เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร เร่งแก้ไฟป่า-ฝุ่นพิษก่อนเศรษฐกิจพัง

13 ธ.ค. 2566 | 11:42น.
นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
สัมภาษณ์พิเศษ

“เชียงใหม่” เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคเหนือ มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมถึง 2.8 แสนล้านบาท แต่ยังเผชิญกับปัญหาใหญ่ทุกปี นั่นคือ “ไฟป่า-ฝุ่นควัน” ที่สร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ

“นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภารกิจปี 2567 ที่ท้าทาย

Q : แผนแก้ไฟป่า-ฝุ่นควันปี’67 จะควบคุมได้แค่ไหน

ปีที่แล้ว ผมเชิญทุกภาคส่วนมาพูดคุยในเวทีเดียวกัน ให้ช่วยกันคิดและตั้งคณะทำงาน สำคัญที่สุดคือ ประชาชน 2 ล้านคนในจังหวัดเชียงใหม่ ทำอย่างไรให้เกิดความร่วมมือ ถือเป็น Agenda ใหญ่ เป็นวาระระดับชาติของจังหวัด

เพราะในมิติเศรษฐกิจเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ถ้ามีการเผาใน 25 อำเภอจะกระทบหนักแน่นอนต่อเศรษฐกิจ ต้องระดมความรู้มาปฏิบัติให้ได้

ผมใช้คำว่า “เอา 100 ความรู้มาสู่การลงมือทำ” เลิกบ่น เลิกติ เลิกด่า แต่เอาคำแนะนำ การตกผลึกมาปฏิบัติดีกว่า ปี 2567 จะทำอะไรที่ลดการเผาได้มากขึ้น เราเคยตั้งเป้าให้การเผาเป็นศูนย์ เอาเข้าจริงบังคับห้ามเผาไม่ได้เลย

เมื่อพ้นกำหนดวันที่ห้ามเผาก็มีการจุดไฟระดมเผากันทั้งจังหวัด ทำให้เกิดควันกลุ่มใหญ่คลุมแอ่งเชียงใหม่เหมือนเตาอบ

ถ้ายังต้องเผาอยู่ ต้องทำให้เผาน้อยลงจนไม่เหลือเลย จะเริ่มทำทันที เป้าหมายที่สรุปร่วมกันคือ ปี 2567 ตั้งเป้าลดลง 50% จากปี 2566 โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

Q : ถือว่าพลิกโฉมแนวทางบริหารเชียงใหม่หรือไม่

เรียกว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ล่าสุดได้ออกประกาศจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดเขตการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและเขตควบคุมการเผาปี 2567 จากทุกปีที่เคยออกประกาศห้ามเผาเด็ดขาดช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี

เปลี่ยนเป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างจริงจังและเป็นระบบ ไม่มีกำหนดวันห้ามเผา แต่ใครจะเผาวันไหนต้องแจ้งเข้ามา จะประเมินว่าจะสามารถเผาได้มั้ยในช่วงเวลานั้น ๆ เรียกว่า “เผาแบบมีการควบคุม” แทนการเผาแบบไร้การควบคุม หรือแอบเผา

ถ้าจะเผาต้องมีความจำเป็นจริง ๆ เช่น ในตัวเมืองเชียงใหม่ เราตั้งเป้าการเผาเป็นศูนย์ เพราะเป็นพื้นที่ควบคุม ส่วนพื้นที่เกษตรหากควบคุมการเผาได้ก็จะไม่เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง เป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่งในปีหน้า

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดวอร์รูม ศูนย์บัญชาการป้องกันไฟป่า ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลกลางในการบริหารจัดการไฟป่า หมอกควัน และมลพิษด้านฝุ่นละออง (PM 2.5)

ทั้งใช้ในการอำนวยการ สั่งการ ติดตาม ควบคุม และแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็ว จัดการได้ทัน และมีประสิทธิภาพ โดยลงบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับภาคีป้องกันปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ปี 2567

