เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

TDRI ชงขยายวงเงินชดเชย “ประกัน พ.ร.บ.” เป็น 20-30 ล้าน หลังไฟไหม้รถบัส

09 ต.ค. 2567 | 08:20น.
ประกันรถยนต์

ทีดีอาร์ไอ เสนอควรขยายวงเงินชดเชยความคุ้มครองใหม่ของ “ประกันภัยภาคบังคับ” เป็น 20-30 ล้านบาทต่อการเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง หลังกรณีเกิดเหตุรถบัสไฟไหม้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พบปัญหาชดเชยไม่ครอบคลุม เพราะชนเพดานความคุ้มครองที่ 10 ล้านบาท เชื่อการเพิ่มวงเงินนี้ไม่ทำให้เบี้ยประกันภัยสูงขึ้น เพราะแม้มีความเสียหายสูง แต่โอกาสเกิดต่ำ

วันที่ 9 ตุลาคม 2567 ดร.สุเมธ องกิตติกุล รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาในกรณีอุบัติเหตุใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ว่าการชดเชยจะไม่สามารถทำได้อย่างครอบคลุมตามความคุ้มครองที่กำหนดเอาไว้ว่า กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยรายละ 5 แสนบาท เนื่องจากประกันภัยรถภาคบังคับ หรือที่สังคมเรียกว่า พ.ร.บ. ซึ่งรถทุกคันต้องมีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มีการกำหนดวงเงินต่อการเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้งไว้ที่ 10 ล้านบาท

โดย ดร.สุเมธได้ยกตัวอย่างกรณีเหตุการณ์รถบัสเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่มีผู้เสียชีวิต 23 ราย ประกันภัยภาคบังคับต้องจ่ายชดเชยอย่างน้อย 5 แสนบาทต่อราย รวมเป็นเงิน 11.5 ล้านบาท ซึ่งจำนวนดังกล่าวเกินกว่าวงเงินต่อครั้งการเกิดอุบัติเหตุที่กำหนดไว้ ทำให้วิธีการชดเชยในกรณีนี้จะคิดจากการนำวงเงิน 10 ล้านบาทมาหารด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด

จึงเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตไม่ได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน 5 แสนบาท แต่ได้รับรายละประมาณ 4 แสนกว่าบาท แม้ประกาศของกรมการขนส่งทางบกในปี 2560 ที่กำหนดให้รถโดยสารไม่ประจำทางต้องจัดทำประกันภัยเพิ่มเติม จากกรณีภาคบังคับ โดยกำหนดวงเงินความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเทียบเคียงได้กับการทำประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 ซึ่งปัจจุบันมีขั้นต่ำอยู่ที่ 5 แสนบาทต่อราย แต่เมื่อรวมเงินชดเชยจากประกันภัยรถทั้ง 2 ประเภท ผู้เสียชีวิตจะได้รับเพียง 9 แสนกว่าบาท ทั้งที่ในความเป็นจริงควรจะได้ชดเชยรวม 1 ล้านบาท

“แม้ว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ในภายหลัง แต่กระบวนการใช้เวลายาวนานนับปี และเจ้าของรถอาจไม่มีเงินจ่ายชดเชยได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเหตุรถบัสเมื่อวันที่ 1 ต.ค. บริษัทประกันภัยมีความประสงค์จ่ายสินไหมทดแทนเกินวงเงินความคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษก็ตาม แต่หากมีการแก้ไขประเด็นดังกล่าวก็จะทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต” ดร.สุเมธระบุ

ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า ทีดีอาร์ไอมีข้อเสนอแนะว่าควรขยายวงเงินชดเชยต่อครั้งอุบัติเหตุให้มากกว่าเดิม โดยวงเงินคุ้มครองใหม่ของประกันภัยภาคบังคับที่ควรพิจารณาคือ 20-30 ล้านบาทต่อการเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง และเชื่อว่าการเพิ่มวงเงินนี้จะไม่ได้ทำให้เบี้ยประกันภัยสูงขึ้น เพราะแม้ว่าจะมีความเสียหายสูงแต่โอกาสเกิดต่ำ

โดยที่ผ่านมาการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปจนทำให้วงเงินชนเพดานนั้นมีความถี่ค่อนข้างต่ำ จากสถิติข้อมูลอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคมในช่วงปี 2562-2566 ยังไม่พบเหตุการณ์อุบัติเหตุรถโดยสารที่มีผู้เสียชีวิตสูงในลักษณะดังกล่าว

ดังนั้น หากข้อเสนอนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะทำให้เวลาเกิดเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ครอบครัวผู้สูญเสียมีโอกาสได้รับความคุ้มครองที่ครบถ้วนและเหมาะสมมากขึ้นกว่าเดิม