Skip to content

สรรพสามิต ชงของบฯ 7,000 ล้าน หนุนรถอีวี คาดปี’67 ผลิตแตะ 9 หมื่นคัน

08 ก.ค. 2567 | 08:15น.
สรรพสามิต ชงของบฯ 7,000 ล้าน หนุนรถอีวี คาดปี’67 ผลิตแตะ 9 หมื่นคัน

กรมสรรพสามิต ชงของบฯกลาง 7 พันล้านบาท ลุยจ่ายเงินอุดหนุนรถอีวีคันละ 1.5 แสนบาท อีก 3.5 หมื่นคัน ตามมาตรการ EV 3.0 ชี้ค่ายรถยนต์เตรียมลงทุนในไทย 4 หมื่นล้านบาท คาดผลิตรถอีวีได้ 8-9 หมื่นคัน พร้อมถกบีโอไอหามาตรการอุ้มรถสันดาปเปลี่ยนผ่านสู่อีวี

วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างของบฯกลาง จากสำนักงบประมาณ อีกราว 7,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจ่ายเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อีก 3.5 หมื่นคัน ตามมาตรการอีวี 3.0 ของรัฐบาล หลังจากที่ได้มีการจ่ายเงินอุดหนุนสำหรับรถอีวีที่เข้าเงื่อนไขในรอบแลกไปแล้ว ราว 4 หมื่นคัน คิดเป็นวงเงิน 7,000 ล้านบาท

“มาตรการอีวี 3.0 นั้น คาดว่าจะใช้งบประมาณสำหรับจ่ายเงินอุดหนุนราว 1.4 หมื่นล้านบาท โดยรอบแรกกรมจ่ายไปหมดแล้ว 4 หมื่นคัน 7,000 ล้านบาท แต่ยังเหลือตกค้างอีก 3.5 หมื่นคัน ซึ่งได้ส่งเรื่องไปที่สำนักงบประมาณเพื่อขอใช้งบฯกลางอีกราว 7,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)” นายเอกนิติกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีค่ายรถยนต์ที่เข้ามาเซ็นสัญญาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการสนับสนุนอีวี 3.0 ของรัฐบาล (ปี 2565-2566) แล้ว 23 บริษัท ซึ่งจะได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% และได้รับเงินอุดหนุนคันละ 7 หมื่น-1.5 แสนบาท ตามขนาดของแบตเตอรี่ และมีเงื่อนไขว่าค่ายรถยนต์ดังกล่าวจะต้องมีการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อชดเชยการนำรถอีวีเข้ามาขาย 1 เท่าด้วย

โดยจะต้องเริ่มผลิตรถอีวีในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567-2568 ซึ่งขณะนี้พบว่ามีค่ายรถยนต์ที่เตรียมเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว คิดเป็นเม็ดเงินราว 4 หมื่นล้านบาทตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวีในไทยให้กลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก

โดยค่ายรถยนต์ที่เข้ามาตรการอีวี 3.0 มีการนำเข้ารถอีวี ราว 1 แสนคัน ดังนั้นจะต้องผลิตชดเชยการนำเข้า 1 เท่า โดยเท่าที่ได้มีการสอบถามไปยังค่ายรถยนต์ที่มาเปิดตั้งฐานการผลิตในไทยแล้ว คาดว่าน่าจะผลิตได้ราว 8-9 หมื่นคัน และตามแผน 30@30 ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 จะมีการผลิตรถอีวีในไทยอยู่ที่ 7.5 แสนคันนั้น เชื่อว่าจะเป็นไปได้ตามแผนแน่นอน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวีต่อเนื่อง ผ่านมาตรการอีวี 3.5 ซึ่งปัจจุบันมีค่ายรถยนต์เข้ามาเซ็นสัญญากับกรม เพื่อรับสิทธิประโยชน์แล้ว 8 ราย โดยในส่วนนี้ก็จะได้รับเงินอุดหนุนราคารถยนต์เช่นเดียวกัน แต่ในระดับที่แตกต่างจากมาตรการอีวี 3.0

โดยรถอีวีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 กิโลวัตต์จะได้รับเงินอุดหนุน 1 แสนบาทต่อคันในปีแรก และ 7.5 หมื่นบาทต่อคันในปีที่ 2 และ 5 หมื่นบาทต่อคันในปีที่ 3-4 ส่วนรถอีวีที่มีขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 50 กิโลวัตต์ จะได้รับเงินอุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อคันในปีแรก และ 3.5 หมื่นบาทต่อคันในปีที่ 2 และ 2.5 หมื่นบาทต่อคันในปีที่ 3-4 และได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีนำเข้า CBU ไม่เกิน 40% ในช่วง 2 ปีแรก (2567-2568) และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%

โดยปัจจุบันจะเริ่มเห็นการผลิตรถอีวีในประเทศไทย จากค่ายรถยนต์ที่เข้ามาตรการอีวี 3.0 แล้ว ส่วนค่ายรถยนต์ที่เข้ามาตรการอีวี 3.5 นั้น จะต้องเริ่มผลิตรถอีวีในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2569-2570 ซึ่งมาตรการสนับสนุนอีวีของรัฐบาลทั้งหมดจะจบลงในปี 2570 จะไม่มีการอุดหนุน หรือการลดภาษีให้แต่อย่างใด ดังนั้นจึงมองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นแรงกระตุ้นเพื่อให้เกิดฐานการผลิตรถยนต์อีวีในประเทศไทย

“ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนอีวีของรัฐบาล คือ ได้เม็ดเงินลงทุน ได้ฐานการผลิตที่ดึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น แบตเตอรี่ และพาร์ตต่าง ๆ ของอีวี ซึ่งตอบโจทย์รัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตและขับเคลื่อนยานยนต์สมัยใหม่ในอนาคต

ดังนั้นแม้ว่าจะมีการปรับลดภาษีอีวีจาก 8% ลงมาเหลือ 2% รายได้ของกรม จะลดลง แต่ประโยชน์ที่เกิดกับประเทศ คือ ฐานการผลิตรถยนต์สมัยใหม่ จึงถือเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทยอย่างมาก” อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุ

อย่างไรก็ดี ในส่วนรถยนต์สันดาปนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งพิจารณาแนวทางการสนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

โดยเบื้องต้นได้มีการหารือกับค่ายรถยนต์สันดาปบ้างแล้ว หลัก ๆ มีการขอลดอัตราภาษี ซึ่งกรมมีเงื่อนไขว่าการลดภาษีจะต้องนำมาด้วยการสร้างฐานการผลิตในประเทศ การลงทุนที่ต้องคุ้มค่า เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรม และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์