เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
Economic ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
News ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ดูทั้งหมด

Ride-Sharing อาเซียน ยกถัดไป “Grab VS Go-Jek”-

09 เม.ย. 2561 | 07:00น.

ตลาด ride-sharing เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไตรมาสแรกปี 2018 ถือได้ว่ามีความเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา

โดยเฉพาะการประกาศควบรวมกิจการระหว่าง “แกร็บ” ซึ่งครองตลาดในอาเซียน และ “อูเบอร์” ride-sharing จากซานฟรานซิสโก ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นข่าวใหญ่สุดที่ทำให้วงการแพลตฟอร์มเรียกรถรับส่งสั่นสะเทือน ไม่ใช่แค่ในโลก สตาร์ตอัพและผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่ไปจนถึงภาครัฐ ที่ทางการหลายประเทศอาเซียน ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รีบตั้งคณะกรรมการสอบสวนการซื้อ-ขายกิจการ ตรวจสอบว่าจะทำให้ความสามารถแข่งขันของระบบคมนาคมในประเทศลดลงหรือไม่ จนทำให้ต้องเบรกดีลดังกล่าวไปชั่วคราวก่อน

ดีลดังกล่าวถือเป็นแผนการถอนตัวออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอูเบอร์ เกิดขึ้นภายหลังจากการถอนตัวจากตลาดจีนได้ไม่เท่าไหร่นัก

ความเคลื่อนไหวของอูเบอร์ที่ล่าถอยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหันไปโฟกัส “ตลาดอินเดีย” แทน เป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป (IPO) ในปี 2019 อูเบอร์จำเป็นต้องตัดกิจการบางส่วนเพื่อหยุดการขาดทุนต่อเนื่อง และทำตัวเลขประเมินมูลค่าให้สวยงามอยู่ที่ 54,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากไตรมาสล่าสุดขาดทุน 741 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่บทวิเคราะห์พิเศษของ เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อต้นสัปดาห์ ได้จับตาถึงอีกหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาด ride-sharing ในอาเซียน ซึ่งไม่ใช่เจ้าของแอปพลิเคชั่น แต่เป็นนักลงทุนรายใหญ่อย่าง “ซอฟต์แบงก์” ยักษ์สื่อสารจากญี่ปุ่น ภายใต้การกุมบังเหียนของ “มาซาโยชิ ซัน” ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในญี่ปุ่น ที่โปรยเงินไล่รุกลงทุนในแทบทุกแพลตฟอร์ม ride-sharing ของโลกอย่างไม่หยุดหย่อน

ไม่ว่าจะเป็นอูเบอร์ ซึ่งซอฟต์แบงก์ถือหุ้นใหญ่ แกร็บ, ตีตี ชูซิ่ง จากจีน, โอลา จากอินเดีย หรือ 99 จากบราซิล ก็อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอซอฟต์แบงก์ทั้งสิ้น โดยที่มาซาโยชิ ซัน เคยบอกไว้ว่า “การเดินทางในโลกอนาคตของผู้คนจะเปลี่ยนไป และเขาไม่อยากจะพลาดโอกาสการลงทุนในวันนี้”

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า ผู้บริหารกองทุนซอฟต์แบงก์สนับสนุนแนวคิดอูเบอร์ที่จะถอนตัวจากตลาดจีนและอาเซียน และกลับไปลุยตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป ละตินอเมริกา และออสเตรเลีย ที่น่าจะทำกำไรให้อูเบอร์เร็วกว่า

และอาจจะเป็นหมากตาสำคัญต่อรายได้อนาคตของซอฟต์แบงก์ด้วย บทวิเคราะห์ของไฟแนนเชียล ไทม์ ระบุเอาไว้อย่างมีนัยสำคัญว่า ซอฟต์แบงก์ในฐานะนักลงทุนที่มีอำนาจ กำลังทำตัวเป็น “lion tamer” หรือผู้ฝึกสิงโตให้เชื่องอยู่ ปัจจุบันเขาลงทุนในทุกแบรนด์ในมูลค่าไล่ ๆ กัน แต่หากในอนาคตซอฟต์แบงก์คิดจะทำให้การแข่งขันในตลาดลดลง “ผู้บริโภค” อาจจะกลับมาเป็นผู้แบกรับภาระค่าบริการที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังมีเรื่องน่าตื่นเต้นจะเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ในไม่ช้า เดอะ สเตรต
ไทม์
รายงานไม่นานมานี้ว่า “Go-Jek” แอป ride-sharing จากอินโดนีเซีย ซึ่งเมื่อต้นปี “กูเกิล” เพิ่งเข้ามาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นยูนิคอร์นหนึ่งเดียวของประเทศที่มีประชากรกว่า 200 ล้านคน กำลังจะก้าวขาออกนอกประเทศ ขยายสู่ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของแกร็บ

Go-Jek เติบโตมาจากการให้บริการแอปจักรยานยนต์ และขยายสู่รถยนต์ ปัจจุบันบริการรับ-ส่งกว่า 25 ชนิด ทั้งอาหาร ของชำ ช็อปปิ้ง บริการทำความสะอาด นวด ทำผม ฯลฯ และมีความเชี่ยวชาญตลาดในเมืองที่ประชากรหนาแน่น ที่สำคัญค่าบริการถูกมาก

อาจถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของแกร็บ เพราะในอินโดนีเซียแกร็บเองก็ต้องพ่ายให้กับ Go-Jek ทั้งที่การตีตลาดของแกร็บ คือการแจกโปรโมชั่นอย่างหนักหน่วงในทุกประเทศที่เข้าไป เพื่อสร้างฐานผู้ใช้งานให้แข็งแกร่ง

ศึกถัดไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังอูเบอร์ยกธงขาว จึงอาจเป็น “แกร็บ VS Go-Jek” อย่างไม่ต้องสงสัย

ที่น่าสนใจ คือ Go-Jek จะงัดไพ่อะไรมาสู้กับแกร็บ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”