เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ค้านโครงสร้างค่าไฟบ้านใหม่มากสุด 33% รายงานผลถึง “เอกนัฏ” ทันที

17 มิ.ย. 2569 | 19:31น.

กกพ. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นปรับโครงสร้างค่าไฟบ้านแบบอัตราก้าวหน้า หลังมีผู้ร่วมแสดงความเห็น 653 ความเห็น สะท้อนมุมมองหลากหลาย ทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เสียงคัดค้านมีสัดส่วนสูงสุด 33% ก่อนมอบสำนักงาน กกพ. สรุปผลพร้อมข้อเสนอแนะส่ง “เอกนัฏ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนเคาะจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ต่อมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมครั้งที่ 24/2569 (ครั้งที่ 1,014) วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว

พบว่ามีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย กกพ. จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงาน กกพ. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของ กกพ. และผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (กฟน. และ กฟภ.) ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อประกอบการพิจารณาของภาคนโยบายต่อไป

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าศึกษาเอกสารรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. จำนวน 6,525 ครั้ง จากผู้เข้าชม 2,270 ราย และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 653 ความเห็น โดยผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่เสนอ และผู้ที่แสดงความคิดเห็นในประเด็นอื่นๆ

“เมื่อพิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น พบว่า ผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอมีจำนวน 215 ความเห็น คิดเป็น 33% ของความคิดเห็นทั้งหมด รองลงมาเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับ กรณีศึกษาที่ 2 จำนวน 166 ความเห็น คิดเป็น 25% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง โดยมีประเด็น อาทิ ผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงาน ประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ตลอดจนข้อเสนอแนะด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป”