‘เซมิคอนดักเตอร์’ รับทรัพย์จาก AI ฉ่ำ ๆ คาดรายได้ทั่วโลกปี’69 แตะ 53 ล้านล้านบาท
บริษัทวิจัยตลาด Gartner คาดรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2569 แตะ 53 ล้านล้านบาท โตจากปีก่อน 92% รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นายเบน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์รายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 ว่าจะพุ่งสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (53 ล้านล้านบาท) เติบโต 92% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวมอยู่ 8.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (26 ล้านล้านบาท) และมูลค่าตลาดในปี 2570 มีโอกาสแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (63 ล้านบาท)
ปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวแข็งแกร่งเกินคาดตามรอบวัฏจักร
โดยคาดว่าระบบนิเวศ AI Data Center จะมีสัดส่วนรายได้เติบโตจาก 36.5% ของรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดในปีนี้ และขึ้นไปมากกว่า 53% ภายใน 4 ปีข้างหน้า (ปี 2573) ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการสร้างมูลค่าและความต้องการชิปทั่วโลก
“การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนใหม่ทั่วทั้งระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังเข้ามากำหนดนิยามใหม่ของส่วนผสมการใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ”

นายเบนกล่าวต่อว่า กลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory) ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปีนี้ และครองสัดส่วนรายได้เกินครึ่ง (54%) ของรายได้รวมทั้งหมด ขยับขึ้นมาจาก 27% ในปี 2568 โดยคาดว่ารายได้จากกลุ่มชิป Memory ในปีนี้ จะอยู่ที่ 8.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (27 ล้านล้านบาท) และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท)
ปีนี้คาดว่ารายได้ชิป DRAM จะพุ่งขึ้นถึง 246.6% ขณะที่หน่วยความจำ NAND flash จะเติบโตสูงถึง 371.9% แม้ในปี 2570 จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แต่สภาวะอุปสงค์และอุปทานจะยังคงตึงตัว เนื่องจากการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเพิ่มปริมาณการใช้ชิปหน่วยความจำอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อระบบ AI Clusters มีขนาดใหญ่ขึ้น รวดเร็วขึ้น และบริโภคพลังงานสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในส่วนประกอบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นชิป CPU, ชิป Networking Silicon, อุปกรณ์จัดการพลังงาน (Power Management), อุปกรณ์อนาล็อก (Analog Devices) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Interconnect) ทำให้ตลาด Non-Memory มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย
โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าหากไม่นับรวมกลุ่มชิป Memory รายได้ชิปกลุ่ม Non-Memory จะเติบโตจาก 5.89 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (19 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 เป็น 7.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (23 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 และพุ่งแตะ 8.64 แสนล้านดอลลาร์ (28 ล้านล้านบาท) ในปี 2570
“AI ขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ครอบคลุมทุกระดับชั้นของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ชิปประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น”