เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
ดูทั้งหมด

เศรษฐาคิกออฟ “2568 ปีท่องเที่ยว” ดึงอีเวนต์โลก

16 มี.ค. 2567 | 14:15น.
เศรษฐา ทวีสิน

รัฐบาลจัดใหญ่เวิร์กช็อป IGNITE THAILAND’S TOURISM ดึงหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชนระดมสมองร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ คิกออฟปีแห่งการท่องเที่ยวไทย 2568 ย้ำการท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 3 เรือธงสำคัญของประเทศ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” รมว.การท่องเที่ยวฯ ให้โจทย์ใหญ่ เฟ้นหาจุดแข็ง จุดพลังเมืองหลักชูเมืองรอง หนุนดึงอีเวนต์ระดับโลกจัดในประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ในงาน IGNITE THAILAND’S TOURISM จุดพลัง รวมใจ ประเทศไทยเป็นที่ 1 ในด้านการท่องเที่ยว ในวันที่ 15 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโอกาสเปิดการประชุมพร้อมมอบนโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ว่า ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย เป็นปีที่ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จากนโยบายหลากหลายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น การประกาศนโยบายยกเว้นวีซ่า (วีซ่า-ฟรี) ที่ผ่านมา รวมถึงการเจรจาขอให้สหภาพยุโรป (EU) ยกเว้นวีซ่าเชงเก้นให้คนไทย ซึ่งจากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้รับการสนับสนุนที่ดี

รวมถึงการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบิน รวมถึงซอฟต์แวร์การตรวจคนเข้าเมือง และการมอบประสบการณ์ที่ดีให้นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงก้าวสุดท้ายที่จะเดินทางออกจากประเทศไทย

“ภาคการท่องเที่ยวถือเป็น 1 ใน 3 เรือธงที่สำคัญที่สุดของประเทศ การจัดเวิร์กช็อประดมสมองจากหลาย ๆ หน่วยงานในครั้งนี้เป็นเป้าหมายสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 ซึ่งจะให้เริ่มวางแนวทางโปรโมตตั้งแต่ปลายนี้เป็นต้นไป เพื่อคิกออฟปีท่องเที่ยวไทยในปี 2568” นายเศรษฐากล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการลงทุนและการสนับสนุนเงินงบประมาณก็ต้องมีบ้าง แต่ต้องคุ้มค่าจริง ๆ

นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ที่ดีอยู่แล้ว สามารถดึงออกมาใช้ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมภาคท่องเที่ยวคิดนอกกรอบ ควบคู่กับการดูแลเงินภาษีของคนไทยด้วย

ด้านนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กว่าวว่า งานประชุม IGNITE THAILAND’S TOURISM เป็นการรวมตัวกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน เพื่อร่วมระดมสมองในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะนำมาร่วมจุดพลังให้การท่องเที่ยวของไทยก้าวไปเป็นที่ 1 ของภูมิภาค และที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว หรือ Tourism Hub โลก ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน)

นางสาวสุดาวรรณกล่าวว่า ในปี 2566 การท่องเที่ยวไทยสามารถสร้างรายได้ 2.13 ล้านล้านบาท และในปี 2567 รัฐบาลมีเป้าหมายในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีเป้าที่ท้าทายที่ 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดันก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าวได้ เนื่องจากในวันนี้ประเทศไทยมีศักยภาพที่สูงมาก

“ในปี 2560 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว คิดเป็น 18.64% ของ GDP และ 12.8% ในปี 2566 สะท้อนว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจส่วนสำคัญของประเทศไทยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” นางสาวสุดาวรรณกล่าวและว่า การท่องเที่ยวก็เป็นจุดแข็งของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ปรับสเกลการพัฒนาให้มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

ทั้งปรับกลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวเพิ่มรายจ่ายต่อทริป และเพิ่มจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยว รวมถึงกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองอย่างทั่วถึง ผ่านการผลักดัน 5 ประเด็นสำคัญที่ได้จัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.Things must do in Thailand คือ สิ่งที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนประเทศไทย อาทิ อาหารไทย มวยไทย ผ้าไทย วัดไทย Thai Show โดยเฟ้นหาและผลักดันสิ่งเหล่านี้และใช้ความทรงพลังของเอกลักษณ์ไทยให้เข้าไปอยู่ในใจของนักท่องเที่ยว และเก็บความประทับใจกลับไปบอกต่อและกลับมาเที่ยวซ้ำ

2.จุดพลังเมืองหลักชูเมืองรอง โดยยกระดับเมืองรองให้เป็นจุดท่องเที่ยวมากขึ้น และทำให้ทุกเมืองเป็นเมืองท่องเที่ยวได้ทั้ง 365 วัน โดยเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองหลักสู่เมืองรอง ส่งต่อและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้

3.ยกระดับ World Class Events โดยประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับสู่การเป็นเมืองแห่ง World Class Events ทั้งความพร้อมของสนามกีฬาขนาดใหญ่ ศูนย์การประชุม ศูนย์การจัดแสดงสินค้าที่มีมาตรฐานและศักยภาพในการรองรับการจัดงานอีเวนต์ระดับโลก

โจทย์สำคัญวันนี้คือจะหาวิธีทำอย่างไรในการผลักดันให้ไทยเป็นเมืองศูนย์กลางมหกรรมความบันเทิงระดับโลก และก้าวสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางงานเทศกาลงานศิลปะ งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ การประชุมระดับนานาชาติ และมหกรรมคอนเสิร์ต โดยนำศิลปินระดับโลกเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงการยกระดับเทศกาลไทยจาก Local to Global เช่น เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“การจัดมหกรรมในระดับ World Class Events จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วน และกระจายลงสู่ระดับภูมิภาค ท้องถิ่น และชุมชนอย่างทั่วถึง” นางสาวสุดาวรรณกล่าว

4.ประสานพลัง ASEAN Connectivity การเชื่อมแบบไร้รอยต่อ โดยร่วมกันหาวิธีการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่านเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน จับมือกับประเทศพันธมิตรในระดับภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของภูมิภาคอาเซียน และสร้างความเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เพื่อรวมการท่องเที่ยวในภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียว

และตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก โดยดึงจุดแข็งของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากประเทศเพื่อนบ้านมารวมเป็นแพ็กเกจดึงดูด และค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิม ต่อจิ๊กซอว์เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวของไทยและประเทศในภูมิภาคอาเชียน

พร้อมทั้งผลักดันให้เกิด Single Visa ปลดล็อกปัญหาอุปสรรคในการข้ามแดน เพื่อก้าวสู่การเป็น ASEAN One Destination โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง และ 5.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยต้องสร้างประสบการณ์และความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวก ความสะอาด รวมทั้งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวต้องบูรณาการความร่วมมือในการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ใช้เสน่ห์ ความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีของคนไทย ดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการยกระดับการให้บริการ สร้างประสบการณ์ที่ดีและภาพลักษณ์ที่น่าจดจำ นำไปสู่การกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและบอกต่อ

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯเชื่อว่าเมื่อทุกส่วนร่วมใจกันจุดพลังทั้ง 5 ประเด็นดังกล่าว จะเป็นตัวช่วยในการกำหนดยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ในการนำศักยภาพของประเทศไทยมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายการเป็น Tourism Hub ได้อย่างแท้จริง” นางสาวสุดาวรรณกล่าว