เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

โลกจะเขียวอยู่ไหม? เมื่อ ‘ทรัมป์’ ลบ Climate Change

10 ก.พ. 2568 | 11:53น.
Trump_documents

หลังทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารไปแล้วหลายสิบฉบับ หนึ่งในนั้นคือการถอนตัวออกจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งจะมีผล 1 ปีหลังการประกาศอย่างเป็นทางการ

การถอนตัวดังกล่าวจะทำให้สหรัฐไม่มีภาระผูกพันในการส่งเอกสาร “เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด” (Nationally Determined Contribution) หรือ NDCs และอาจทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอ่อนแอลง

นับเป็นความพยายามที่จะแยกสหรัฐออกจากกรอบความร่วมมือระดับโลก และทิ้งให้แต่ละประเทศต้องจัดการปัญหากันเอง

อย่างไรก็ดี สหรัฐยังไม่สามารถถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ได้ เพราะต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐเกิน 2 ใน 3 มารับรอง

ไม่เพียงแค่ไม่ให้ความร่วมมือเท่านั้น แต่ทรัมป์ยังทำราวกับว่า Climate Change หรือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “ไม่มีอยู่จริง” อีกด้วย

โดยรัฐบาลของทรัมป์สั่งเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐบาลกลาง “ลบเนื้อหา” เกี่ยวกับ Climate Change ทำให้บนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐไม่มีเนื้อหาการประเมินความเสี่ยงไฟป่า รวมถึงไม่มีข้อมูลการปล่อยก๊าซมลพิษบนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวไม่ถือเป็นเรื่องที่ประหลาดใจนัก เนื่องจากทรัมป์เคยออกคำสั่งให้ถอดเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมัยแรก ซึ่งทำให้การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ Climate Change ลดลงถึง 40% ก่อนจะถูกฟื้นกลับในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน

ขณะที่บรรดานักวิจัยพบว่างานศึกษาของตนหายไปจากหน้าเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ดี ภาคประชาสังคมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการตั้งกลุ่ม Environmental Data and Governance Initiative (EDGI) เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล เอกสาร วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลของภาครัฐขึ้นมาในสมัยแรกของทรัมป์ เพื่อให้ผู้คนยังสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้

ตามรายงานของ EDGI ในปี 2018 เตือนไว้ว่า การถอดถอนข้อมูล Climate Change ออกไปไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไป เว้นแต่ว่าจะทำให้ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นเรื่องคลุมเครือและทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเห็นทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น

เป้าหมายของทรัมป์คือต้องการลด “งบประมาณ” การดำเนินงานที่มองว่าไม่จำเป็นออกไป โดย “ฌอน ดัฟฟี่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลกำลังพยายามที่จะกำจัดกฎระเบียบที่มากเกินไปจนส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่ครัวเรือนอเมริกันและไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง

รวมถึงสั่งทบทวนการให้เงินสนับสนุนการวิจัยด้าน Climate Change กับหน่วยงานต่าง ๆ

ขณะที่คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์มีผลให้แผนการสมทบเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ (U.S. International Climate Finance Plan) ซึ่งในปี 2024 สหรัฐมีการสนับสนุนกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สิ้นสุดลงไปทันที

ขณะที่ในการประชุม COP29 ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน มีการบรรลุข้อตกลงงบประมาณสภาพภูมิอากาศใหม่ ซึ่งประเทศร่ำรวยให้คำมั่นว่าจะเร่งจัดหาเงินทุน 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับประเทศยากจนภายในปี 2035 เพื่อการปรับตัวจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีโอกาสเป็นไปได้น้อยลง เพราะสหรัฐเป็นกำลังสำคัญของกลุ่มธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของสหรัฐอาจเปิดโอกาสให้กับจีน สหภาพยุโรป หรือสหราชอาณาจักร ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการรับมือวิกฤตสภาพอากาศมากขึ้น

“ไซมอน สตีล” เลขานุการบริหารของ UNFCC กล่าวในงานประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ณ กรุงดาวอสว่า “เราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ชาติอื่น ๆ ได้มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้น”

และโลกไม่อาจหยุดยั้งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้ เพราะในปีที่ผ่านมามีการลงทุนกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ไปกับการพัฒนาพลังงานสะอาด ซึ่งมากกว่าที่ใช้ไปกับพลังงานฟอสซิลถึงสองเท่า