เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตารายงานการประชุมเฟด

05 ก.ค. 2566 | 19:23น.
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตารายงานการประชุมเฟด หลังเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณ มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% อีก 2 ครั้งภายในปีนี้ 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2566 ว่าค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/7) ที่ระดับ 34.87/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/7) ที่ระดับ 34.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เนื่องจากเมื่อคืนตลาดการเงินนิวยอร์กปิดทำการเนื่องในในวันชาติสหรัฐ ปริมาณการซื้อขายจึงค่อนข้างเบาบาง ภายหลังจากเมื่อวานบาทเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า ตอบรับปัจจัยเชิงบวกต่อผลการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้ประธานสภาแล้ว แต่นักลงทุนยังรอผลการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกลจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 13-14 มิ.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในคืนนี้ หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณในเดือนที่ผ่านมาว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% อีก 2 ครั้ง ภายในปีนี้ รวมทั้งการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยเดือน มิ.ย. 2566 เท่ากับ 107.83 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.23% จากตลาดคาดไว้ว่าจะหดตัวลง 0.10% แต่นับเป็นการชะลอตัวจากระดับ 0.53% ในเดือนก่อนหน้า และเป็นการชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือน 6 สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือนนับตั้งแต่ ส.ค.

โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของราคาสินค้ากลุ่มอาหารสด และการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าร้อยละ 16.03 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 35 เดือน ประกอบกับฐานในเดือน มิ.ย. 65 อยู่ในระดับที่สูง (7.66%) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 66) อยู่ที่ระดับ 2.49%

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ในเดือน มิ.ย. 66 เพิ่มขึ้น 1.32% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 1.87% นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าหมายเงินเฟ้อในปี’66 ลดลงมาอยู่ที่ 1-2% จากเดิม 1.7-2.7% ตามสมมติฐานที่เปลี่ยนไป คือคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ที่ 2.7-3.7% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 71-81 ดอลลาร์/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยทั้งปี 33.50-35.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราเงินเฟ้อที่ปรับใหม่นี้ ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1-3%

อย่างไรก็ตาม นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เน้นย้ำว่า ยังต้องจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ, แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในหลายภูมิภาค และมาตรการภาครัฐต่าง ๆ รวมทั้งภัยแล้งที่อาจรุนแรงกว่าที่คาด ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เงินเฟ้อรวมถึงอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่ประมาณการไว้

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.85-34.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/7) ที่ระดับ 1.0884/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/7) ที่ระดับ 1.0896/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสถาบัน S&P Global เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการขั้นสุดท้ายในยูโรโซนในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 52.00 ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 52.40 และต่ำกว่าในเดือน พ.ค. ที่ระดับ 55.10

ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0865-1.0907 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0882/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/7) ที่ระดับ 144.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับเปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/7) ที่ระดับ 144.41/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดย Jibun Bank เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคบริการประจำเดือน พ.ค.ของญี่ปุ่นลดลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 55.9 ในเดือน พ.ค. สู่ระดับ 54 ในเดือน มิ.ย. แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.24-144.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปิดเผยรายงานการประชุม คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 13-14 มิ.ย. (5/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (6/7), ตัวเลขการนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าเดือน พ.ค.ของสหรัฐ (6/7),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเดือน มิ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (6/7), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐจาก JOLTs ประจำเดือน พ.ค., อัตราการว่างงานของสหรัฐ (77) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือน มิ.ย. (7/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.00/10.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -12.80/-11.95 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