เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

ธุรกิจลุ้นระทึก 3 คดีการเมือง เงินไหลออก-ต่างชาติเมินลงทุนไทย

15 มิ.ย. 2567 | 16:05น.
politic

การเมืองอึมครึมรอความชัดเจน 3 คดีใหญ่ “วินิจฉัยตำแหน่งนายกฯ-ยุบพรรคก้าวไกล-คดีเลือก สว.” กระทบชิ่งเศรษฐกิจ-การลงทุน เอกชนหวั่นปมการเมืองกระทบความเชื่อมั่น-เสียโอกาสดึงการลงทุน กดดันเงินทุนไหลออก จับตาทุนนอกโบกมือลา เบนเข็มหนีไปประเทศอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์หน้า (17-21 มิ.ย.) ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะวันที่ 18 มิ.ย. 2567 จะมีวาระร้อนการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา 3 คดีสำคัญ ประกอบด้วย 1.คดีถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จากกรณีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

2.คดียุบพรรคก้าวไกล จากกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคําร้อง กรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

และ 3.คดี กฎหมาย สว.ขัดรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่ 6 ผู้สมัคร สว.ยื่นคำร้อง ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36, 40, 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายทั้ง 4 มาตราขัดรัฐธรรมนูญ ย่อมทำให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งหมดมีปัญหา อาจจะต้องมีการแก้กฎหมาย นับหนึ่งเลือก สว.ใหม่

หวั่นเสียโอกาสดึงนักลงทุน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า จากสถานการณ์ความกังวลจากปัญหาความไม่แน่นอนของเสถียรภาพรัฐบาล จากกรณีดังกล่าวเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและประชาชน สะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ตามที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้สำรวจ

อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มที่จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้ จากที่รัฐบาล โดย ครม.เศรษฐกิจมีการเสนอเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี โดยตั้งเป้าการเบิกจ่ายให้ได้มากกว่า 70% ทำให้น่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเฉลี่ยเดือนละ 4.5 หมื่นล้านบาท (ก.ค.-ก.ย.) ตลอดจนการเร่งดึงดูดการลงทุนในประเทศให้มากขึ้น จะมีส่วนช่วยประคองให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยบวกต่าง ๆ ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้โดดเด่น ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วกว่า 15 ล้านคน และต้นไตรมาส 3 น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนไปจนถึงปลายปี ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีน่าจะมีสูงถึง 35-36 ล้านคน ส่วนภาคการเกษตรแม้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่ทำให้ผลผลิตน้อยกว่าปกติ แต่เชื่อหลังจากเข้าสู่ฤดูฝนไปจนถึงปลายปี สถานการณ์น้ำน่าจะคลี่คลายมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตและรายได้ในภาคเกษตรดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 และหากโครงการดิจิทัลวอลเลตสามารถเดินหน้าได้จริงในไตรมาส 4 ก็น่าจะเป็นแรงหนุนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 3%

ขณะที่นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ความไม่แน่นอนทางเมืองจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง และส่งผลกระทบต่อไปถึงความเชื่อมั่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไม่รู้ว่าสถานการณ์ในระยะข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ต้องลุ้นจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อน หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็มีโอกาสที่นักลงทุนจะชะลอการลงทุนออกไปเพื่อรอความชัดเจน ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนไป หลังจากที่ผ่านมารัฐบาลพยายามออกไปโรดโชว์เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน

ยิ่งซ้ำเติมทำให้ทุนไหลออก

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่อึมครึมดังกล่าว ย่อมทำให้นักลงทุนมีความเป็นห่วง เนื่องจากประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ อย่างไรก็ดี การที่ตลาดหุ้นไทยตกลงค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมานั้น ปัจจัยสำคัญมาจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้ว แต่เมื่อมีประเด็นทางการเมืองด้วย ก็ยิ่งซ้ำเติมทำให้เงินทุนยิ่งไหลออก

สถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความไม่แน่นอน แต่เป็นสถานการณ์ที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ซึ่งจะกระทบกับความต่อเนื่องของนโยบาย ที่ผ่านมา มีนักลงทุนแสดงความกังวลเข้ามาค่อนข้างมาก และนักลงทุนอาจจะพิจารณาหันไปลงทุนในประเทศที่การเมืองนิ่งกว่านี้ก็ได้ และตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มีความน่าสนใจที่จะดึงดูดนักลงทุนได้อยู่แล้ว ในแง่ของพื้นฐานเศรษฐกิจ

ขณะที่ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า ภาวะที่บรรยากาศบ้านเมืองอึมครึมเช่นนี้ ตนกลัวว่านักลงทุนที่เดิมจะแค่ Wait & See แต่ตอนนี้อาจจะไม่ Wait แล้วไป See ที่อื่นแทน เพราะมีตลาดอื่นที่น่าสนใจกว่า มีเทคโนโลยีใหม่ มีการเติบโต มีกำลังซื้อ

“กลัวว่าจะไม่ Wait แล้วไป See ที่อื่นแล้ว เพราะตลาดอื่นน่าสนใจกว่า มีเทคโนโลยีใหม่ มีการเติบโต กำลังซื้อ ขณะที่ของเรา ทั้งหุ้น ทั้ง FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) ไม่มา” ดร.อมรเทพกล่าว

.