คอลัมน์ : สัมภาษณ์
การดำเนินธุรกิจในปี 2567 ของธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคงมีผลงานดีตามเป้าหมาย หรืออาจจะดีกว่าแผนเล็กน้อย โดยเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี และหากมองไปข้างหน้า การดำเนินธุรกิจในปี 2568 ภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์
โดยเฉพาะนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่สร้างความไม่แน่นอนและความกังวลเป็นวงกว้าง เป็นสิ่งที่ธนาคารต้องติดตาม และช่วยเหลือลูกค้าในการปรับตัว รวมถึงเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ข้างต้นนี้เป็นคำกล่าวของ “กฤษณ์ จันทโนทก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อเร็ว ๆ นี้
“ซีอีโอไทยพาณิชย์” กล่าวด้วยว่า การปรับโครงสร้างองค์กรก็เพื่อให้ธนาคารมีลำดับขั้นลดลง จะช่วยลดต้นทุน ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายการสู้ศึกกับธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ในอนาคต ตลอดจนการยกระดับ Easy App มากกว่าเป็น Transaction Banking
เตรียมพร้อมสู้ศึก Virtual Bank
โดยในปี 2568 สิ่งที่ธนาคารจะดำเนินการจะมีอยู่ 3-4 เรื่อง คือจะเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรมากขึ้น และการเสนอขายจะไม่ขัดขากันเอง เพื่อให้การทำธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่เกิดการถูกบังคับขาย (Forced Sell) โดยธุรกิจ Wealth จะแยกกับการขายประกัน ส่วนทางด้านเทคโนโลยี ธนาคารกำลังโยกย้ายระบบเก่าสู่ระบบใหม่ รวมถึง Implement ระบบคลาวด์ และภัยไซเบอร์
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 ไทยพาณิชย์ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีลำดับขั้นน้อยลง ปัญหาที่เกิดจากชั้นระดับล่างจะต้องขึ้นถึงข้างบนมากขึ้น-เร็วขึ้น ทำให้การแก้ปัญหาจะเร็วขึ้น และจะมีผลต่อการลดต้นทุนที่จะทำได้เร็วขึ้นเช่นกัน
เนื่องจากเป้าหมายและความตั้งใจของธนาคารคือ การแข่งขันกับ Virtual Bank ซึ่งสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่อง “ต้นทุน” โดยเป้าหมายต้องลดให้ไปแตะระดับ 30% เพื่อเป็นจุดหมายที่จะเดินไป อาจจะไม่จำเป็นต้องในปีนี้ แต่เป็นตัวเลขที่ทุกคนใช้เป็นเป้าหมายในการเดินไปให้ถึง
“นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรให้ Flat เพื่อช่วยลดต้นทุนแล้ว ในส่วนของสินเชื่อ จะต้องรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งสินเชื่อรายใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และรายย่อย เพื่อไม่ให้ต้นทุนบวม ขณะที่น้ำใหม่ หรือการปล่อยสินเชื่อใหม่ จะต้องตั้งการ์ดสูง และอีกทางหนึ่งของการลดต้นทุนคือ การผันตัวเองไปสู่ Digital ให้มากขึ้น”
ยกระดับ Easy App ปั๊มรายได้
ขณะเดียวกัน ธนาคารจะสร้างรายได้ บน “Easy Application” ทำให้เป็นช่องทางในการลงทุนมากขึ้น โดยลดบริการ Offline มาเป็น Online มากขึ้น และทำธุรกรรมการเงินมากกว่า “ฝาก ถอน โอน จ่าย” ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายค่อนข้างมาก เพราะปัจจุบันลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ Easy App ส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้บริการประเภทอื่น นอกจากธุรกรรมการเงิน (Transaction Banking)
จึงเป็นสิ่งที่ธนาคารจะต้องทำเพิ่มเติม โดยการออกแบบโมบายแบงกิ้งเป็น Personalize ตามลูกค้าแต่ละบุคคล และในอนาคตธนาคารจะมีการลงทุนในระบบคลาวด์ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง ทำให้ธนาคารจะต้องปรับกลยุทธ์การสร้างรายได้และต้นทุนให้สอดคล้องกัน
“ตอนนี้ประเด็นปัญหาเรื่อง Capacity ของ Easy App ไม่ค่อยมีปัญหาแล้ว แต่คลาวด์ที่เราจะลงทุนเป็นต้นทุน เราจะต้องดูฐานลูกค้าปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไร เพื่อให้รายได้กับต้นทุนสอดคล้องกัน และการเสนอผลิตภัณฑ์จะต้องไม่ขัดขากันในเครือ”
“กฤษณ์” กล่าวว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมุ่งเน้นการทำให้ Easy App สามารถทำธุรกรรมฝาก ถอน โอน และจ่าย ไม่ล่ม ไม่สะดุด ทำให้ระบบมีความเสถียรมากที่สุด ซึ่งจุดนี้ทำได้สำเร็จสะท้อนผ่านตัวเลขระบบขัดข้องที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2567 การขัดข้องลดลงมากเหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับ 3-4 ปีก่อนที่ระบบล่มค่อนข้างบ่อย และล่มนานหลายชั่วโมง
“สาเหตุการขัดข้องของ Easy App ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารใช้ระบบ Core Banking เดิม โดยธนาคารเสริมบริการใหม่ ๆ แต่อยู่บนระบบเก่า ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารจึงหันไปดูระบบและปรับระบบให้ดีขึ้น รวมถึงปรับโครงสร้างไอทีให้สอดคล้องกับระบบ โดยที่มีทีมงานคอยมอนิเตอร์ทำให้การป้องกันปัญหาระบบล่ม หรือสะดุดดีขึ้น รวมถึงประเด็นเรื่อง Capacity ตอนนี้เริ่มไม่มีปัญหาแล้ว”
หนุนลูกค้าเข้าสู่มาตรการแก้หนี้
ซีอีโอไทยพาณิชย์กล่าวอีกว่า ธนาคารมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพร้อมช่วยเหลือลูกค้า โดยที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหนี้ ผ่านมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” อย่างไรก็ดี ในระยะแรกลูกค้าที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไข ส่วนคนที่เข้าเงื่อนไขการช่วยเหลือก็ติดต่อเข้ามาค่อนข้างน้อย
“ในช่วงแรกอาจจะต้องรอเวลาให้ลูกค้าเข้าโครงการสักระยะ ซึ่งอาจจะต้องรอดู ธปท.ว่าจะมีความจำเป็นที่จะปรับจูนมาตรการในช่วงเวลาการลงทะเบียนที่เหลืออีกราว 1 เดือนอย่างไร อย่างไรก็ดี ในแง่ของธนาคารไทยพาณิชย์จะมีการปรับการสื่อสารและติดต่อลูกค้าแบบเชิงรุกมากขึ้น เนื่องจากธนาคารต้องการให้คนเข้าโครงการมากขึ้น เพราะจะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้หนี้ลดลงแบบ Soft Landing ทั้งระบบ” ซีอีโอไทยพาณิชย์กล่าว