Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
นโยบายระดับเรือธงของรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทย อย่างการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้เคาะระฆังกลับมาเดินหน้าต่อ โดยเริ่มต้นโครงการเฟสแรก แจกกลุ่มเปราะบางเป็นเงินสด ทั้งผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่คุ้นเคย และกลุ่มผู้พิการ พร้อมทั้งมาในชื่อใหม่ คือ “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ”
ขณะที่กลุ่มที่เป็นเฟส 2 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟน และลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” เรียบร้อยแล้ว ยังต้องรอดูต่อถึงรายละเอียดการแจกเงิน
Prachachat BITE SIZE อัพเดตการแจกเงินหมื่น ทั้งกลุ่มเปราะบางเฟสแรก ใครได้สิทธิ ได้อย่างไร ได้วันไหน และกลุ่มเฟส 2 เงินดิจิทัลจะมาเมื่อไหร่ ตอนนี้มีอะไรที่คืบหน้าล่าสุดแล้ว
เฟส 1 แจกกลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน
เริ่มจากการแจกเงินให้กลุ่มเปราะบาง ในเฟสที่ 1 ให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีอยู่กว่า 12.4 ล้านคน และผู้พิการ กว่า 2.15 ล้านคน รวมเป็นงบประมาณที่ใช้อยู่ที่ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท
โดยจะแจกเป็นเงินสด 10,000 บาท โอนเข้าบัญชีผ่านช่องทางที่กำหนด ทั้งระบบพร้อมเพย์ผ่านหมายเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีเงินฝากที่แจ้งความประสงค์ไว้ หรือช่องทางการรับเงินเบี้ยคนพิการ ตามที่ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ
การโอนเงิน 10,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากกลุ่มเปราะบาง กรมบัญชีกลาง จะโอนในวันที่ 25-27 และ 30 กันยายนนี้ แบ่งการโอนเป็น 4 กลุ่ม คือ
- 25 กันยายน 2567 โอนเงินให้คนพิการ พร้อมกันทั้ง 2.15 ล้านคน และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวประชาชนลงท้ายด้วยเลข 0 ประมาณ 1.13 ล้านคน
- 26 กันยายน 2567 เลขประจำตัวประชาชนลงท้าย 1-3 ประมาณ 4.51 ล้านคน
- 27 กันยายน 2567 เลขประจำตัวประชาชนลงท้าย 4-7 ประมาณ 4.51 ล้านคน
- 30 กันยายน 2567 เลขประจำตัวประชาชนลงท้าย 8-9 ประมาณ 2.26 ล้านคน
เหตุผลที่ต้องแบ่งกลุ่มในการโอนเงิน ไม่มีอะไรมาก เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับระบบ เพราะจะมีการโอนจ่ายเงินเดือนข้าราชการในช่วงเวลาเดียวกันด้วย
ส่วนใครที่พ้นช่วงวันโอนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน จะมีการจ่ายเงินซ้ำให้อีก 3 ครั้ง คือ
ครั้งที่ 1 จ่ายเงินภายใน 22 ตุลาคม 2567
- ทำบัตรหรือต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการภายใน 10 ตุลาคม 2567
- ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนภายใน 18 ตุลาคม 2567
ครั้งที่ 2 จ่ายเงินภายใน 22 พฤศจิกายน 2567
- ทำบัตรหรือต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการภายใน 12 พฤศจิกายน 2567
- ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนภายใน 18 พฤศจิกายน 2567
ครั้งที่ 3 จ่ายเงินภายใน 22 ธันวาคม 2567
- ทำบัตรหรือต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการภายใน 3 ธันวาคม 2567
- ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนภายใน 16 ธันวาคม 2567
เมื่อพ้นการจ่ายเงินซ้ำครั้งที่ 3 แล้ว จะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการ
สำหรับการตรวจสอบสิทธิ สามารถทำได้ตั้งแต่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ https://โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ2567.cgd.go.th
- เว็บไซต์ https://govwelfare.cgd.go.th
- เว็บไซต์ https://govwelfare.dep.go.th/check (เฉพาะคนพิการ)
- แอปพลิเคชัน “รัฐจ่าย” (โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
- ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ โทร. 0 2109 2345 กด 1 กด 5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
และอย่าลืมตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ ให้ติดต่อที่สาขาธนาคารหรือลงทะเบียนผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน ผ่านแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งก็ได้
ทั้งนี้ การผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน เพื่อรับเงินสวัสดิการจากภาครัฐ สามารถใช้บัญชีเงินฝากเดิมที่มีอยู่แล้วได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ และสามารถใช้ได้ทุกธนาคาร ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารของรัฐแต่อย่างใด
สำหรับคนพิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ หรือบัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุ ให้ทำบัตรหรือต่ออายุบัตรให้เรียบร้อยภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เพื่อรับสิทธิตามโครงการดังกล่าว
ส่วนความคาดหวังเรื่องการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลคาดว่าการมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 145,552.40 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.35 ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ
นอกจากนี้เมื่อผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้นจะช่วยก่อให้เกิดการผลิต การค้าขาย การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่งตามมา ซึ่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจะเอื้อให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีอากรได้เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
เฟส 2 รออีกนานแค่ไหน ?
