เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
Economic ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
News ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
ดูทั้งหมด

สตาร์ตอัพ “อิเหนา” เนื้อหอม ดูดเงินลงทุนต่างชาติพุ่งเท่าตัว-

23 เม.ย. 2561 | 07:00น.

แม้ว่าก่อนหน้านี้ “อินโดนีเซีย” ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประชากรกว่า 260 ล้านคน จะถูกมองว่า เริ่มเข้าใกล้ภาวะ “ฟองสบู่สตาร์ตอัพ” หลังจากที่มีการระดมทุนด้านสตาร์ตอัพเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องภายในประเทศ เพื่อหวังสร้าง “ยูนิคอร์น” หรือสตาร์ตอัพที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์หรือถึงฝั่งฝันนัก

แต่ปัจจุบันทิศทางเริ่มสดใสขึ้น หลังจากปีที่ผ่านมา นักลงทุนรายใหญ่ในประเทศ ทั้งจากเครือบริษัท ธนาคาร ภาคเอกชน ประกอบกับนักลงทุนด้านเทคโนโลยีจากจีน เข้ามาใส่เงินลงทุนต่อชีวิตสร้างความเชื่อมั่นให้บรรดาสตาร์ตอัพ

เป็นข้อเท็จจริงที่น่าชื่นใจ เมื่อในปี 2017 อินโดนีเซียมีเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เข้ามาลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีรวมกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นมหาศาลจากปีก่อนหน้า ที่มีเพียง 128 ล้านเหรียญเท่านั้น และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติในภาคไอที ส่งให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติโดยรวมของอินโดฯในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัว มาอยู่ที่ 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า เป็นครั้งแรกที่ทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศของอินโดนีเซียเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ การลงทุนหลักมักจะอยู่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ พลังงาน และเกษตรกรรม แต่ปัจจุบัน เม็ดเงินลงทุนวิ่งไปยังแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคอยู่

“การลงทุนด้านทรัพยากรไม่ได้รับความสนใจมากเท่าเดิมแล้ว ขณะที่การลงทุนด้านผู้บริโภค มีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก” Suvir Varma หัวหน้ากองทุนของ Bain & Co. กล่าว

“แอสตร้า อินเตอร์เนชั่นแนล” เครือบริษัทขนาดใหญ่ของอินโดฯ ได้ลงทุนใน “Go-Jek” แพลตฟอร์มให้บริการรถร่วม (ไรด์แชริ่ง) สตาร์ตอัพยูนิคอร์นอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย ราว 150 ล้านเหรียญเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เช่นกันกับ “Salim Group” ยักษ์ธุรกิจของอิเหนาอีกราย ก็มารุกลงทุนในสตาร์ตอัพด้านอีคอมเมิร์ซ

ขณะที่ยักษ์ต่างชาติก็พาเหรดเข้ามามีบทบาทในธุรกิจเทคโนโลยีของอิเหนามากขึ้น โดยมี “Go-Jek” เป็นตัวดึงดูดสำคัญ ที่ได้รับการลงทุนจาก “เทนเซนต์” บริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 ของจีนราว 150 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปลายปีก่อน และเมื่อต้นปีนี้ “กูเกิล” ยักษ์เสิร์ช เอ็นจิ้นโลก และ “กองทุนเทมาเส็ก” รวมถึง “Meituan Dianping” เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซจีน มองเห็นโอกาสเติบโตร่วมใส่เงินลงทุน “Go-Jek” มากกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

และเป็นการลงทุนด้านไรด์แชริ่งครั้งแรกของกูเกิล ส่งผลให้มูลค่าของกิจการ หลังการระดมทุนล่าสุดของ Go-Jek อยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน “อาลีบาบา” ของเจ้าพ่อ “แจ็ก หม่า” ก็มองเห็นโอกาสในอินโดนีเซียเช่นกัน เพราะปลายปีก่อน อาลี
บาบาก็ได้เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน “Tokopedia” แพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซระดับแถวหน้าของอินโดนีเซีย ด้วยมูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนักลงทุนจากจีนแล้ว “Saratoga” บริษัทเพื่อการลงทุนรายใหญ่ของนิวยอร์ก รวมถึงบริษัทเอกชนต่างชาติอื่น ๆ จากที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมดั้งเดิม ก็หันมาลงทุนในสตาร์ตอัพมากขึ้น

“Aston Goad” ผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนของ Hogan Lovell ในกรุงจาการ์ตา ให้ความเห็นว่า ทิศทางการลงทุนในอินโดนีเซียทุกวันนี้เปลี่ยนไป แสดงให้เห็นถึงการลงทุนสำหรับคนในเจเนอเรชั่นใหม่ที่กำลังเติบโต และธรรมชาติของคนกลุ่มนี้มีความสนใจด้านเทคโนโลยี

ฤๅยุคทองของอินโดนีเซียกำลังจะมาถึง เพราะล่าสุด “มูดีส์อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ของโลก ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของอินโดฯ จาก”เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” เนื่องจากรัฐบาลสามารถปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่น ดึงดูดใจนักลงทุนภายนอกประเทศมากขึ้น สอดคล้องกับรายงานวิเคราะห์ของ “สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์” ที่ระบุว่า ปัจจุบันอินโดนีเซียมีเครดิตอยู่ในระดับ “น่าลงทุน” ซึ่งถือว่าเป็นการจัดอันดับที่เป็นผลดีต่อรัฐบาล “โจโก วิโดโด” ที่จะเข้ารับการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้าอย่างยิ่ง

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”