เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขานรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว

17 ก.ค. 2566 | 18:34น.
US Dollars ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขานรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว หลังได้รับแรงหนุนจากการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อและความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/7) ที่ระดับ 34.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/7) ที่ะดับ 34.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัว

โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 72.6 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 65.5 และสูงกว่าระดับ 64.4 ในเดือน มิ.ย.ได้รับแรงหนุนจากการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อและความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน

อย่างไรก็ตาม รายงานอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เดือน ก.ค. จะขยายตัวที่ระดับ 3.4% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในการสำรวจครั้งก่อนหน้าและการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

สำหรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับ 3.1% จากการสำรวจครั้งก่อนหน้าที่ระดับ 3.0% ส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคานำเข้าหดตัวลง 0.2% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งหดตัวมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% และหดตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 0.4% โดยเมื่อเทียบรายปีดัชนีราคานำเข้าหดลง 6.1% ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2563 และหดตัวมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9% สาเหตุจากการปรับตัวลงของราคาสินค้านอกหมวดพลังงาน

ในขณะที่ดัชนีราคาส่งออกหดตัวที่ระดับ 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งหดตัวมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% และน้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1.9% โดยเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาส่งออกหดตัวลง 12.0% ซึ่งหดตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์และเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 11.1% และ 10.1% ตามลำดับ การส่งออกของสหรัฐถูกกดดันจากการชะลอตัวของอุปสงค์และเศรษฐกิจโลก

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดจับตาดูผลการประชุมระหว่าง 8 พรรคร่วมวันนี้ และการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในวันพุธนี้ (19/7) โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.62-34.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/7) ที่ระดับ 1.1220/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/7) ที่ระดับ 1.1222/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

สำนักงานสถิติยุโรปเปิดเผยดุลการค้ายุโรปเดือนพฤษภาคมขาดดุลอยู่ที่ระดับ 300 ล้านยูโร ขาดดุลน้อยกว่าตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 7.6 พันล้านยูโร และเดือนก่อนหน้าที่ขาดดุล 1.2 หมื่นล้านยูโร ส่งสัญญาณว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปยังไม่สู้ดีนัก แม้ว่าจะขาดดุลน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ก็ตาม

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1215-1.1248 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1237/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/7) ที่ระดับ 138.58/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/7) ที่ระดับ 138.52/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวที่ระดับ 2.2% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งหดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.6% และเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 0.7% ส่งสัญญาณว่าภาคการผลิตของญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องและอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาดูท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น เพื่อหาสัญญาณการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 138.32-138.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 138.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์ก (17/7), ดัชนียอดค้าปลีก (18/7), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (18/7), คำขออนุญาตสร้างอาคาร (19/7), จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (19/7), คำขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (20/7), รายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (20/7), ยอดขายบ้านมือสอง (20/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.15/-10.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.90/-8.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