เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทอ่อนค่า จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

08 ส.ค. 2566 | 18:50น.
เงินเฟ้อสหรัฐ

ค่าเงินบาทอ่อนค่า จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ หลังหนึ่งในสมาชิกบอร์ดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับความจำเป็นในการเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/8) ที่ระดับ 34.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 34.80/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

นางมิเชล โบว์แมน หนึ่งในสมาชิกบอร์ดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับความจำเป็นในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยเฟดกำลังมองหาหลักฐานบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐสามารถปรับตัวลงอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจว่าแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินปัจจุบันเพียงพอหรือไม่

แม้ว่ามีสัญญาณของการชะลอตัวจากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล แต่เฟดยังคงมีมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐยังคงอยู่เหนือเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้รายงานภาคจ้างงานสหรัฐเดือน มิ.ย. ส่งสัญญาณว่าอุปสงค์และอุปทานของแรงงานในตลาดสมดุลมากขึ้น แต่ความต้องการแรงงานมีปริมาณมากกว่าจำนวนผู้หางานในตลาดอาจเป็นแรงขับเคลื่อนให้เงินเฟ้อสหรัฐอยู่ในระดับสูงต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินบาท ตลาดจับตาดูผลการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดวันนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค. จากเดิมวันที่ 3 ส.ค. หากศาลมีคำสั่งว่ากรณีดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มีการคาดการณ์ว่ารัฐสภาจะดำเนินการให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายในช่วงปลายเดือน ส.ค.ถึงกลางเดือน เม.ย.

ส่วนกรณีหากศาลมีคำสั่งว่าการดำเนินการของรัฐสภาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และมีข้อวินิจฉัยเพิ่มเติม อาจต้องรอความชัดเจนว่าจะส่งผลให้การเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีทิศทางเป็นอย่างไรและใช้เวลานานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง โดยความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อการวางงบประมาณในปีหน้า ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเข้ามาลงทุนของบริษัททั้งในและต่างประเทศ

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.86-355.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/8) ที่ระดับ 1.0977/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 1.0978/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีหดตัวลง 1.5% ในเดือน มิ.ย. หดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 0.5% สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคที่ภาคการผลิตต้องเผชิญท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจขาลงครั้งใหญ่ที่สุดของเยอรมนี

โดยเป็นสัญญาณของการผลิตที่ซบเซาลงที่อาจตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจากการที่หลายบริษัทสามารถจัดการกับคำสั่งซื้อที่ตกค้างจากช่วงการระบาดโควิด-19 เสร็จสิ้น

นอกจากนี้สถาบันวิจัยเซนทิกซ์ (Sentix) ของเยอรมนีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -18.9 ในเดือน ส.ค. จากระดับ -22.5 ในเดือน ก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะร่วงลงสู่ระดับ -24.3

สำหรับดัชนีคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 7.3 จุด สู่ระดับ -17.3 จากการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลกระทบจริงอาจจะไม่หนักหน่วงอย่างที่เคยคาดไว้ สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนีเดือน มิ.ย. ขยายตัวที่ระดับ 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าจะขยายตัวระดับเดียวกับเดือนก่อนหน้า ส่วนเมื่อเทียบรายปีดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนีขยายตัวที่ระดับ 6.2% เมื่อเทียบรายปี ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และขยายตัวน้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 6.4%

ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปอาจตัดสินใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1011 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0971/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/8) ที่ระดับ 143.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 142.44/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ รายงานดัชนีการใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นเดือน มิ.ย. ปรับตัวลง 4.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 4.1% และปรับตัวลงมากกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 4.0% เมื่อเทียบรายปี

นับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยครอบครัวที่มีสมาชิกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนเฉลี่ยราว 1,900 ดอลลาร์

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.84-143.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ดุลการค้าเดือน มิ.ย.สหรัฐ (8/8), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. ประเทศจีน (9/8), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. ประเทศญี่ปุ่น (10/8) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (10/8), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐเดือน ก.ค. (10/8), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐเดือน ก.ค. (11/8) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (11/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.40/-10.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.00/5.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