ภายใต้เป้าหมาย 4 ประเด็นหลัก คือ 1.จุดความร้อนลดลง 50% จากปี 2566 2.พื้นที่เผาไหม้ลดลง 50% จากปี 2566 3.จำนวนวันที่ฝุ่นควันเกินมาตรฐานลดลง 50% จากปี 2566 4.จำนวนผู้ป่วย COPD ลดลง 50% จากปี 2566

Q : สร้างการมีส่วนร่วมเชิงรุก

สภาลมหายใจเชียงใหม่ คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะทำงาน 7 ผืนป่า สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มูลนิธิคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่

ต้องมีส่วนร่วม บูรณาการให้เป็นแนวทางหลักของเชียงใหม่ด้วยมาตรการ ปฏิบัติได้จริง โดยสื่อสารเชิงรุก เล่าสถานการณ์ฝุ่น สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

อยากให้ยกระดับบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบในกลุ่ม 7 ผืนป่า เพื่อจัดการกับแหล่งปลดปล่อยมลพิษ ภาคเอกชนให้ยกระดับวิสาหกิจชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน และเสนอแนวทางมาตรการสร้างแรงจูงใจ ลดแหล่งกำเนิดเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน สร้างนโยบายจูงใจ และส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน ทดแทนการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ลดการปลดปล่อยมลพิษขนาดใหญ่ทั้งในพื้นที่ป่าและในเขตเมือง

ซึ่งผู้ประกอบการรับซื้อพืชเชิงเดี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ ยืนยันว่าบริษัทไม่สนับสนุนการเผา ถ้าเกษตรกรเผาจะไม่รับซื้อ เป็นแนวทางกดดัน-สร้างแรงจูงใจ

Q : ทำแนวกันไฟ 3,498 กิโลเมตร

พื้นที่ป่าใหญ่ พื้นที่ป่าอุทยานฯ และป่าอนุรักษ์ มีจุดความร้อนสูง ต้องยกระดับในพื้นที่ที่เกิดไฟซ้ำบ่อย ต้องดูแลใกล้ชิด เพราะเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่การเกษตรแม้จะมีปัญหาน้อย แต่มักเกิดไฟลุกลามเพราะความประมาท จึงควรจัดการใช้ไฟผ่านระบบ FireD ที่ป้องกันและติดตามได้

ในเขตป่าเต็งรัง ป่าผลัดใบต้องมีการจัดการก่อนที่จะเกิดไฟแปลงใหญ่ ทำแนวกันไฟตัดเป็นแปลง ๆ จะทำระยะนับพันกิโลเมตร ปี 2567 เดินหน้าจัดทำแนวกันไฟทั้งจังหวัด 3,498.4 กิโลเมตร ตั้งจุดตรวจสกัดการเข้าป่าช่วงเฝ้าระวังตลอด 3 เดือน (กุมภาพันธ์-เมษายน) 600 จุด พร้อมรับสมัครอาสาป้องกันไฟป่า ภาคประชาชน 10,000 คน ถ้าต้องชิงเผาเพื่อตัดหัวไฟก็ต้องทำ เพื่อไม่ให้เกิดไฟลามทั้งแปลงนับหมื่นไร่

เชิงรุกของผมคือเดินเข้าหาแปลงเชื้อเพลิง สำหรับพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวข้าวโพดในเชียงใหม่ คาดว่ามี 1 ล้านไร่ พื้นที่เผาแปลงข้าวโพดต้องไม่มี เช่นที่อำเภอแม่แจ่มมีแปลงปลูกข้าวโพด 4 แสนไร่ แปลงเผาจะหายไป ซึ่งบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ทำงานร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าคุมได้ทั้งหมด ถ้าเผาบริษัทจะไม่รับซื้อ

Q : แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่ปี’67

เศรษฐกิจเชียงใหม่ขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนสำคัญคือ 1.ภาคบริการ 2.ภาคการเกษตร มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ราว 2.8 แสนล้านบาท รายได้หลักมาจาก 2 ส่วนสำคัญคือ 1.ภาคบริการท่องเที่ยว มีสัดส่วนรายได้ 60-65% ของ GPP แต่มีคนที่อยู่ในภาคบริการเพียง 20% และ 2.ภาคการเกษตร มีสัดส่วนรายได้ 20% ของ GPP แต่มีคนที่อยู่ในภาคเกษตรมากถึง 60%

