ความมั่นคง และแผนการออกกฎหมายต่าง ๆ

ความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “MOU”

หลายคนอาจจะยังเกิดความสับสนเกี่ยวกับคำว่าข้อตกลง MOU ว่า ในทางกฎหมายมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

นายคณพศ เฟื่องฟุ้ง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเขียนบทความอธิบายความแตกต่างระหว่าง บันทึกความเข้าใจ หรือ MOU (Memorandum of Understanding) และ “บันทึกข้อตกลง” MOA (Memorandum of Agreement) ซึ่งคนมักจะใช้คำสับสนกัน ไว้ดังนี้

บันทึกความเข้าใจ (MOU) หมายถึง การจัดทำหนังสือโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแสดงความสมัครใจจะปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด และตามเงื่อนไขที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนั้นกับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยหนังสือไม่ได้เป็นสัญญาผูกมัด แต่แสดงความต้องการอันแน่วแน่ของผู้ลงนามว่าจะปฏิบัติดังที่ได้ระบุไว้ และอีกฝ่ายหนึ่งก็มีความเข้าใจเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายใดมิได้ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่สามารถฟ้องร้องในคดีได้ แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาเป็นกรณีว่า MOU ที่ทำไว้นั้น เข้าลักษณะข้อตกลงหรือสัญญาหรือไม่

บันทึกข้อตกลง (MOA) คือ หนังสือหรือสัญญา ที่มีข้อความที่ระบุเป็นหลักเกณฑ์หรือวิธีการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติหรือดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่ตกลง หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ในทางกฏหมาย บันทึกข้อตกลงมีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว เพราะข้อตกลงเป็นสัญญา ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้

เยอรมนี

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้วของเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2021 ลงเอยด้วยการจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรคโซเชียลเดโมแครต ซึ่งครองเสียงสนับสนุนจะประชาชนได้ 25.7% พรรคกรีน (14.8%) และพรรคฟรีเดโมเครต (11.5%) หลังเยอรมนีอยู่ภายใต้การบริหารงานของพรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครต (CDU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล มาอย่างยาวนานกว่า 16 ปี

ผู้นำจาก 3 พรรคการเมืองในเยอรมนีร่วมกันลงนามข้อตกลงเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมสำเร็จในวันที่ 7 ธ.ค. 2021

Getty Images/ ผู้นำจาก 3 พรรคการเมืองในเยอรมนีร่วมกันลงนามข้อตกลงเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมสำเร็จ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2021

 

สำหรับข้อตกลงภายในพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสามพรรคดังกล่าว ลงนามในข้อตกลงที่มีจำนวนกว่า 177 หน้าในชื่อว่า “Dare more progress – Alliance for Freedom, Justice and Sustainability” เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2021 เพื่อเป็นแบบร่างแผนการบริหารประเทศตลอดระยะเวลา 4 ปี

ข้อตกลง มีวาระสำคัญครอบคลุมในหลายด้าน อาทิ ด้านการสร้างรัฐทันสมัย การเปลี่ยนแปลงสู่ยุครัฐบาลดิจิทัล และนวัตกรรม, พันธสัญญาเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและลดภาวะโลกร้อน, การส่งเสริมการค้าการลงทุนและธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมอวกาศและทางทะเล, การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพิ่ม, การสร้างงาน, รัฐสวัสดิการ, กระบวนการยุติธรรม และนโยบายต่างประเทศและสหภาพยุโรป

มาเลเซีย

ที่มาเลเซีย ด้วยวัฒนธรรมทางการเมืองที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะประกอบด้วยแนวร่วมทางการเมือง (bloc) กลุ่มต่าง ๆ จากอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แนวร่วมรัฐบาลบีเอ็น ซึ่งมีพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) มักจะชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล

ทว่าเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป อย่างการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 15 เมื่อเดือน พ.ย. 2021 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีเพียง 2 แนวร่วมทางการเมือง แต่กลับเป็น 3 แนวร่วม เพราะความแตกแยกทางการเมือง ทำให้ 2 แนวร่วมเดิมอ่อนแอลง ในขณะที่ พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย หรือพาส (Parti Islam SeMalaysia หรือ PAS) ซึ่งมีฐานเสียงเป็นชาวมลายูที่นับถือศาสนาอิสลาม ร่วมมือกับ นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตนายกรัฐมนตรีจากอีกพรรคหนึ่ง

ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาเลเซีย บอกกับบีบีซีไทยว่า ภายหลังการเลือกตั้งครั้งนั้น มาเลเซียได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ นายซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ แต่รัฐบาลใหม่กลับไม่มีความมั่นคง เพราะมีความขัดแย้งกันเองระหว่างพรรคอัมโนและพรรคร่วมรัฐบาล ในขณะนั้นพรรคพาสและพรรคของนายมูห์ยิดดิน ยังร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย และก็มีการแย่งชิงอำนาจภายในแนวร่วมรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ ของมาเลเซีย

Getty Images/ นายกรัฐมนตรีซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ ของมาเลเซีย

 

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า การทำข้อตกลงในลักษณะ MOU ทุกประเทศจะมีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสามารถทำระหว่างขั้วรัฐบาลด้วยกันหรือขั้วตรงข้ามอย่างฝ่ายค้านได้ โดยนับตั้งแต่ปี 2021 ในมาเลเซีย รัฐบาลได้ลงนามข้อตกลงแบบ MOU แล้ว 2 ฉบับ

“เมื่อมาถึงเดือน ธ.ค. 2021 รัฐบาลของนายซาบรี จะลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่หวั่นเกรงว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่โหวตให้ จึงหันไปคุยกับพรรคฝ่ายค้านคือ แนวร่วมพีเอช ของนายอันวาร์ อิบราฮิม จึงได้ทำข้อตกลงกัน หรือ MOU”

สาเหตุของการเปิดช่องการหารือกับแนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน เพราะว่า หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ได้รับความเห็นชอบโดยรัฐสภา จะส่งผลทำให้นายซาบรีต้องยุบสภาเพื่อเปิดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ขณะที่พรรคแนวร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยนายอันวาร์ก็ประเมินสถานการณ์แล้วว่า พรรคของตัวเองยังไม่พร้อมกับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่เร็วเกินไป ในขณะที่ยังมีการระบาดของโรคโควิด-19

นักวิชาการรายนี้ อธิบายถึงเหตุผลหลัก ๆ ของการลงนามในครั้งนั้นแบบข้ามห้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ “ความมั่นคงของรัฐบาล” และต้องแลกสิ่งใดเพื่อเป็นการตอบแทนให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยให้สัญญาใน MOU เป็นประเด็นหลัก ๆ ดังนี้

  • รัฐบาลจะไม่ยุบสภาก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2022 ซึ่งในขณะนั้นวาระของรัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี นับแต่ปี 2018 (โดยปกติรัฐบาลมาเลเซียมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี) เนื่องจากความอ่อนแอของรัฐบาล ทำให้เกิดข่าวลือต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับการยุบสภามาโดยตลอด ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลให้มีการยุบสภา เพราะต้องการเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาล โดยพวกเขาจะขึ้นมาครองอำนาจเอง
  • พรรคแนวร่วมฝ่ายค้านจะต้องสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ หรือหากไม่เห็นด้วยก็จะไม่ออกเสียง โดยมีเงื่อนไขที่เป็นข้อแลกเปลี่ยนคือ รัฐบาลจะต้องหารือกับฝ่ายค้านในการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ กับฝ่ายค้านเสียก่อน
  • พรรคร่วมฝ่ายค้านของนายอันวาร์ ที่เคยชอกช้ำจากกรณี “งูเห่า” หรือ ส.ส. ย้ายขั้วการเมืองจนทำให้รัฐบาลของเขาที่เพิ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้ได้เพียงปีกว่า ส่งผลให้ไม่สามารถผลักดันวาระปฏิรูปการเมืองได้สำเร็จ โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการห้าม ส.ส.ย้ายพรรค (anti-hopping law) เพื่อลดความปั่นป่วนทางการเมืองลง แต่ยังไม่สำเร็จ รวมทั้งการแก้กฎหมายว่าด้วยอายุผู้ออกเสียงเลือกตั้งจากเดิม 21 ปี มาเป็น 18 ปี ที่ผ่านการรับรองในรัฐบาลของนายอันวาร์แล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลจำเป็นต้องนำเนื้อหาในข้อตกลงมาบังคับใช้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีซาบรี ยังต้องสานต่อการผลักดันแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยการจำกัดวาระของนายกรัฐมนตรีลงมาเป็นสองวาระ คือไม่เกิน 10 ปีอีกด้วย

  • เงื่อนไขอื่น ๆ ที่รัฐบาลต้องยอมรับคือ งบฯสำหรับ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องได้รับเท่ากัน พร้อมกับเรียกร้องเพิ่มสัดส่วน ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ในกรรมาธิการต่าง ๆ ตามสัดส่วนของ ส.ส. ในสภา

ข้อตกลง MOU ครั้งนี้ระหว่างแนวร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีอายุสิ้นสุดไปแล้วเมื่อรัฐบาลยุบสภา ซึ่งทำให้นายซาบรีสามารถประคองความมั่นคงของรัฐบาลไปได้อย่างราบรื่น

ข้อตกลง MOU ฉบับที่ 2 มีขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 2022 ภายใต้รัฐบาลของนายอันวาร์ ซึ่งเป็นรัฐบาลภายใต้แนวร่วมของพีเอช ร่วมกับพรรคบีเอ็นของพรรคอัมโน ซึ่งเป็นศัตรูคู่แค้นเดิมทางการเมือง และแนวร่วมการเมืองอื่น ๆ รวมกันเป็น 5 กลุ่ม โดยมีจำนวนที่นั่งในสภาค่อนข้างมั่นคงถึง 148 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความไม่มั่นคงอยู่ เนื่องจากยังมีความคลางแคลงใจต่อกลุ่มของพรรคอัมโน ซึ่งปรางทิพย์เชื่อว่า มีมูลเหตุที่เชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการลงนามข้อตกลงฉบับที่ 2 นี้ขึ้นมาเพื่อเสนอให้กับพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 กลุ่มในเดือน ธ.ค. 2022

โดยสาระสำคัญของ MOU ครั้งนี้ คือ

  • ส.ส.ของพรรคแนวร่วมทั้ง 5 กลุ่มจะต้องยกมือสนับสนุนนายอันวาร์ในทุกประเด็นเกี่ยวกับความไว้วางใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ และประเด็นทุกอย่างเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาล

“ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ได้กำหนดข้อกำหนดหนึ่งซึ่งนักวิชาการและนักกฎหมายต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะระบุว่า ถ้า ส.ส. ผู้ใดจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยกมือสนับสนุนรัฐบาลตาม MOU ฉบับนี้ ก็ถือว่าให้พ้นสถานะ ส.ส.” เธออธิบาย

เงื่อนไงดังกล่าวนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนักกฎหมายตั้งคำถามว่า เป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่า ส.ส. ไม่มีสิทธิตัดสินใจเองในการยกมือ

  • เงื่อนไขข้อแลกเปลี่ยนคือ นายอันวาร์จะต้องหารือกับหัวหน้าพรรคหรือแนวร่วมทุกคน ทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีหารือ นายอันวาร์จะถอดถอนตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องต่อรองกับผู้นำพรรคหรือแนวร่วมการเมืองอยู่ตลอดเวลา เพื่อแลกเปลี่ยนกับความมั่นคง และในการลงมติจะใช้การออกเสียงตะโกนพร้อม ๆ (voice vote) กันว่า จะรับหรือไม่รับในลักษณะเดียวกับกับสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ แทนการขานชื่อแต่ละคนเพื่อรับรองมติ

ทั้งนี้ การลงนาม MOU ดังกล่าว พรรคแนวร่วมรัฐบาลและพรรคพันธมิตรได้แถลงข่าวเพื่อแจ้งสาธารณะรับทราบทั้งสองครั้ง

“MOU อย่างที่เรารู้กันดีว่า ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย แต่สาธารณะจะรับรู้ แต่ถ้าใครบิดพลิ้วก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับในมาเลเซีย ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นที่เข้าใจกันและลงนามกัน และเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ใครจะได้อะไรและยอมรับกันได้” เธอกล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ – ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว