Skip to content

จริงหรือ?…ปัจจัยลบกระทบตลาดรถยนต์แค่ชั่วคราว

20 ต.ค. 2567 | 07:09น.
จริงหรือ?…ปัจจัยลบกระทบตลาดรถยนต์แค่ชั่วคราว
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อมร พวงงาม

เห็นข่าวตลาดรถยนต์หดตัวหนัก แถมปีนี้น่าจะหนักสุดในรอบ 15 ปีซะด้วย ฟันธงกันแค่ 6 แสนคัน น่าใจหายครับ สู้อุตส่าห์ปลุกปั้นกันมายาวนาน

วันก่อนแอบไปถามผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ มองปรากฏการณ์นี้อย่างไร? คนนี้ทำงานกับบริษัทรถยนต์มาหลายยี่ห้อ ทั้งยุโรปและเอเชีย

ล่าสุดยังเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลากหลายแบรนด์ มองว่า เป็นธรรมดาของการทำธุรกิจ “มีขึ้นมีลง” ช่วงขาขึ้น ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ กำไรก็เยอะตาม พอขาลง เป็นธรรมดาต้องมีขาดทุนบ้าง ก็ทนทู่ซี้ไปรอวันตลาดฟื้น

แถมบอกเพิ่มเติมว่าไม่ต้องเป็นห่วงบริษัทรถยนต์เขาหรอก ฟันกำไรมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป

ที่น่าห่วงน่าจะเป็นบรรดาดีลเลอร์ที่ช่วยเขาขายรถมากกว่า ตอนนี้สลบกันไปเป็นแถว ปกติมาร์จิ้นที่บริษัทรถยนต์ให้ก็บางอยู่แล้ว

มาวันนี้การแข่งขัน เดือดทะลุปรอท แถมตลาดยังทรุดหนักแบบนี้ จะไปกันอย่างไง? ใครที่อยากทำตัวเลขมีมาร์จิ้นเท่าไหร่ ต้องเททิ้งให้เป็นส่วนลดกันหมด สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้

ไม่แปลกใจที่เห็นข่าวดีลเลอร์ขายรถทั้งญี่ปุ่น-ยุโรป-จีน ถอดใจแห่เลิกกิจการกันพรึ่บพรั่บ แค่ปีเศษ ๆ โชว์รูมปิดตัว-เลิกกิจการ กันไปน่าจะเป็นร้อยแห่ง ค่ายญี่ปุ่นเยอะกว่าเพื่อน ส่วนจีนมีประปราย ส่วนใหญ่เป็นประเภทที่มีแพลนจะเปิด ถึงเวลาตลาดเข็นไม่ไหวเลยถอยดีกว่า

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ามองโลกแง่ดี ให้มองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ “ภาวะสมดุล” เมื่อก่อนขยายเอาขยายเอา บางแห่งซ้อนกันอย่างกับ “ร้านสะดวกซื้อ”

ส่วนดีลเลอร์ที่เห็นแล้วเหนื่อยแทน คือกลุ่มที่ลงทุนกันเยอะ ๆ อย่างเบนซ์ BKK ควักกระเป๋าไปถึง 3 พันล้านบาทกับโชว์รูมย่านบางนา-ตราด แถว กม.4

จะเรียกว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียคงไม่ผิด วางแผนทำเป็นออฟฟิศให้เช่าด้วยมีพื้นหลายหมื่น ตร.ม. ต่างจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่โชว์รูมขายรถจะขนาด “มินิมอล”

อีกรายคือโตโยต้าบัสส์ โชว์รูมแถววิภาวดี ลงทุนเป็นพันล้านเหมือนกัน ใช้คอนเซ็ปต์เดียวกัน คือมีพื้นที่ให้เช่าหลายฟลอร์ทำออฟฟิศ และโคเวิร์กกิ้งสเปซ หรืออีกแห่งโชว์รูมย่านพัฒนาการของกลุ่ม AAS ก็ทำนองเดียวกัน

อย่าลืมว่าระยะหลังความต้องการใช้พื้นที่ทำออฟฟิศแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ และที่เลวร้ายคือ วันนี้พื้นที่ออฟฟิศบิลดิ้ง “ล้น” บทวิจัยของกลุ่มสถาบันการเงินหลายสำนัก ระบุตรงกันว่าใน กทม.ตลาดมีพื้นที่ออฟฟิศให้เช่าเหลือหลายแสน ตร.ม.

ดังนั้นหากปัจจัยที่กระทบกับตลาดรถยนต์ตอนนี้ ทั้งกำลังซื้ออ่อนแอ หนี้ครัวเรือนทะลัก หรือกลุ่มที่ต้องการซื้อรถยนต์ ติดกับดักการปล่อยสินเชื่อเป็นเพียงแค่ “ปัจจัยลบชั่วคราว”

บรรดาดีลเลอร์ที่ทำหน้าที่ขายรถก็ยังพอ “อึด” กันไปได้อีกพักใหญ่ แต่ถ้ากลายเป็น “ปัจจัยลบถาวร” ที่มิอาจทำให้ตลาดรถยนต์บ้านเราขยับกลับขึ้นไปถึง 1 ล้านคันต่อปีเหมือนแต่ก่อน

ป้วนเปี้ยนอยู่แค่ 6 แสนคันต่อปีไปเรื่อย ๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และเทรนด์การใช้รถที่เบาบางลง ประเด็นเอจจิ้งที่เมืองไทยเข้าสู่สังคมคนแก่ เด็กรุ่นใหม่ไม่ขับรถ นิยมใช้แต่ระบบขนส่งมวลชน

คราวนี้แหละ “ตัวใครตัวมันครับ”