เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
Economic ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
Economic ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
Economic พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
เศรษฐกิจเจอแรงกดดัน 3 ประสาน
Finance เศรษฐกิจเจอแรงกดดัน 3 ประสาน
SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
Business SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
News นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
ดูทั้งหมด

บรรจุภัณฑ์แก้ว “บีจีซี” ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตลอดซัพพลายเชน

04 มิ.ย. 2561 | 15:10น.

หากจะบอกว่าอุตสาหกรรมแก้วเป็นธุรกิจที่แทบไม่ก่อผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเลยคงไม่ผิดนัก เพราะเมื่อมองการดำเนินธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือบีจีซีแล้ว สามารถสะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

นอกจากการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนที่อยู่รอบการดำเนินงานของกิจการ ด้วยการทำกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างโครงการ 1 โรงงาน 1 โรงเรียน ที่ร่วมพัฒนาและปรับปรุงโรงเรียนบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงโรงงาน ซึ่งต้องการความช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือโครงการมองโลกผ่านแก้วที่ให้บริการตรวจวัดสายตาเคลื่อนที่ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนแว่นสายตาแก่นักเรียนที่มีปัญหาทางสายตา รวมถึงปีนี้ที่จะมีโครงการรักแก้ว รักษ์โลก ซึ่งจะเข้าไปสอนเรื่องการรีไซเคิลขวดแก้วให้กับโรงเรียน

สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ กระบวนการได้มา ซึ่งผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของบีจีซีล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย “ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร” กรรมการผู้จัดการ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์กล๊าส ให้ข้อมูลถึงธุรกิจของบีจีซีว่า ปัจจุบันมีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว 4 แห่ง ที่ จ.ปทุมธานี, จ.พระนครศรีอยุธยา, จ.ขอนแก่น และ จ.ปราจีนบุรี กำลังการผลิตอยู่ที่ 3,495 ตันต่อวัน มีเตาหลอมทั้งหมด 11 เตา และเดือน ส.ค.นี้จะเปิดเพิ่มอีก 1 เตาที่ จ.ราชบุรี ซึ่งจะเป็นโรงงานแห่งที่ 5

“อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมแก้วจะดูจากจำนวนเตาหลอมที่เพิ่มขึ้น หรือเรียกได้ว่าดู capacity ของโรงงาน ซึ่งโรงงานที่ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วนั้นไม่สามารถหยุดการผลิตได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิส่งผลให้แก้วเกิดการแตกร้าว หรือมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา โดยเตาหลอมนึงจะอยู่ได้ถึง 10-15 ปี หลังจากนั้นจะต้องรื้อเตาแล้วทำใหม่”

เพราะต้องเปิดเตาหลอมตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยอุณหภูมิ 1,500 องศา จึงถือได้ว่าเตาหลอมคือจุดที่ใช้พลังงานมากที่สุด และทางออกของการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตคือการออกแบบเตาหลอมที่เหมาะสม โดยบีจีซีได้นำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีมาใช้ในการออกแบบเตาหลอม รวมถึงนำเทคโนโลยีมาควบคุมกระบวนการเผาไหม้ในเตาหลอม โดยทีมวิจัยและพัฒนาได้พัฒนาและติดตั้งเครื่องตรวจวัดออกซิเจน (oxygen sensor) ในเตาหลอม เพื่อควบคุมสีแก้วในรางน้ำแก้ว และวัดอุณหภูมิในเตาให้คงที่ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพสูงสุด

“สิ่งที่ได้คือลดการใช้เชื้อเพลิง และพลังงาน 5-10% และเกิดผลต่อเนื่องถึงการลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เกิดพลังงานความร้อนระหว่างการเผาไหม้ เราสามารถนำพลังงานนั้นกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งการใช้พลังงานน้อยลง ผมมองว่าเกิดประโยชน์กับทั้งบริษัทและสังคม เพราะเมื่อเราใช้พลังงานได้ดี ใช้พลังงานลดลง จะทำให้ต้นทุนของเราดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอีกด้วย”

จากการเล็งเห็นถึงการนำพลังงานกลับมาใช้อย่างคุ้มค่า ได้นำไปสู่การจัดตั้ง BG Energy เพื่อบริหารจัดการด้านพลังงานใน 3 ส่วน โดยส่วนแรกคือ พลังงานความร้อนทิ้ง (waste heat energy) นำความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ เพื่อผลักดันให้เครื่องจักรหรือเตาเผาทำงานได้ แล้วนำความร้อนที่เหลือบางส่วนไปขาย

อีกส่วนคือพลังงานแสงอาทิตย์ (solar rooftop) มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้าในโรงงานได้ 20% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมด ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของพลังงานลม โดยบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการตั้งเสากังหันลมที่ จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่โรงงานเก่าของบีจีซีที่เพิ่งปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

“ศิลปรัตน์” กล่าวอีกว่า บรรจุภัณฑ์แก้วนับเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในตัว เพราะสามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งมีการนำเศษแก้วมาใช้ในกระบวนการผลิตถึง 60% ขณะที่ขวดแก้วที่ใช้แล้วจะผ่านกระบวนการรีไซเคิล และปรับสภาพ เพื่อคัดแยกส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออกไป ก่อนนำเศษแก้วมาเข้าสู่กระบวนการย่อยและขั้นตอนการผลิต โดยข้อดีของการนำเศษแก้วมาผสมกับวัตถุดิบบริสุทธิ์จะช่วยลดการใช้พลังงานและเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเผาไหม้

“หากมีเศษแก้วที่ต้องทิ้งทั้งลอต จะมีสายพานไหลกลับมาหลอมใหม่ได้ ดังนั้น อุตสาหกรรมแก้วแทบไม่มีของเสียออกจากระบบเท่าไร แต่เหมือนเป็นการนำของเสียมาใช้มากกว่า นอกจากนี้ เรามีการรับซื้อเศษแก้วมาจากทุกที่ โดยความสามารถในการจัดเก็บของเราอยู่ที่ 60-70% จากจำนวนขวดแก้วที่ผลิต และจำหน่ายไปทั้งหมด สัดส่วนที่หายไปเป็นเพราะส่วนใหญ่คนไทยจะทิ้งขวดแก้ว ไม่เหมือนต่างประเทศที่มีจุดให้นำขวดไปทิ้งแล้วได้เงิน ซึ่งเรากำลังหาแนวทางในการรณรงค์ให้คนไทยคืน หรือนำขวดแก้วกลับมารีไซเคิล”

“ไม่เพียงเท่านั้น เรายังทำงานกับซัพพลายเออร์ คือเราไม่ได้ดูเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมเฉพาะในองค์กรของเรา แต่จะดูตั้งแต่ต้นทางว่าคนที่ส่งของให้บีจีซีต้องเป็นมิตร หรือมีการจัดการที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม หากตรวจสอบแล้วไม่ได้มาตรฐาน เราจะไม่ซื้อสินค้าของเขา หรือหากมีโรงงานที่เราต้องการซื้อสินค้าด้วย ก็จะเข้าไปร่วมปรับปรุงมาตรฐานหรือระบบของเขาให้ดีขึ้น รวมถึงบางโรงงานที่แม้จะมีราคาของแพงกว่ารายอื่นนิดหน่อย แต่ระบบของเขาดีกว่า เราจะเลือกโรงงานนั้น”

เสมือนเป็นการตรวจสอบไปถึงต้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่าตลอดห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วของบีจีซีไม่สร้างผลลบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน และจากการผ่านการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 จากกระทรวงอุตสาหกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐานการบริหารงานสิ่งแวดล้อม ISO 14000 : 2015 จาก SGS (Thailand) เป็นบันไดที่การันตีถึงความมุ่งมั่นของบีจีซีในการก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวชั้นนำระดับโลก