“ฝรั่งเศส” เชื่อมั่นดีลนิวเคลียร์อิหร่านยังไปต่อได้! หลังทรัมป์ประกาศถอนตัว
รัฐมนตรีต่างประเทศแห่งฝรั่งเศส เชื่อ “ดีลนิวเคลียร์อิหร่านยังไม่ตาย” ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว โดยวิพากษ์ว่า “เป็นข้อตกลงที่ห่วยที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และกล่าวหาว่าอิหร่านไม่เคยดำเนินการตามข้อตกลงเลยในระยะเวลาที่ผ่านมา
บีบีซี รายงานว่า นายฌอง-อีฟ เลอ เดรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งฝรั่งเศส ได้ออกมาประกาศว่า แม้นายทรัมป์จะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน แต่ข้อตกลงดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไปในระหว่างกลุ่มประเทศที่เหลือ อันได้แก่ อิหร่าน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี โดยนายฮัสซาน รูห์ฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ร่อนแถลงการณ์ระบุว่า “ทางประเทศอิหร่านเองก็จะยังคงจะอยู่ภายใต้ข้อตกลง หากประเทศที่เหลืออยู่สามารถที่จะรักษาเป้าหมายเดิมไว้ได้ แต่พร้อมกลับมาพัฒนาเพิ่มศักยภาพโครงการแร่ยูเรเนียมตลอดเวลา หากถึงคราวจำเป็น”
นายเลอ เดรียน ระบุเพิ่มว่า ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี และอิหร่าน จะประชุมหารือกันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ขณะที่รัสเซีย ได้แสดงถึงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อตัวปธน.ทรัมป์ กับการกระทำของเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจากอเมริกาจึงกลับมาอีกครั้ง ทางการวอชิงตันประกาศให้ยุติซื้อขายน้ำมันกับอิหร่านภายใน 180 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวสูงขึ้นและผันผวนทั้งวัน ซึ่งถือเป็นโอกาสของคู่แข่งทางการค้าในตะวันออกกลางของอิหร่าน อย่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล ทางการซาอุดีอาระเบียได้ร่อนแถลงการณ์ชื่นชมการตัดสินใจล่าสุดของทรัมป์ด้วย
อย่างไรก็ตาม นายบารัก โอบามา อดีตผู้นำสหรัฐ ได้ออกมาบอกว่า ทรัมป์ได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ลงไป โดยนายโอบามาเป็นผู้ลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าวไปเมื่อปี 2558 ซึ่งนักวิเคราะห์หลายราย มองว่า การกระทำของทรัมป์ในครั้งนี้ดูไม่สมเหตุสมผล และดูเหมือนเขาต้องการถอนรากถอนโคนบรรดานโยบายที่เกิดขึ้นในยุคสมัยโอบามา ตามที่เขาเคยลั่นวาจาเอาไว้ เสียมากกว่ามองความเป็นจริงในปัจจุบัน