จรรยาบรรณ ที่ปรึกษา-
คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์
โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com
ผมได้รับฟังปัญหานี้มาจาก HR คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในบริษัทญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องของการจ้างที่ปรึกษาของบริษัท พอฟังแล้วเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านท่านอื่น ๆ จะได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ระมัดระวังที่ปรึกษาบางประเภทเอาไว้
เรื่องของเรื่องคือบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งจ้างที่ปรึกษาเข้ามาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ BOI คือเรื่องของการส่งเสริมการลงทุนสำหรับบริษัท และให้ที่ปรึกษาเป็นผู้ติดต่อ BOI ด้วย ที่สำคัญคือที่ปรึกษาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นกับนายญี่ปุ่นได้ดีอีก เลยทำให้ซาโจ้ (นายญี่ปุ่น) โปรดปรานที่ปรึกษาเป็นพิเศษ และเชื่อถือที่ปรึกษาเจ้านี้มากเสียด้วย
พอให้คำปรึกษาไป ๆ มา ๆ ที่ปรึกษารายนี้เริ่มแสดงความเชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองไม่มีความรู้ หรือประสบการณ์มาโดยตรง แถมยังให้คำปรึกษาที่ไม่ถูกต้องซะงั้น
คือที่ปรึกษารายนี้เริ่มให้คำปรึกษากับนายญี่ปุ่นเรื่องทางด้าน HR ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีความรู้ หรือทำงานในเรื่องนี้มาโดยตรง
โดยไปให้คำปรึกษาในเรื่องของ “ค่าตำแหน่ง” และ “ค่าภาษา” สำหรับพนักงานที่ใช้ภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติงานว่า เงินทั้งสองตัวนี้เป็นสวัสดิการ ซึ่งบริษัทสามารถเขียนระเบียบสวัสดิการขึ้นมารองรับเอาไว้ได้ โดยแนะนำให้บริษัทระบุเงื่อนไขเอาไว้ว่า ทั้งค่าตำแหน่ง และค่าภาษานี้เป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าจ้างถ้าวันไหนพนักงานขาดงานก็เขียนในระเบียบว่าให้หักค่าตำแหน่ง และค่าภาษาออกได้ตามวันที่ขาดงาน
ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ทั้งสองตัวนี้จะเป็นสวัสดิการ บริษัทไม่ต้องนำมารวมเป็นฐานของค่าจ้างในการจ่ายค่าชดเชย ??!!
ท่านที่ทำงานด้าน HR มีความเห็นว่าอย่างไรครับ ?
คำแนะนำนี้ถูกต้องหรือไม่ ?
พอได้รับคำแนะนำอย่างนี้ MD (นายญี่ปุ่น) แกก็สั่งให้ HR (คือคนที่มาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง) ทำระเบียบสวัสดิการค่าตำแหน่ง และค่าภาษาขึ้นมาทันที จะได้ทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทลดลงในกรณีที่จะเลิกจ้างพนักงาน
ทาง HR ก็ทักท้วงว่า คำแนะนำนี้ไม่ถูกต้อง เพราะถึงจะมีระเบียบสวัสดิการอย่างนี้ก็ตาม ค่าตำแหน่งและค่าภาษาก็ยังถือว่าเป็น “ค่าจ้าง” อยู่ดี ตามความหมายในมาตรา 5 ของกฎหมายแรงงาน เพราะเป็นเงินที่เป็น “ค่าตอบแทนการทำงาน” อย่างชัดเจน ไม่ใช่สวัสดิการอย่างที่ที่ปรึกษาแนะนำ (อ่านมาตรา 5 ในกฎหมายแรงงาน ดูนะครับ)
แม้ว่าจะพยายามอธิบาย MD อย่างไร แกก็ยังเชื่อว่าที่ปรึกษาถูกอยู่ดี แถมยังบอกอีกว่าถ้าในอนาคตมีการฟ้องร้องแล้ว บริษัทแพ้คดีจะให้ที่ปรึกษาเป็นคนรับผิดชอบ ??
MD เชื่อที่ปรึกษา โดยไม่ฟังคำทักท้วงของ HR !!??
