ด้วยเป็นบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ มีพื้นที่ดำเนินกิจการในหลายจังหวัด หลากพื้นที่ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” มีการสนับสนุนพนักงานในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมเพื่อสังคม โดยยึดหลักปฏิบัติว่าเมื่อไปดำเนินกิจการ หรือลงทุนที่ใด ต้องทำประโยชน์ 3 อย่าง จนเป็นที่มาของพิธีมอบรางวัลโครงการ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559
“สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์” ประธานคณะกรรมการผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ในฐานะประธานมอบรางวัลในครั้งนี้กล่าวว่าซีพีเอฟส่งเสริมพนักงานในทุกพื้นที่ที่ประกอบกิจการให้มีความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลรับผิดชอบ พัฒนาชุมชน และสังคม โดยมีการมอบรางวัลโครงการ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่พนักงานสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ สู่สังคม
“โครงการ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ประกอบไปด้วยประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท โดยเฉพาะในพื้นที่ประกอบกิจการของซีพีเอฟ ซึ่งมีทั้งโรงงาน และฟาร์ม ซึ่งสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นควบคู่ไปกับการประกอบธุรกิจได้ เพราะก่อนที่เราจะออกไปดูแลคนภายนอก เราต้องดูแลคนของเราก่อนหากพนักงานของเราไม่มีความสุข ก็เท่ากับว่าการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของเราเป็นเรื่องหลอกลวง แต่เมื่อพนักงานของเรามีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี พวกเขาจะมีพลังในการทำเพื่อสังคมต่อไป”
“เครือซีพีเอฟยึดหลัก 3 ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ของบริษัท ซึ่งเป็นปรัชญาสำคัญที่นำไปปรับใช้กับทุกพื้นที่ที่ ซี.พี.เข้าไปลงทุน เพราะรูปแบบการทำธุรกิจมิใช่การหวังผลประโยชน์อย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคืออยู่ที่การดูแล และช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะเมื่อสังคมมีความรักต่อบริษัท สังคมจะเป็นผู้ช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และความมั่นคงในอาชีพ เพื่อให้เกิดการยอมรับ และดูแลสังคมในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ให้องค์กรเป็นที่รัก และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน”
“วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” กล่าวเสริมว่า รางวัลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกจิตสำนึก และส่งเสริมพนักงานมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พนักงานเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือชุมชน โดยมองว่าทุกคนเป็นพี่น้องที่ต้องช่วยกันดูแล
โครงการ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน แบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือ 1.ด้านอาหารมั่นคง 2.ด้านสังคมพึ่งตนเอง 3.ด้านดินน้ำป่าคงอยู่ 4.ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน 5.ด้านส่งเสริมบรรยากาศของสถานที่ทำงาน และ 6.ด้านการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่อุปทาน
โดยในปี 2560 มีสายธุรกิจที่ส่งโครงการเข้าร่วม 32 โครงการ เมื่อผ่านการพิจารณาจากกรรมการภายใน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก อาทิ นักวิชาการอิสระด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จนมีผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 8 โครงการ รางวัลดีเด่น 7 โครงการ และรางวัลชมเชย 11 โครงการ”
“สำหรับโครงการที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านอาหารมั่นคงคือโครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต จากโรงเรียนบ้านใหม่สำโรง, ด้านสังคมพึ่งตนเองคือ โครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสินค้าชุมชนบ้านหนองพยอม ส่วนด้านดินน้ำป่าคงอยู่คือโครงการปลูกป่าเชิงนิเวศในชุมชนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า เป็นต้น”
“บุญเชียร พัลพัฒน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจครบวงจรส่งออกสระบุรี และไก่เหนือ-กลาง ผู้รับผิดชอบโครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต โรงเรียนบ้านใหม่สำโรง หนึ่งในโครงการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ กล่าวว่า เริ่มจากการที่บริษัทเห็นปัญหาในพื้นที่คือโรงเรียนขาดการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย จึงดำเนินการถ่ายทอดความรู้ให้โรงเรียนทั้งการปลูกผัก เลี้ยงไก่ เพาะเห็ด โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 จนปัจจุบันพบว่าปัญหาทุพโภชนาการของเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายของซีพีเอฟที่พร้อมมุ่งมั่นมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
“นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลสู่ชุมชน แบ่งปันทักษะด้านการเกษตร สร้างอาชีพ และรายได้แก่ชุมชน อาทิ โครงการเห็ดพอเพียง โครงการที่ชาวบ้านเรียนรู้วิชาการเพาะเห็ด เพื่อนำไปทำเองที่บ้าน เพื่อช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน”
ที่น่าสนใจทีเดียว