เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน งาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) จึงเป็นบิ๊กอีเวนต์แห่งปี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวเรือใหญ่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เป็นสัญลักษณ์ “พลังแห่งความร่วมมือ”นำพาประเทศไทยสู่ความอยู่รอดอย่างสมดุลในยุคโลกเดือด (Global Boiling)
“ทศวรรษแห่งการลงมือทำ” หรือ Decade of Action ถือเป็นเป้าหมายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงยั่งยืน
โดยมี 5 องค์กรใหญ่ของไทยเป็น “โมเดลต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก” ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ณ วันที่ 27 กันยายน 2567 นับล้านล้านบาท
ได้แก่ 1.บมจ.ปตท. 964,001 ล้านบาท 2.บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ 335,108 ล้านบาท 3.บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย 291,600 ล้านบาท 4.บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป 65,044 ล้านบาท 5.บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) 30,382 ล้านบาท
รวมถึงพลังเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) ผู้สนับสนุนการจัดงานทุกภาคส่วน
ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน SX 2024 เปิดเผยว่า SX ปีนี้ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม สถานทูต เครือข่ายธุรกิจยั่งยืนจากองค์กรชั้นนำของไทยและต่างประเทศกว่า 270 แห่ง โดยยึดผู้บริโภคเป็นแกนกลาง พร้อมเชื่อมโยงองค์กรธุรกิจเป็นวงจร และเข้าถึงผู้บริโภคในที่สุด
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อครั้งปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของไทยเบฟฯ เมื่อกลางปี 2567 ฐาปนได้ประกาศให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มบริษัทไทยเบฟฯ สู่ความเป็นสถาบัน พร้อมสร้างโอกาสให้แก่ผู้บริหารมืออาชีพ อาทิ “ต้องใจ ธนะชานันท์” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน
ฐาปนกล่าวว่า Time for Action มีผลต่อโลกเดือด เรากําลังเผชิญกับความท้าทาย มนุษย์กว่า 8 พันล้านคนภาคธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ฉะนั้น เราต้องรับผิดชอบและให้โลกบรรลุเป้าหมาย Net Zero จะไม่สำเร็จ หากไม่ร่วมมือกัน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม และประชาชน
ก่อนหน้านี้ไทยเบฟฯ และองค์กรพันธมิตรร่วมก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) เพื่อทำโครงการและกิจกรรมพัฒนาคู่ค้า โดยมีซัพพลายเออร์กว่า 2,000 รายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องความยั่งยืน ทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม
“ไทยเบฟฯ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม ร่วมมือระดับภูมิภาค หรืองาน SX 2024 ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ในการปลุกจิตสำนึกด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมเศรษฐกิจมหภาค สร้างรายได้ให้ชุมชน”
ทั้งให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง “น้ำ” โดยร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงสนับสนุนป่าชุมชน 90,000 ไร่ เพื่อช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และตั้งเป้าลดการดึงน้ำจากธรรมชาติให้ลดลงเรื่อย ๆ
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีเจตนารมณ์พัฒนาความยั่งยืนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ด้วยแนวคิด “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” พร้อมผนึกกำลังสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
“ปตท.พร้อมเป็นผู้นำขับเคลื่อน ส่งเสริมแนวคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ตระหนักถึงการร่วมกันลงมือทำ เพื่อโลกที่ดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน”
ด้วยกลยุทธ์สร้างการเติบโตในธุรกิจไฮโดรคาร์บอน ทั้งธุรกิจสำรวจและผลิต ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า ปิโตรเคมีและการกลั่น ค้าปลีก และต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ New S-Curve ผ่าน EV, Logistics, Life Science และ Industrial AI
