เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

โลกจะเขียวอยู่ไหม? เมื่อ ‘ทรัมป์’ ลบ Climate Change

10 ก.พ. 2568 | 11:53น.
Trump_documents

หลังทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารไปแล้วหลายสิบฉบับ หนึ่งในนั้นคือการถอนตัวออกจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งจะมีผล 1 ปีหลังการประกาศอย่างเป็นทางการ

การถอนตัวดังกล่าวจะทำให้สหรัฐไม่มีภาระผูกพันในการส่งเอกสาร “เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด” (Nationally Determined Contribution) หรือ NDCs และอาจทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอ่อนแอลง

นับเป็นความพยายามที่จะแยกสหรัฐออกจากกรอบความร่วมมือระดับโลก และทิ้งให้แต่ละประเทศต้องจัดการปัญหากันเอง

อย่างไรก็ดี สหรัฐยังไม่สามารถถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ได้ เพราะต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐเกิน 2 ใน 3 มารับรอง

ไม่เพียงแค่ไม่ให้ความร่วมมือเท่านั้น แต่ทรัมป์ยังทำราวกับว่า Climate Change หรือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “ไม่มีอยู่จริง” อีกด้วย

โดยรัฐบาลของทรัมป์สั่งเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐบาลกลาง “ลบเนื้อหา” เกี่ยวกับ Climate Change ทำให้บนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐไม่มีเนื้อหาการประเมินความเสี่ยงไฟป่า รวมถึงไม่มีข้อมูลการปล่อยก๊าซมลพิษบนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวไม่ถือเป็นเรื่องที่ประหลาดใจนัก เนื่องจากทรัมป์เคยออกคำสั่งให้ถอดเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมัยแรก ซึ่งทำให้การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ Climate Change ลดลงถึง 40% ก่อนจะถูกฟื้นกลับในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน

ขณะที่บรรดานักวิจัยพบว่างานศึกษาของตนหายไปจากหน้าเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ดี ภาคประชาสังคมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการตั้งกลุ่ม Environmental Data and Governance Initiative (EDGI) เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล เอกสาร วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลของภาครัฐขึ้นมาในสมัยแรกของทรัมป์ เพื่อให้ผู้คนยังสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้

ตามรายงานของ EDGI ในปี 2018 เตือนไว้ว่า การถอดถอนข้อมูล Climate Change ออกไปไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไป เว้นแต่ว่าจะทำให้ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นเรื่องคลุมเครือและทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเห็นทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น

เป้าหมายของทรัมป์คือต้องการลด “งบประมาณ” การดำเนินงานที่มองว่าไม่จำเป็นออกไป โดย “ฌอน ดัฟฟี่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลกำลังพยายามที่จะกำจัดกฎระเบียบที่มากเกินไปจนส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่ครัวเรือนอเมริกันและไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง

รวมถึงสั่งทบทวนการให้เงินสนับสนุนการวิจัยด้าน Climate Change กับหน่วยงานต่าง ๆ

ขณะที่คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์มีผลให้แผนการสมทบเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ (U.S. International Climate Finance Plan) ซึ่งในปี 2024 สหรัฐมีการสนับสนุนกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สิ้นสุดลงไปทันที

ขณะที่ในการประชุม COP29 ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน มีการบรรลุข้อตกลงงบประมาณสภาพภูมิอากาศใหม่ ซึ่งประเทศร่ำรวยให้คำมั่นว่าจะเร่งจัดหาเงินทุน 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับประเทศยากจนภายในปี 2035 เพื่อการปรับตัวจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีโอกาสเป็นไปได้น้อยลง เพราะสหรัฐเป็นกำลังสำคัญของกลุ่มธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของสหรัฐอาจเปิดโอกาสให้กับจีน สหภาพยุโรป หรือสหราชอาณาจักร ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการรับมือวิกฤตสภาพอากาศมากขึ้น

“ไซมอน สตีล” เลขานุการบริหารของ UNFCC กล่าวในงานประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ณ กรุงดาวอสว่า “เราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ชาติอื่น ๆ ได้มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้น”

และโลกไม่อาจหยุดยั้งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้ เพราะในปีที่ผ่านมามีการลงทุนกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ไปกับการพัฒนาพลังงานสะอาด ซึ่งมากกว่าที่ใช้ไปกับพลังงานฟอสซิลถึงสองเท่า