แนวทางที่จะทำคือ ทำให้กลุ่มแรกมีรายได้เท่ากับช่วงก่อนโควิด วันนี้เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเชียงใหม่ 85% เท่ากับปี 2562 เราทำได้ตามเป้า ส่วนรายได้ภาคท่องเที่ยวปีนี้คาดว่าเกือบ ๆ แสนล้านบาท แม้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาตามเป้า แต่เรามีนักท่องเที่ยวชาติอื่นทดแทนได้คือ
นักท่องเที่ยวคนไทย 70% ต่างชาติ 30% มีทั้งยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง

ปีหน้าจะเจาะตลาดอินเดียและตะวันออกกลางมากขึ้น เป็นตลาดใหม่ในปี 2567 ซึ่งจะทำรายได้ท่องเที่ยวไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เท่าช่วงก่อนโควิด รายได้จะค่อย ๆ ขยับไปถึง 1.6 แสนล้านบาทอีกครั้งในปีหน้า

ภาคการเกษตร เรามีรายได้แค่ 20% ของ GPP เป็นตัวชี้วัดเรื่องราคาผลผลิต

กลยุทธ์ผมคือ ให้การบ้านเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ปลัดจังหวัด ฝ่ายปกครองทำงานร่วมกัน ให้เกษตรอำเภอดูเชิงลึกแต่ละพื้นที่ว่า แต่ละเดือนมีผลผลิตอะไร ปริมาณผลผลิตซื้อขายได้โดยตลาดเสรีทั้งหมดหรือไม่

ถ้าตลาดรับได้ ราคาดี ก็เดินหน้าไป แต่ถ้าเดือนไหน อำเภอไหน ประเมินแล้วตลาดที่เป็นไปตามธรรมชาติ รับมือไม่ไหว และจะเริ่มเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ให้รีบแจ้งเราจะทำงานร่วมกับสหกรณ์ เพื่อหาวิธีกระจายสินค้าสู่ตลาดนอกเชียงใหม่

ที่ผ่านมาใช้วิธีนี้ในทุกผลผลิต ต้องมี Business Matching กลยุทธ์คือ ทำให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายมาเจอกัน โดยนำผู้ซื้อรายใหญ่ห้างค้าปลีกค้าส่งมารับซื้อ ผมจะขายผลผลิตให้หมด เชียงใหม่มีจุดแข็งเป็นพื้นที่สูง เราปลูกผลไม้เมืองหนาวเป็นส่วนใหญ่ ผมเดินตลาดให้เกษตรกร จากรายได้ 20% จะทำให้ได้ 30% ของ GPP จะทำให้รายได้เกษตรกรสูงขึ้น

Q : นโยบายแก้หนี้นอกระบบ เชียงใหม่มีแนวทางอย่างไร

เรื่องแก้หนี้นอกระบบของเชียงใหม่ เราเปิดศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัด และเปิดศูนย์ดำรงธรรมทั้ง 25 อำเภอ แจ้งผ่านแอประบบ ThaID (ไทยดี) การแจ้งนั้นขอให้ลูกหนี้เล่าเรื่องจริง เพื่อแก้ไขถูกจุด ช่วยเหลือและไกล่เกลี่ยเจรจากับเจ้าหนี้ให้

ล่าสุด มีการแจ้งเข้ามาแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2566 มีลูกหนี้จำนวน 1,253 คน อ้างถึงเจ้าหนี้ 742 ราย ยอดหนี้ 53 ล้านบาท เป็นหนี้นอกระบบทั้งหมด ขอให้เล่าเรื่องจริง ให้รู้ทั้งหมด เพื่อแต่ละอำเภอจะนำไปสู่การเจรจา ไกล่เกลี่ย ซึ่งจะเริ่มทยอยให้ความช่วยเหลือในแต่ละเคส ซึ่งไม่เหมือนกันเลย

นอกเหนือจากไฟป่า หมอกควันแล้ว การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่ให้เติบโตเป็นรูปธรรมตามแผนในปีหน้าก็ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบพร้อมกันไปด้วย