มูลนิธิปิดทองฯ จับมือ 4 กระทรวง เจาะตาน้ำ 198 แห่ง ช่วยชุมชนได้น้ำหน้าแล้งยั่งยืน
นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติการของมูลนิธิปิดทองหลังพระ เปิดเผยว่า สถาบันปิดทองฯ ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเตรียมปรับปรุงแหล่งน้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขนาดเล็ก 198 แห่ง ใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งน้ำสำหรับทำเกษตรกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี
“คาดว่าจะใช้งบประมาณกลางปี 2561 ประมาณ 190 ล้านบาท เพื่อไปเร่งดำเนินโครงการต่างๆ ให้เสร็จภายในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งลักษณะโครงการจะทำงาน แบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ กับชาวบ้านในชุมชน เพื่อซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเดิม เสริมศักยภาพแหล่งน้ำ รวมทั้งจัดทำระบบส่งน้ำใหม่ ทำคลองส่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายการัณย์กล่าว

ผู้แทนมูลนิธิปิดทองหลังพระ กล่าววด้วยว่า โครงการนี้ เป็นการสนับสนุนให้ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติม ได้รับประโยชน์ จากการนำแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฏีใหม่มาใช้ เพื่อลดรายจ่ายครัวเรือน เพิ่มรายได้และส่งเสริมอาชีพให้สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน โดยการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาเป็นแนวทางการดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จ
สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชนตามโครงการแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากบันทึกความเข้าใจเพื่อบูรณาการร่วมกัน ระหว่างมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กับ 4 กระทรวงหลักดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณกลางปี วงเงิน 190.398 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่ 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 198 โครงการ
พื้นที่ปฏิบัติการนำร่องจัดการแหล่งน้ำ 9 จังหวัด จะเริ่มจากจังหวัดนราธิวาส มีทั้งหมด 60 โครงการ, ยะลา 12 โครงการ, ปัตตานี 4 โครงการ, น่าน 44 โครงการ, บุรีรัมย์ 30 โครงการ, อุดรธานี 17 โครงการ, ชัยภูมิ 10 โครงการ, กาฬสินธุ์ 10 โครงการ, ฉะเชิงเทรา 11 โครงการ
“การดำเนินโครงการทั้งหมด ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งเป็นอย่างดี เพราะเป็นโครงการที่จะทำให้ประชาชน เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ต่างๆ ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาให้เข้าถึงแหล่งน้ำอย่างทั่วถึงตลอดปี ซึ่งโครงการทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อม” นายการัณย์กล่าว
สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งหมด คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ในเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากประสบการณ์การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ส่วนราชการต่างๆ และชุมชน ทำงานร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ มาโดยตลอด เชื่อว่าจากนี้ไปการทำงานจะเป็นไปได้โดยรวดเร็ว โดยคาดว่าโครงการส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จภายใน 50 วัน หรือทยอยเสร็จไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.61 เป็นอย่างช้า