เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จุลพันธ์ อัพเดตลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแล้ว 10.5 ล้านคน

01 ส.ค. 2567 | 15:46น.
jullaphan

jullaphan

จุลพันธ์ รมช.คลัง แถลงเปิดลงทะเบียนรับสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท 6 ชั่วโมง ยอดผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิสำเร็จแตะ 10.5 ล้านคน รับมีขลุกขลักบ้างช่วงแรก ยันระบบไม่ล่ม เผยผู้ได้รับสิทธิรู้ผลหลังวันที่ 22 ก.ย. 67

วันที่ 1 สิงหาคม 2567 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงถึงการเปิดลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ในแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ซึ่งผ่านไป 6 ชั่วโมง พบยอดผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิสำเร็จแล้วแตะ 10.5 ล้านคน เกินกว่าความคาดหวัง ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเดินหน้าโครงการ ซึ่งหลังจากนี้จะเปิดลงทะเบียนตลอด 24 ชั่วโมงไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย. และขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจ

ส่วนกรณีตั้งแต่ช่วงเช้าที่ประชาชนลงทะเบียนไม่สำเร็จ ไม่ได้เป็นเพราะแอป “ทางรัฐ” ล่ม แต่เนื่องจากมีผู้เข้ามาลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้ระบบมีการสะดุดไปบ้าง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้น เมื่อประชาชนค่อย ๆ ทยอยลงทะเบียนต่างช่วงเวลากัน

“ช่วงเช้ามีผู้มาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความขลุกขลักนิดหน่อย คนเข้าเยอะจริง ๆ ในช่วง 10 นาทีแรก เชื่อว่าหลังจากนี้ไม่น่าจะมีปัญหาการดีเลย์” รมช.คลังกล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า สําหรับปัญหาที่ประชาชนไม่สามารถลงทะเบียนได้คือ เป็นการอัพเดตเวอร์ชั่นของ “ทางรัฐ” ซึ่งปัญหาที่เจอในบางคนอาจเพราะไม่ได้เปิดออโต้อัพเดตจึงทำให้เกิดปัญหา และบางกรณีขึ้นกับรุ่นของโทรศัพท์ ซึ่งหากเกิดปัญหาขอให้ลบแอปทางรัฐก่อนแล้วโหลดใหม่

“ตอนนี้การลงทะเบียนราบรื่นดี แต่ยังไม่แน่ใจว่าจบวันจะมีตัวเลขเท่าไหร่ แต่คาดว่าจะเป็นความสำเร็จก้าวแรกของโครงการ โดยยอดลงทะเบียน 10.5 ล้านคนไม่ใช่ว่าได้สิทธิทั้งหมด แต่เป็นการตรวจสอบว่าจะได้หรือไม่ และหลังวันที่ 22 ก.ย.จะส่งคำตอบไปยังประชาชนว่าได้รับสิทธิหรือไม่” นายจุลพันธ์กล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลจะเปิดแถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเลต ครั้งที่ 2 ประมาณวันที่ 10-15 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดการลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ

ส่วนกรณีที่เริ่มเห็นประชาชนไปย้ายทะเบียนบ้าน เพื่อต้องการใช้สิทธิโครงการดิจิทัลวอลเลตนั้น รมช.คลังกล่าวว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าต้องทำ เพราะโครงการนี้คร่อมเทศกาลสำคัญ 2 เทศกาล ปีใหม่และสงกรานต์ เชื่อว่ามีโอกาสที่ประชาชนจะกลับบ้านและไปใช้จ่ายที่บ้าน และกระจายเม็ดเงิน และกรณีที่ไม่ได้กลับ ก็อาจจะเป็นประชากรแฝง และการตัดสินใจย้ายก็เป็นสิทธิของประชาชน แต่ทั้งนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนย้ายบ้านจนเป็นนัยสำคัญหลักล้านคน อาจจะอยู่ที่หลักหมื่น ซึ่งไม่ใช่นัยสำคัญ

นอกจากนี้มีสายด่วน 1111 สามารถรองรับสายประชาชนได้วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 คน ซึ่งเตรียมพร้อมบริการไว้แล้ว ตอบข้อซักถามให้กับประชาชน

รมช.คลังยืนยันว่า โครงการนี้ไม่มีการโทร.มาชักชวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือส่งลิงก์ทางไลน์ มีช่องทางเดียวหรือการโหลดแอป “ทางรัฐ” มีเพียงตัวเดียว โหลดเสร็จก็ดำเนินการตามขั้นตอน

ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจและธุรกิจวอลเลตต่าง ๆ เกี่ยวกับความพร้อมในการเชื่อมโยงระบบเพื่อรองรับการใช้จ่าย (Open Loop) ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต

โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ได้มีการส่งหนังสือเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการไปยังภาคการเงินต่าง ๆ แล้ว โดยผ่านสมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และสมาคมธุรกิจวอลเลตต่าง ๆ ซึ่งมีตอบรับว่าสนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 14 ราย

โดยธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และธุรกิจวอลเลตต่าง ๆ มีเวลาในการพิจารณาว่าจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ จนถึงวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะรู้ชัดเจนว่ามีธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และธุรกิจวอลเลตต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการกี่ราย ส่วนแพลตฟอร์มที่จะรองรรับการใช้จ่ายนั้น ยืนยันว่ามีความพร้อมรองรับการดำเนินงานในไตรมาส 4 อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน หากผู้ประกอบรายใด แสดงความสนใจเข้าร่วมแล้ว ก็จะต้องมีการทำหนังสือ ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้สอบทานการเชื่อมระบบการใช้จ่ายของสถาบันการเงินกับโครงการดิจิทัลวอลเลตด้วย ซึ่งสามารถส่งก่อนที่กระทรวงการคลัง ถึงจะส่งหนังสือได้ ซึ่งมีกำหนดไว้ว่า จะต้องแจ้งให้ ธปท.ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดใช้งานระบบ

สำหรับรายละเอียดเรื่องร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะมีการชี้แจงอย่างชัดเจนอีกครั้งจากกระทรวงพาณิชย์ช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ เพื่อทำความเข้าใจ และเชื่อมั่นว่าจะมีร้านค้าไม่ต่ำกว่า 2-3 ร้านล้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ ส่วนเรื่องกระบวนการภาษีที่ร้านค้ากังวลนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีการส่งข้อมูลไปที่กรมสรรพากรโดยตรง