เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
Finance คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
Finance SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
Politics จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
Business กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
News พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
Business ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

นโยบายทรัมป์จะทำเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย สถาบันวิจัยดังอังกฤษฟันธง

15 ธ.ค. 2567 | 11:04น.
โดนัลด์ ทรัมป์

ตั้งแต่เข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2024 ความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยได้ลดน้อยลงไปจนแทบไม่เหลือแล้ว เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแสดงความแข็งแกร่งให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเปลี่ยนเกมในปี 2025 จะอยู่ที่ว่า นโยบายที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐเสนอไว้นั้นจะถูกนำไปใช้ทั้งหมดหรือไม่ ถ้านโยบายของทรัมป์ถูกนำไปใช้มากก็มีความเสี่ยงมากที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (National Institute of Economic and Social Research : NIESR) เผยแพร่บทวิเคราะห์ใหม่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ชี้ว่า หากนโยบายที่ทรัมป์เสนอถูกนำไปใช้จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการตัดลดงบประมาณ และนโยบายการเนรเทศผู้อพยพที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายออกจากประเทศ

บทวิเคราะห์นี้พิจารณาถึงผลกระทบของนโยบายต่าง ๆ ที่ทรัมป์เสนอไว้ ทั้งการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายของภาครัฐ (ตัดลดงบประมาณ) การเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้า การเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย และการยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ รวมไปถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากสูญเสียความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

NIESR คาดการณ์ว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดที่มีการใช้ทุกนโยบายที่ทรัมป์เสนอ จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 2-3% ในปี 2025 ซึ่งจะถือว่าเป็นการตกต่ำลงครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะโตได้ 2.8%

นโยบายที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากที่สุด คือ นโยบายต่อต้านผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน เพราะกลุ่มผู้อพยพมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจสหรัฐ 

บทวิเคราะห์ดังกล่าวที่เขียนโดย พอล มอร์ทิเมอร์-ลี (Paul Mortimer-Lee) นักเศรษฐศาสตร์ของ NIESR ระบุว่า การเนรเทศผู้อพยพออกจากประเทศจะทำให้จีดีพีสหรัฐลดลงไปเกือบ 1.5% ในปีแรก และเนื่องจากการเนรเทศคน 20 ล้านคนจะต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นจึงจะส่งผลให้อัตราเติบโตของเศรษฐกิจลดลงต่อไปอีกหลายปี

การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีผู้อพยพทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างเช่น เกษตรกรรม การค้าปลีก และการก่อสร้าง มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ค่าแรงพุ่งสูงขึ้น และเป็นอีกปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ผนวกกับแรงกระตุ้นจากการขึ้นภาษีศุลกากรด้วย

นักเศรษฐศาสตร์ของ NIESR ประเมินว่า นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าจะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1-1.50% ในปีแรก ขณะที่การเนรเทศผู้อพยพจะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นปีละ 0.25-0.50% นับตั้งแต่ปี 2025 ต่อเนื่องไปอีกหลายปี คาดว่าทั้งสองปัจจัยรวมกันจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.25-2.00% ในปีแรก แล้วเพิ่มขึ้นปีละ 0.25-0.50%

ตามกลไกโดยทั่วไป เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ แต่พอล มอร์ทิเมอร์-ลี จาก NIESR คาดว่าทรัมป์จะประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวไม่ให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น แรงกระแทกจากนโยบายของทรัมป์จึงจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น จนอาจจะสูงถึง 7% หรือ 8% ภายในปี 2027

NISER คาดว่า หากเฟดใช้นโยบายที่ผ่อนปรนมากขึ้นภายใต้อิทธิพลของประธานาธิบดีทรัมป์ ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนลงอย่างมาก และประเทศอื่น ๆ น่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม ดังนั้น นโยบายการเงินทั่วโลกจะผ่อนคลายลง และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะสูงขึ้น 

NIESR เตือนด้วยว่า เศรษฐกิจส่วนอื่น ๆ ของโลกก็จะเติบโตลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นในสหรัฐอาจส่งคลื่นกระแทกไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน เม็กซิโก แคนาดา และเยอรมนี มีแนวโน้มจะต้องเผชิญความยากลำบากมากที่สุด เนื่องจากเศรษฐกิจมีความเกี่ยวพันกับสหรัฐอย่างสูง