ศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าการนิคม 2ลูกหม้อสู้คนนอกบิ๊กพลังงาน-อัญมณี
เปิด 4 ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ.สานงานใหญ่ EEC เผย 2 รองผู้ว่าการ กนอ. “จักรรัฐ-สมจิณณ์” โดดลงท้าชน 2 คนนอก “คมกฤช ตันตระวาณิชย์” ผู้ช่วยเลขาฯ กกพ.สายพลังงาน และ “จุมพล เด่นเมฆา” อดีตรอง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ แสดงวิสัยทัศน์ คาดรู้ผลภายในเม.ย.นี้
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ได้เปิดรับสมัครผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่ไปตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงสมัครจำนวน 4 คน เป็นบุคคลภายใน 2 คน คือ นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการ สายงานบริการและลูกค้าสัมพันธ์ และนางสาวสมจิณณ์ พิลึก รองผู้ว่าการ สายงานกิจการพิเศษ
ส่วนอีก 2 คน เป็นบุคคลภายนอก คือ นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ นายจุมพล เด่นเมฆา อดีตรองผู้อำนวยการ (ธุรกิจ) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ GIT
จากนั้นภายในต้นเดือน เม.ย.นี้ คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่ 5 คน ประกอบด้วยกรรมการจากบอร์ด จำนวน 4 คน และรองผู้ว่าการ กนอ.อีก 1 คน โดยมีนายไพรสัณฑ์ วงศ์สมิทธิ์ เป็นประธานสรรหา จะเปิดให้ผู้สมัครทั้ง 4 คน ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาจากนั้นจะคัดเลือกเสนอชื่อเข้าบอร์ดเพื่อพิจารณา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือ 1 เดือนจึงจะประกาศชื่อผู้ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่
“แน่นอนว่าคนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่นั้นจะต้องมีคุณสมบัติครบตามที่ประกาศ โดยส่วนสำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่รัฐต้องการ มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญสามารถขับเคลื่อนแผนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี”
ทั้งนี้ นายจักรรัฐ รองผู้ว่าการฯ ได้เข้าทำงานที่ กนอ.ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2530 ปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลาถึง 31 ปี ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านไอที การอนุมัติ อนุญาต รวมถึงการได้รับมอบหมายให้ดูแลงานในส่วนของศูนย์SMEs Industrial Transformation Center : SMEs-ITC ซึ่งเป็นศูนย์บริการผู้ประกอบการ SMEs และ startup ในการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ รวมทั้งการให้คำปรึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ SMEs
ส่วนนางสาวสมจิณณ์ รองผู้ว่าการฯ ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อม หรืออุตสาหกรรมเชิงนิเวศ การยกระดับ กนอ.สู่ 4.0 ขณะเดียวกันได้รับหน้าที่ให้ดูนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ)
อนึ่ง กนอ.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัด กระทรวงอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ 56 แห่ง ใน 16 จังหวัด มีผู้ประกอบการมากกว่า 4,566 ราย กนอ.เป็นผู้ลงทุนดำเนินการเอง 17 แห่ง ส่วนที่เหลือดำเนินการร่วมกับเอกชน โดยผลประกอบการของ กนอ.ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.-ธ.ค. 2560) พบว่ามียอดพื้นที่ขาย/เช่า จำนวน 737 ไร่ มีเงินลงทุนรวมกว่า 19,744 ล้านบาท
นอกจากนี้ มีหน้าที่ดำเนินการตามนโยบายรัฐ โดยทำหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ทั้ง 10 จังหวัด และโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา และบทบาทในการพัฒนาพื้นที่ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทั้งท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 นิคมอุตสาหกรรม smart park ซึ่งอยู่ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง รวมถึงศูนย์ SMEs Industrial Transformation Center : SMEs-ITC
รวมถึงการศึกษาตัวอย่างระบบอัจฉริยะของประเทศญี่ปุ่นจาก NEC Corporation โดย NEC จะใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านเครือข่ายระบบโทรศัพท์และโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ระบบปฏิบัติการไอที ระบบการรักษาความปลอดภัย รวมถึงด้านระบบโลจิสติกส์
อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้เตรียมศึกษาการดำเนินงานการจัดประมูลของตลาดกลางโอตะ ที่เป็นตลาดกลางค้าส่ง ผัก ผลไม้ และไม้ดอก ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EFC)
นายไพรสัณฑ์ วงศ์สมิทธิ์ กรรมการ บริษัท พี.ดับบลิว คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเป็นกรรมการกนอ.เปิดเผยในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ว่า เมื่อได้ผู้สมัครทั้ง 4 คนแล้ว ระหว่างนี้จะทำการพิจารณากลั่นกรองเพื่อดูว่าผู้สมัครทุกคนมีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการหรือไม่ โดยไม่ได้กำหนดสเปคว่าเป็นแบบไหน แต่จะเปิดให้ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ก่อน ซึ่งอาจมีผู้เข้ารอบครบทั้งหมดก็ได้ หรือเหลือเพียง1คน จากนั้นจะเสนอชื่อเข้าบอร์ด หากบอร์ดมีความเห็นยังไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้องการ สามารถเปิดสรรหาใหม่ได้
“การที่มีคนนอกเข้ามาสมัคร เพราะเราเปิดให้โอกาสสำหรับผู้บริหารที่มาจากหลาย ๆ ธุรกิจถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการบริหารงานในฐานะการเป็นผู้บริหาร หากมีศักยภาพจะยิ่งทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้ดียิ่งขึ้น”