เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
Finance คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
ดูทั้งหมด

ชำแหละปัญหาสิ่งแวดล้อมEEC หวั่น 20 ปี วิกฤตน้ำเสีย-ขยะ-อากาศพิษ

23 มี.ค. 2561 | 07:44น.

กระทรวงทรัพยากรชำแหละร่างแผนสิ่งแวดล้อมพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ปัญหาเพียบทั้งคุณภาพน้ำผิวดิน-น้ำบาดาลเสื่อมโทรม ปนเปื้อนโลหะหนัก บำบัดน้ำเสียทำได้แค่ 45.13% กากอุตสาหกรรมไม่ได้รับการกำจัด 55.26% มีการลักลอบทิ้งต่อเนื่องชี้หากเกิด EEC ทั้งโรงานอุตสาหกรรม ประชากรทะลักกว่า 18 ล้านคนปัญหาสิ่งแวดล้อมหนักแน่ “รมว.สุรศักดิ์” จี้ข้าราชการทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหา ก่อนสถานการณ์วิกฤตและเลวร้ายสู่อนาคตภาคตะวันออก พร้อมเตรียมชงงบประมาณ 15 โครงการเฉียด9 พันล้านลุยแก้ปัญหา

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดทำแผนสิ่งแวดล้อมเพื่อให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทำแผนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 และมอบหมายให้สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกรศ.)เป็นผู้ประสานรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะกรรมการต่อไปนั้น

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561-2564 ว่า ปัจจุบันพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตจะมีการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง และโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทำให้มีประชากรเพิ่มขึ้นดังนั้น จึงต้องมีการวางแผน และเตรียมการรองรับ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มจากทำการวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันก่อน ระยะที่ 2 เมื่อเริ่มการก่อสร้างโครงการ จะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง และระยะที่ 3 เมื่อโครงการขึ้นเต็มรูปแบบ เพื่อวางแผนรับมือในอนาคต

“ที่ผ่านมา ผมได้ร่วมประชุม EEC หลายครั้งร่างแผนด้านสิ่งแวดล้อมได้รับความสำคัญน้อยที่สุด ขณะที่วันนี้ผมได้ลงพื้นที่ EEC ไปเปิดป่าในเมืองที่ จ.ระยอง มีป่าชายเลน 500-600 ไร่ เห็นขยะลอยมาตามน้ำ ติดอยู่เต็มไปหมด ผมไปพัทยาเห็นการบำบัดน้ำเสียเสร็จทิ้งลงทะเล บางช่วงน้ำที่ปล่อยออกมามีคราบสีดำแสดงว่าบำบัดไม่ดี และการทิ้งน้ำจืดลงทะเลจำนวนมาก ระบบนิเวศในทะเลจะมีผลกระทบหรือไม่ ควรต้องหาทางแก้ไขด้วยการนำน้ำกลับไปใช้ใหม่ และไม่ให้ปล่อยลงทะเล วันนี้หากมีน้ำเสียของเก่าสะสม และมีน้ำเสียใหม่เพิ่มขึ้นนี่คือ สถานการณ์วิกฤตและเลวร้ายสู่อนาคต ประเทศไทยจะได้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามาลงทุน แต่คุณภาพอากาศ และคุณภาพชีวิตจะแย่ลง เราจะยอมเสี่ยงกัน

เราอยากได้เงิน แต่ยอมเสียสุขภาพ ดังนั้น โครงการ EEC ที่จะเกิดขึ้นจึงขอให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทุ่มเทสู่การดูแลสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย เพราะหากดูแลเท่าที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ไม่สำเร็จแน่นอน”พลเอกสุรศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์ บุญดาว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC พ.ศ. 2561-2564 ว่า ในการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดเมื่อประมาณเกือบ 30 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้ เพราะฉะนั้นในกรอบการพัฒนา EEC ที่เริ่มใหม่จึงพยายามกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก แต่ข้อเท็จจริงโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

จะชักนำประชากรเข้ามาจำนวนมาก รวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้น เพื่อรองรับจำนวนประชากร แรงงานที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านคนในปัจจุบันเป็น 18 ล้านคนในปี 2580 เมื่อคนมากขึ้นทำให้เกิดขยะ น้ำเสีย การใช้ประโยชน์พื้นที่จะมากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อม น้ำ ขยะจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างหนักหน่วงมาก

จากปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องจัดทำแผนวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ และวาง4 ยุทธศาสตร์ภายใต้ร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC คือ 1.การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีก่อนเกิด EEC 2.การส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเมืองเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชนอย่างน่าอยู่

3.การส่งเสริมการมีส่วนรวมและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาขาดการมีส่วนรวมของคนในพื้นที่ 4.การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหาให้ได้ผลต้องมีการขับเคลื่อนแผนโดยมอบให้ สปรศ.ทำหน้าที่บูรณาการแผนต่าง ๆ ที่มีมากมาย โดยมีการตั้งงบประมาณ 15 โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 8,661.600 ล้านบาท เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนา EEC อีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้ งบประมาณบางส่วนเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว แต่รวมไว้ให้เห็นภาพรวมของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC ทั้งหมดที่กำลังดำเนินการภายใน 4 ปีนี้ ขณะเดียวกันต้องมีการติดตามประเมินผลว่า แผนต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกนำไปใช้หรือไม่