โดยมีบริษัทลูก บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ดำเนินธุรกิจแบบ OR 2030 Goals คือทำงานด้วย SDG คือ S-Small โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก D-Diversified โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ และ G-Green โอกาสเพื่อสังคมสะอาด
พร้อมเร่งปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติ อาทิ บำรุงรักษาป่า 1 ล้านไร่ ปลูกป่าใหม่อย่างต่อเนื่องอีก 1 ล้านไร่ และร่วมกับกลุ่ม ปตท.อีก 1 ล้านไร่
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า พลังเปลี่ยนโลกจะช่วยกู้วิกฤตโลกเดือดได้ เอสซีจีเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมกรีนหลายรูปแบบมานานแล้ว เพื่อมีส่วนร่วมในการลดคาร์บอน สร้างโลกที่น่าอยู่ในทุก ๆ วัน โดยปรับโครงสร้างการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน เชื่อมประเด็นแผนงานธุรกิจผ่าน 3 มิติ ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ จะมีประชุมไตรมาสละครั้ง
“เอสซีจีใช้ ESG 4 Plus ประกอบด้วย 1.มุ่ง Net Zero 2.Go Green 3.Lean เหลื่อมล้ำ และ 4.ย้ำร่วมมือ Plus เป็นธรรม โปร่งใส”
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็น License to Operate ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ เราให้ความสำคัญมาก เพราะถือเป็นหัวใจของธุรกิจ เพื่อมุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คนและโลก ส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล หรือ Healthy Living, Healthy Oceans ให้กับคนรุ่นต่อไป ผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง ภายใต้กลยุทธ์ที่เรียกว่า SeaChange 2023 สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลและโลกอย่างยั่งยืน
ในงาน SX 2024 ไทยยูเนี่ยนได้โชว์กระป๋องรักษ์โลก ECOTWIST ตอบโจทย์ความยั่งยืน ซึ่งเป็น 1 ใน 11 พันธกิจหลัก การออกแบบกระป๋องรูปแบบใหม่จะช่วยลดการใช้พลาสติกแบบหดรัด (Shrink Wrapped) ได้ประมาณ 65 ตัน/ปี และไม่ต้องมีแพ็กเกจจิ้งภายนอก สามารถรีไซเคิลได้ทั้งใบ
ที่สำคัญยังมีโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ร่วมกับ TNC และเกษตรกรฟาร์มกุ้งในไทย เพื่อให้เข้าถึงเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฟาร์ม เช่น สนับสนุนให้ใช้อาหารสัตว์คาร์บอนต่ำ มีส่วนผสมที่ไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งสนับสนุนการติดแผงโซลาร์โดยที่ไม่ต้องลงทุนเอง เพื่อความอยู่รอดในยุคโลกเดือด
ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า เราเน้นเชื่อมโยงเข้ากับผู้คน เสริมสร้างธุรกิจและชุมชนให้เข้มแข็งไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ในงาน SX 2024 เราเน้นย้ำแนวคิด “สร้างชีวิตที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”
ซึ่งภาคธุรกิจต่าง ๆ ของกลุ่ม รวมถึงสวนอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัยและค้าปลีก วางเป้าหมาย ESG พัฒนาคุณภาพชีวิตยั่งยืน ดังนี้
1.บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 29% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับปี 2019
2.ติดตั้งการผลิตพลังงานหมุนเวียน 215 เมกะวัตต์ บนสินทรัพย์ภายในปี 2030 ปัจจุบันติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว 39 เมกะวัตต์
3.มีการใช้แพลตฟอร์มประเมินความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ภายในปี 2024 ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทดลองแพลตฟอร์ม
4.100% ของโครงการใหม่ และ 85% ของสินทรัพย์บริษัทจะต้องได้รับการรับรองหรืออยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานอาคารเขียวภายในปี 2030 ปัจจุบัน 55% ของสินทรัพย์ได้รับการรับรองแล้ว
5.75% ของซัพพลายเออร์รับทราบนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบภายในปี 2025 ผ่านการเปิดตัวโปรแกรม e-Learning สำหรับซัพพลายเออร์
6.พัฒนากรอบการทำงาน เพื่อประเมินและจัดลำดับความสำคัญ ความเสี่ยง และโอกาสของความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2025 เริ่มพัฒนากรอบการทำงานให้สอดคล้องกับ TNFD
ล่าสุด ONE BANGKOK เป็นโครงการแรกในไทยที่ได้รับการรับรอง LEED Platinum สำหรับการพัฒนาชุมชน WiredScore และ SmartScore
“Sustainability Expo 2024” (SX 2024) ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์