ผมยังสงสัยว่าถ้าถูกพนักงานฟ้องร้องจริง บริษัทที่ปรึกษานี้เขาจะมาร่วมรับผิดชอบหรือครับ เขาจะอ้างว่าเป็นความเห็นเฉพาะตัวของที่ปรึกษาคนนั้น เผลอ ๆ ที่ปรึกษาคนนั้นลาออกไปแล้ว คงจะหาใครมารับผิดชอบไม่ได้หรอกครับ
นี่เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องที่ที่ปรึกษารายนี้ให้คำแนะนำไม่ถูกต้องกับ MD ยังมีอีกหลายเรื่องซึ่งทำให้ HR ของบริษัทนี้ต้องปวดหัวกับพฤติกรรมของที่ปรึกษารายนี้ เพราะ MD ไปเชื่อที่ปรึกษามากกว่า HR
นี่แหละครับ คือปัญหาของที่ปรึกษาที่ขาดจรรยาบรรณ คงจะเพราะกลัวว่าถ้าลูกค้าถามแล้วตอบไม่ได้จะเสียเหลี่ยมที่ปรึกษา เดี๋ยวลูกค้าจะไม่เชื่อถือ จะทำให้ไม่ได้ค่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับงานต่อไป
เมื่อตอบไปแล้ว กว่าจะเห็นความเสียหาย เช่น ถูกพนักงานฟ้องร้อง หรือถูกแรงงานเขตเข้ามาตรวจก็อีกเป็นปีแต่ที่ปรึกษาตัวดีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมยังมีหวังจะไปให้คำแนะนำแบบมั่ว ๆ ให้บริษัทอื่นที่เขาไม่รู้ และหลงเชื่อได้รับความเสียหายต่อไปได้อีก
จึงอยากจะให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับบริษัทที่จะจ้างที่ปรึกษาเข้ามา ควรจะดู profile ด้วยว่า ที่ปรึกษาที่ถูกส่งมาจากบริษัทที่ปรึกษาน่ะ เขาถนัดเรื่องอะไรบ้าง
อย่างในกรณีนี้เขาอาจจะถนัด หรือเก่งในเรื่องของ BOI (หรือเปล่าก็ไม่รู้) แต่ที่แน่ ๆ เขาคงไม่ได้ถนัดด้าน HR โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องกฎหมายแรงงานแหง ๆ
ที่น่ากลัวคือที่ปรึกษาที่ขาดจรรยาบรรณแบบนี้ ดันไปให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความรู้ ไม่เคยทำเรื่องนั้นมาก่อน หรือมีประสบการณ์ในด้านนั้น ๆ กับลูกค้าเสียอีก
ถ้าเจอที่ปรึกษาที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ผมแนะนำขอเปลี่ยนตัว (หรือเปลี่ยนบริษัทที่ปรึกษา) เถอะครับ ถ้าไม่อยากให้บริษัทต้องมีปัญหาไปขึ้นโรงขึ้นศาลในอนาคต
และที่สำคัญอีกเรื่องคือ ผู้ว่าจ้างควรจะมีวิจารณญาณ หรือหาข้อมูล double check ด้วยว่า สิ่งที่ที่ปรึกษาเขาบอกมาน่ะ ใช่ทั้งหมดจริงหรือไม่
ตัวที่ปรึกษาที่เข้ามาในบริษัทนั้นมี profile มายังไง มีประสบการณ์อะไรมาบ้าง ไม่ใช่ว่าพอเห็นนามบัตรว่าเป็นที่ปรึกษา หรือดูเพียงแค่คุณวุฒิของที่ปรึกษา หรือแค่เพียงดูชื่อของบริษัทที่ปรึกษา แล้วมโนไปเองว่า ที่ปรึกษาคนนั้น ๆ มาจากบริษัทนี้ จะต้องเก่งไปหมด หรือรอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง ยิ่งถ้าใครมาคุยว่าตัวเองรอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง ถามอะไรตอบได้หมดแบบอับดุลล่ะก็ ผมว่าคนคนนั้นโฆษณาเกินจริงแล้วล่ะครับ
หวังว่าเรื่องนี้คงเป็นข้อเตือนใจที่จะเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทที่กำลังคิดจะจ้างที่ปรึกษานะครับ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
