กรมอุตุฯ ประกาศเตือน “ฝนตกหนัก” 14-17 ก.ค.นี้ เสี่ยงท่วมฉับพลัน !
กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนักช่วง 14-17 ก.ค.นี้ เสี่ยงท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เหตุมี 3 ปัจจัยหลัก ทั้งร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและอีสาน กับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ฉบับที่ 1 (126/2567) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14-17 กรกฎาคม 2567) ว่า
ในช่วงวันที่ 14-17 ก.ค. 67 ร่องมรสุมกำลังแรงจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14-17 ก.ค. 67 นี้ไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลา 05.00 น.

ชี้ 3 ปัจจัยทำฝนตกเพิ่ม-ตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันที่ 14-21 ก.ค. 67 จะเป็นอีกช่วงที่ต้องติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตาดว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและกระจายเกือบทั่วไป มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรง พัดเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ ประกอบกับแนวร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน
ทั้ง 3 ปัจจัยนี้จึงทำให้ฝนตกกระจายเพิ่มขึ้น พื้นที่ฝนที่ตกหนักถึงหนักมากจะเกิดขึ้นได้บางแห่งด้านรับมรสุม (ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคตะวันออก) และภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง (ใกล้ร่องมรสุม) ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือ การกระจายของฝนยังดีในทั่วทุกภาค เมฆมากตลอดช่วง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และมีลมแรงบ้างบางเวลา คลื่นลมทั้ง 2 ฝั่งจะแรงขึ้น เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ (ทางตะวันออกของประเทศเวียดนาม) จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามและเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ทำให้ภาคอีสานมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำ ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ในมหาสมุทรแปซิฟิก จะมีกำลังแรงขึ้นช่วงวันที่ 16-19 ก.ค. 67 แต่คาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสูประเทศจีนตอนใต้ในระยะต่อไป (ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ ยังต้องติดตามด้วยข้อมูลจากผลการตรวจอากาศอื่น ๆ ร่วมด้วย (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลนำเข้าใหม่)) ขอให้ติดตามเป็นระยะ ๆ

พยากรณ์อากาศเวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
