เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

06 ก.ค. 2566 | 18:37น.
เงินบาท-ตลาดหุ้นไทย

ค่าเงินบาทอ่อนค่า จับตาตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินของเฟดต่อไป ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.97-35.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 35.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/7) ที่ระดับ 35.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (5/7) ที่ระดับ 34.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนหนึ่งสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และมีความเห็นว่าการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อเป็นไปอย่างเชื่องช้า

แม้ว่ากรรมการเฟดทุกคนได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมดังกล่าว แต่มีจุดประสงค์ยืดเวลาในการประเมินความคืบหน้าและแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะกลับระดับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยปัจจุบันเงินเฟ้อสหรัฐอยู่สูงกว่าเป้าหมายดังกล่าวถึง 2 เท่า และกรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้

อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดต้องการชะลอความแรงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อขยายเวลาในการประเมินผลกระทบที่เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฟดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมต่อไป

ในการประชุมครั้งนี้เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สู่ระดับ 1.0% ในปีนี้ แต่ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปี 2567 และ 2568 สู่ระดับ 1.1% และ 1.8% ตามลำดับ พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสู่ระดับ 3.9% ในปีนี้ และอยู่ที่ 2.6% และ 2.2% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ในรอบ 6 เดือน สาเหตุจากภาคโรงงานได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในภาคขนส่ง ทั้งนี้นักลงทุนจับตาดูการรายงานตัวเลขจ้างงานสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินเฟดต่อไป

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.97-35.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/7) ที่ระดับ 1.0842/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (5/7) ที่ระดับ 1.0893/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้ายอยู่ที่ระดับ 49.9 ในเดือนมิถุนายน ปรับตัวลงจาก 52.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมิถุนายน อยู่ที่ระดับ 52.0 จากระดับ 55.1 จากระดับ 55.1 ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ระดับ 52.4

นอกจากนี้ซิตี้กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2566 จากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวต่อในขณะที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง โดยปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของยูโรโซนในปีนี้ สู่ระดับ 0.8% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.1%

ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB อยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 22 ปีที่ 3.5% ภายหลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมที่ผ่านมา โดยผู้กำหนดนโยบายได้ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ซึ่งยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0834-1.0875 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0866/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/7) ที่ระดับ 144.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (5/7) ที่ระดับ 144.37/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.56-144.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (6/7), ตัวเลขการนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าเดือน พ.ค. ของสหรัฐ(6/7), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเดือน มิ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (6/7), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ จาก JOLTs ประจำเดือน พ.ค., อัตราว่างงานของสหรัฐ (7/7) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือน มิ.ย. (7/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.90/-10.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.65/-9.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