จุลพันธ์ รมช.คลัง เผยบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมประชุมนัดแรกปลาย ต.ค. วางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ดันจีดีพีปีนี้โตแตะ 3% และปีหน้าเชื่อโตกว่า 3% ยันแจกเงินดิจิทัล 10,000 เฟส 2 ถึงมือประชาชน
วันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีกำหนดนัดประชุมนัดแรก เร็วที่สุดภายในปลายเดือน ต.ค.-ต้นเดือน พ.ย. 67 นี้
โดยในเบื้องต้น เรื่องที่จะบรรจุในวาระการประชุม ประกอบด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่แต่ละหน่วยงานเตรียมนำเสนอ และการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมทั้งการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเลต เฟส 2
นายจุลพันธ์กล่าวว่า สำหรับโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 2 ยืนยันว่าดำเนินการต่ออย่างแน่นอน โดยกระบวนการในการพัฒนาระบบดิจิทัลวอลเลตยังเดินหน้าอยู่ ส่วนจะเริ่มแจกเงินได้เมื่อไหร่นั้น ขอรอให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน
ขณะที่รูปแบบนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามเดินหน้าเรื่องของระบบการจ่ายเงินดิจิทัล ซึ่งยังคงจะเป็นวอลเลต แบบ โอเพ่น ลูป (Open Loop) ตามเดิม ส่วนการลงทะเบียนดิจิทัลวอลเลต กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้ในเดือน พ.ย.นี้
“ยืนยันว่าเงิน 10,000 บาท ถึงมือประชาชนที่ได้สิทธิทุกคนอย่างครบถ้วนอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดว่าจะแจก 10,000 บาททั้งก้อน หรือมีการแบ่งทยอยจ่ายนั้น ขอให้รอการประชุมคณะกรรมการกระตุ้นก่อน” รมช.คลังกล่าว
สำหรับการแจกเงิน 10,000 บาทที่ผ่านมาให้กลุ่มเปราะบางการกระจายตัวดี การใช้จ่ายหมุนได้ค่อนข้างเร็ว การค้าขายในพื้นที่ต่าง ๆ แต่นิ่งนอนใจกับความสำเร็จไม่ได้ เพราะการกระตุ้นต่อเนื่องต้องมี และอยู่ระหว่างการคิด และวางกรอบว่าจะทำอะไรเพิ่มเติม
ส่วนผลต่อเศรษฐกิจหลังจากนี้คงมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่องในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาโมเมนตัมการใช้จ่าย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 3% และปีหน้าขยายตัวได้มากกว่า 3% ด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่ลงไป รวมทั้งจากการทำงานของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาที่เริ่มผลิดอกออกผล ทั้งเรื่องการเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ช่วงปีใหม่คงจะมีมาตรการออกมา ซึ่งจะมีการหารือกันในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน
นายจุลพันธ์กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนส่วนหนึ่งเรียกร้องให้มีมาตรการ “คนละครึ่ง” ว่า รัฐบาลรับข้อเสนอทั้งหมดมาพิจารณา โดยไม่ได้ปิดกั้นหรือยึดติดศักดิ์ศรี หากโครงการเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการจะคำนึงถึงช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม อาทิ ช่วงที่การใช้จ่ายชะลอตัว เพื่อไปช่วยเร่งให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเสนอมาตรการเที่ยวไทยไปต่อได้ จะเป็นมาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่เดินทางไปเที่ยวในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และบริษัท หรือภาครัฐจะได้ลดหย่อนสำหรับการประชุม หรือสัมมนาในพื้นที่ดังกล่าว โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ประมาณ 2 เท่า
“เบื้องต้นชื่อ จะเป็นเที่ยวไทยไปต่อได้ แต่จะเป็นชื่อนี้หรือไม่ คงต้องติดตาม โดยวางกรอบรายละเอียดไว้ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันจะมีการพูดถึงมาตรการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลตด้วย ที่ยืนยันมาแน่นอน ที่สุดท้ายเงิน 10,000 บาท ถึงมือครบถ้วน” นายจุลพันธ์กล่าว
นอกจากนี้จะเสนอมาตรการทางภาษีออกประกาศกระทรวงการคลังเพื่อขยายเวลาการยื่นแบบภาษีนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยจะมีการประกาศกรอบเวลาอีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ในขณะนี้ รวมถึงมาตรการทางภาษีซ่อมแซมบ้าน และรถซึ่งสามารถลดหย่อนค่าซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินที่ติดตั้งบนอาคาร หรือที่ดินที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 ประเภท โดยเรื่องดังกล่าวจะนำเสนอให้คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป