เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
“อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
Politics “อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
“นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
Politics “นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
พิพัฒน์ กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง “ตั๋วร่วม”รถไฟฟ้า 17-45 บาท เริ่ม 1 ม.ค.70
Economic พิพัฒน์ กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง “ตั๋วร่วม”รถไฟฟ้า 17-45 บาท เริ่ม 1 ม.ค.70
รื้อใหญ่แผนน้ำท่วมทั่วประเทศ ขุดเจ้าพระยา 2 – เพิ่มแก้มลิงตะวันออก
Economic รื้อใหญ่แผนน้ำท่วมทั่วประเทศ ขุดเจ้าพระยา 2 – เพิ่มแก้มลิงตะวันออก
‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
World ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
Columns อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
ดูทั้งหมด

กกร. คาดจีดีพีไทยปี’67 โต 3.3% หวั่นเศรษฐกิจโลก-ค่าไฟ-หนี้นอกระบบฉุด

06 ธ.ค. 2566 | 15:53น.

กกร.คาดจีดีพีไทยโต 3.3% ปี 2567 ได้ digital wallet หนุน หวั่นเศรษฐกิจโลกชะลอตัว-ค่าไฟ-หนี้นอกระบบฉุด เร่งรัฐบาลเจรจา FTA-รีสกิล-อัพสกิลแรงงาน

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนธันวาคม 2566 ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย

คาดจีดีพีปี 2567 แตะ 3.3%

โดยเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 2.8-3.3% เนื่องจากได้ปัจจัยสนับสนุนจากนโยบาย digital wallet หากสามารถดำเนินการได้เต็มวงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการเติบโตของจีดีพีได้อย่างน้อย 1-1.5% รวมถึงปัจจัยบวกอื่น ๆ อาทิ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านคน จากปี 2566

แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะโตได้น้อยกว่า 3% โดยเผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และปัจจัยความเปราะบางในประเทศ เช่น หนี้ครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs รวมถึงผลกระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากการเริ่มใช้มาตรการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบของ ธปท. ที่เน้นเรื่องวินัยการเงินและไม่สร้างหนี้เกินกำลัง รวมถึงการกลับมาจัดชั้นคุณภาพหนี้ตามปกติหลังยุค COVID-19

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายจากศักยภาพการเติบโตของประเทศที่ลดลง การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพของแรงงานเพื่อเผชิญกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และการก้าวสู่ low carbon society

ดึงหนี้นอกระบบเข้าระบบ

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เผยว่า ต้องเร่งแก้ปัญหาความเปราะบางในประเทศ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่พบว่าหนี้เสีย (NPL) ในระบบธนาคารพาณิชย์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 2.68% ในไตรมาส 1 ปี 2566 เป็น 2.79% ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากทุกผลิตภัณฑ์และสินเชื่อรถยนต์ที่อยู่ใน stage 2 สูงราว 15%

นอกจากนี้ หนี้นอกระบบเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากการมี informal economy ขนาดใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2566 มีประชาชนมาลงทะเบียนจำนวน 62,030 ราย รวมมูลหนี้ 2,793.29 ล้านบาท เป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะจะได้เห็นข้อมูลพื้นฐานของหนี้นอกระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายโดยภาครัฐ และให้การดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง

อีกทั้งยังเห็นว่ากลไกถัดไปในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต้องผลักดันให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ด้วยการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนที่จะเข้ามาในอนาคตเพื่อเพิ่มการจ้างงานและรายได้

เร่งรัฐบาลจัด FTA-ดูแลค่าไฟ-พัฒนาแรงงาน

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2567 มีหลายปัจจัยแปรผันที่กระทบต่อเศรษฐกิจ ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันเน้นไปที่การเร่งเจรจา FTA เพื่อดึงดูดการลงทุนในยุค Decoupling รวมถึงต้องดูแลต้นทุนราคาพลังงานให้สามารถแข่งขันราคาต้นทุนได้และกำหนดราคาอย่างมีเสถียรภาพ โดยให้ราคาอยู่ระหว่าง 2.70-3.30 บาทต่อหน่วย เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย

ทั้งยังต้องสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน ทั้งการแก้ระบบและระเบียบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงความเปราะบางในประเทศ อาทิ หนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ และปัจจัยด้านต้นทุนให้เหมาะสม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและดึงดูดแรงงานต่างด้าวที่มีทักษะสูง

“ส่วนเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ร่วมหารือกับไตรภาคี และมีข้อสรุปว่า สามารถขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้เพื่อรองรับกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพียงแต่ต้องยึดหลักของไตรภาคี ซึ่งตอนนี้ก็ได้สรุปตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำที่จะขึ้นในแต่ละจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นตัวเลขที่ทั้งนายจ้างรับได้และลูกจ้างอยู่ได้”

คาดเศรษฐกิจโลกปี 2567 ชะลอตัว

นอกจากนี้ กกร.ยังได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2567 ว่า มีแนวโน้มชะลอตัว สหรัฐ และยุโรปชะลอตัวจากภาวะการเงินที่ยังตึงตัวต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตไม่ถึง 5% เนื่องจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของเอเชียไม่รวมจีน

ได้แก่ อาเซียน+5 อย่างเกาหลีใต้ และไต้หวัน มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้นเฉลี่ยที่อัตรา 3.7% รวมถึงตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเติบโตระดับสูงที่ 3.4% และอินเดียที่ 6.3% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกของไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และอาหาร

ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 2.8-3.3% เพิ่มจากปี 2566 ที่คาดว่าจะโต 2.5-3.0% เนื่องจากได้ปัจจัยสนับสนุนจากนโยบาย digital wallet หากสามารถดำเนินการได้เต็มวงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการเติบโตของจีดีพีได้อย่างน้อย 1-1.5% รวมถึงปัจจัยบวกอื่น ๆ อาทิ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านคน จากปี 2566 การส่งออกขยายตัว 2-3% จากปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 2 ถึงลบ 1%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าไฟ ประชุม กกร.