เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

สภาอุตฯท่องเที่ยวภูเก็ต ชงนายกฯเศรษฐาตั้ง “เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

19 เม.ย. 2567 | 15:43น.

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยื่นหนังสือให้นายกฯเศรษฐาขออนุมัติ 4 โครงการ ยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้มีมาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสากล โดยเฉพาะจัดตั้ง “เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

วันที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 14.10 น. ณ บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จุดตั้งเต็นท์ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นหนังสือต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลืออนุมัติโครงการเพื่อยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้มีมาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสากลรวม 4 โครงการ ได้แก่

1.โครงการจัดตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ขออนุมัติงบประมาณจัดสรรไม่น้อยกว่า 1-5% ของรายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่นำส่งรายได้เข้ารัฐ โดยมีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับผิดชอบ

2.โครงการสร้างมารีน่าชุมชน หรือบริการขนส่งทางทะเล รอบเกาะจังหวัดภูเก็ตจำนวน 10 ท่าเรือ ภายใต้งบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดการแออัดการคมนาคมทางบก อีกทั้งกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดพัฒนาสู่ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) โดยมีกรมเจ้าท่ารับผิดชอบ

3.โครงการบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรจังหวัดภูเก็ต ด้วยระบบ AI ภายใต้งบประมาณ 397,524,000 บาท โดยมีสำนักงานจังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบ

และ 4.โครงการช่วยเหลือโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ขอพิจารณาเพื่อติตตามและอนุมัติ ฉบับร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ภายในเดือนเมษายน 2567 นี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2566 มีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนภูเก็ต 11.3 ล้านคน ซึ่งโตขึ้นจากช่วงโควิดเท่าตัว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 75% ชาวไทย 25% และมีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 388 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ในปี 2567 ในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.พ. มีนักท่องเที่ยวรวม 2.4 ล้านคน โดยเฉลี่ย 1.2 ล้านคน/เดือน เติบโตแบบ Y-O-Y ถึง 38% ทำให้การท่องเที่ยวและจำนวนผู้มาเยือนจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงมองเห็นว่าการมาเยือนของนายกฯครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีต่อจังหวัดภูเก็ต การเพิ่มหรือขยายเส้นทางการคมนาคมภายในจังหวัด การใช้ระบบอัจฉริยะ Al และการขนส่งทางทะเล จึงถือว่าเป็นสาธารณูปโภคหนึ่งที่ให้ประโยชน์ต่อชาวภูเก็ตในภาพรวม และสามารถช่วยยกระดับการท่องเที่ยวให้สู่ระดับสากลให้กับภูเก็ตและประเทศ และมั่นใจว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้หมุนเวียนในจังหวัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภูเก็ต เศรษฐา ทวีสิน