ผลสำรวจพื้นที่ 3 จังหวัด

สำหรับในการจัดทำร่างแผนสิ่งแวดล้อมได้มีการรวบรวมข้อมูลในปัจจุบันในหลาย ๆ ด้าน และได้คาดการณ์แนวโน้มในอนาคตไปอีก 20 ปีข้างหน้าจากฐานปี พ.ศ. 2559-2580 พบว่า ปัจจุบันทรัพยากรน้ำผิวดิน คุณภาพน้ำผิวดิน พบว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ และมีปัญหาเสื่อมโทรม ถึงเสื่อมโทรมมาก ขณะที่ทรัพยากรน้ำบาดาล พบการรุกล้ำของน้ำทะเล พบมีค่า “คอลไรด์” สูง มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก ส่วนทรัพยากรน้ำทะเลชายฝั่ง มีน้ำคุณภาพดีเพียงร้อยละ 47 เกือบครึ่งหนึ่งมีน้ำที่เสื่อมโทรมร้อยละ 13 เสื่อมโทรมมากร้อยละ 2 ที่ต้องหาทางแก้ไขทันที เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ด้านคุณภาพน้ำทะเล ได้รับการร้องเรียนเรื่องน้ำมันรั่วไหล โดยเฉพาะบริเวณแหลมฉบังได้รับการร้องเรียนมากกว่ามาบตาพุด ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข ถือเป็นเขตที่มีความเสี่ยงสูง

ส่วนการจัดการน้ำเสียชุมชนในพื้นที่มีปริมาณที่สามารถบำบัดได้เพียง 45.13% ขณะที่มีปริมาณน้ำเสียที่ไม่เข้าระบบบำบัดถึง 54.87% ดังนั้น เมื่อทำคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำเสียชุมชนปี 2559 ไปถึงปี 2580 ชัดเจนว่า ถ้าไม่มี EEC การเจริญเติบโตจะทรง ๆ เพิ่มขึ้นไม่มาก หากมี EEC ใน 20 ปีข้างหน้า ถ้ายังไม่แก้ปัญหาจะกลายเป็นปัญหาระยะยาวที่เกิดขึ้นแน่ ๆ

สถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชน จ.ฉะเชิงเทรายังมีการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องร้อยละ 70.16 จ.ชลบุรี มีการกำจัดขยะมูลฝอยไม่ถูกต้องร้อยละ 46.53 และ จ.ระยองมีการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องร้อยละ 31.81 ด้านขยะติดเชื้อยังไม่มีระบบบริการจัดการขยะที่ชัดเจน โดยปริมาณขยะติดเชื้อปี 2559 มีปริมาณ 3,914 ตัน และ 2560 มีปริมาณเพิ่มขึ้น 4,966 ตัน ทั้งนี้ จากคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของขยะมูลฝอยปี 2559 อยู่ที่ 4.38 ล้านตัน หากมี EEC ปริมาณขยะจะเพิ่มเป็น 9.75 ล้านตันในปี 2680 ปัจจุบันยังไม่สามารถจัดการได้อย่างชัดเจน

3 จังหวัดมีพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ ปี 2559 มีพิ้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย 2 ล้านไร่ พื้นที่ป่าชายเลน 22,328 ไร่ พื้นที่ป่าชายเลนลดลง ภาพรวมพื้นที่ป่าไม้ของประเทศต้องมีร้อยละ 40 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมพื้นที่ป่า 3 จังหวัดร้อยละ 12.74 ต่อพื้นที่จังหวัด จึงไม่สามารถนำพื้นที่ป่าไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีกแล้ว ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ขึ้นในตัวเมืองเป็นพื้นที่สีเขียว

ส่วนคุณภาพอากาศทั่วไปพบว่า ก๊าซโอโซนยังสูง แต่ค่าฝุ่นขนาด PM10 มีค่าเกินกว่าค่ามาตรฐาน ขณะที่สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)ในบรรยากาศพบว่า มีการตรวจพบค่าที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน 3 พารามิเตอร์ ได้แก่ Benzene, Bu-tadiene และ Chloroethane หากประเมินกรณีเหลวร้ายสุดอาจจะเกิดความรุนแรงกว่านี้อีกมาก

สำหรับกากอุตสาหกรรมใน3 จังหวัดที่เกิดขึ้นปัจจุบันปริมาณ 5.07 ล้านตันต่อปี มีกากอุตสาหกรรมที่เข้าโรงงานกำจัดแจ้งรับ 2.47 ล้านตันต่อปี เท่ากับมีกากอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับการกำจัดถึง 55.26% มีกากอุตสาหกรรมที่ได้รับการกำจัดเพียง 44.74% ปัจจุบันมีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถ้าเราจะทำแผนต่อไป แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขยะ อีอีซี EEC