ขณะที่กลุ่มผู้รับสิทธิในเฟส 2 คือ กลุ่มผู้ที่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งการลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” สิ้นสุดแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อน และมีผู้ลงทะเบียนร่วมโครงการกว่า 36 ล้านคน
ในการแถลงข่าวโครงการแจกเงิน 10,000 บาท กลุ่มเปราะบาง เมื่อ 17 กันยายนที่ผ่านมา พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง ยืนยันว่าโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 2 จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยมาตรการนี้นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ส่วนรูปแบบการจ่ายเงินในเฟส 2 ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า อาจจะจ่ายแบบทีเดียว 10,000 บาท หรือจะแบ่งจ่ายครั้งละ 5,000 บาท รวมถึงประเด็นอื่น ๆ จะเป็นเงินสด หรือรูปแบบเงินดิจิทัล และจะจ่ายให้เมื่อใด ทั้งหมดนี้ ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง ทั้งรายละเอียด และระบบ
ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เริ่มจาก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเลต
โดยมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์โครงการ แนวทางการดำเนินโครงการ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ และแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
รวมถึงกำกับ ดูแล ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินโครงการในภาพรวมให้เป็นไปตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้การดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจบรรลุผลสำเร็จ เป็นไปตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบ
สำหรับคณะกรรมการ ประกอบด้วย
- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 1
- นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2
- นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 4
ขณะที่กรรมการ ประกอบด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์, น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงมหาดไทย
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ประธานสมาคมธนาคารไทย, ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, ปลัดกระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
และล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต สำหรับผู้ที่ไม่มีกลุ่มสมาร์ทโฟน ผ่าน 3 สถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายในเดือน ต.ค.2567
โดยยืนยันว่า รอบนี้จะไม่เลื่อนลงทะเบียนออกไปอีก เพราะเป็นช่วงที่ดำเนินการเฟสแรก สำหรับกลุ่มเปราะบางแล้วเสร็จแล้ว ส่วนกำหนดวันลงทะเบียนที่ชัดเจน ให้รอหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ(บอร์ด) ซึ่งมีการประชุมนัดแรกภายในต้นสัปดาห์หน้า
“การลงทะเบียนกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะไม่เลื่อนออกไปอีก คาดว่าจะอยู่ในกรอบเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เคลียร์การโอนเงินให้กับเฟสแรกได้หมดแล้ว ส่วนวันลงทะเบียนใหม่จะเป็นวันไหน ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด ต้องรอหลังประชุมบอร์ดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหารือกันก่อน ช่วงต้นสัปดาห์หน้า เมื่อพอคิกออฟแล้วน่าจะทำงานได้ง่ายขึ้น รออีกหน่อย ยืนยันเลื่อนจากกำหนดเดิมไม่นาน” นายจุลพันธ์ กล่าว
สำหรับกรอบเวลารับลงทะเบียน จะกำหนดระยะเวลาอยู่ที่ 1 เดือนเหมือนกับเฟสแรก และจะไม่ขยายวันเพิ่มอีก ส่วนการโอนเงินไปยังประชาชน จะดำเนินการผ่านระบบวอลเลต ที่อยู่ในระบบกลางของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะโอนตรงไปยังบัญชีธนาคารของประชาชนผู้มีสิทธิ แต่บัญชีธนาคารจะต้องเป็น 3 แบงก์รัฐ คือ ออมสิน ธ.ก.ส.และ ธอส.เท่านั้น
“เมื่อลงทะเบียนแล้ว จะใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงใช้เวลาในการประกาศผลไม่นาน ส่วนเงินที่ประชาชนเฟส 2 จะได้รับเมื่อไรนั้น ต้องรอความพร้อมของระบบอีกหน่อย” นายจุลพันธ กล่าว
ส่วน 3 แบงก์รัฐ มั่นใจว่า มีความพร้อมรับลงทะเบียน หากรัฐบาลประกาศกดปุ่นเริ่มเมื่อไร แบงก์จะสามารถดำเนินการและมีระบบรองรับได้ทัน เนื่องจากกระทรวงการคลังและแบงก์ได้มีการหารือ และเทรนด์ระบบร่วมกันนานแล้ว จึงเชื่อว่า เมื่อถึงวันเปิดรับลงทะเบียนตามสาขาแบงก์ จะมีปัญหาใด ๆ
ติดตามว่า การจ่ายเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นเฟสแรก จะประสบปัญหาอะไรหรือไม่ และกลุ่มที่เป็นเฟส 2 เอง หลังจากประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นัดแรก จะมีรายละเอียด มีความคืบหน้าเป็นอย่างไร
ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.73 ได้ที่ https://youtu.be/wpcr_5kyXmM
เข้าใจง่าย ได้ความรู้ ทุกสถานการณ์ข่าว กับ “Prachachat BITE SIZE” ทุกวันเสาร์ 11.00 น. ทุกช่องทางออนไลน์ของประชาชาติธุรกิจ





