นายกรัฐมนตรียังไม่ระบุวันเจรจาภาษีสหรัฐ ชี้ความเร็วไม่ใช่ประเด็น ต้องแม่นยำ พร้อมผนึกกำลังอาเซียนร่วมกันต่อรอง
ที่มหาวิทยาลัยนครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.สัญจร ถึงข้อสั่งการเรื่องการแก้ปัญหาภาษีสหรัฐจะร่วมมือกับประเทศในอาเซียนอย่างไร ว่าได้ไปคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และได้คุยนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้คุยว่าจะเน้นเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรที่เรามีอยู่ และเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ มารวมพลังกัน เพื่อเป็นข้อต่อรองที่สำคัญ แต่ละประเทศได้มีการทำงานของแต่ละประเทศไป แต่ในกลุ่มอาเซียนจะรวบรวมกันว่ามีอะไรที่สามารถพิเศษที่มารวมกันได้ ในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ
เพราะเมื่อรวมกลุ่มของอาเซียนแล้วจะมีประชากรเพิ่มจำนวนมาก จะเป็นน้ำหนักที่มากขึ้นได้เพื่อต่อรองกับสหรัฐซึ่งจะมีการประชุมกันนอกรอบ และกับประเทศกัมพูชา จะมีการประชุมร่วมกันด้วย
ส่วนที่มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สาเหตุที่สหรัฐไม่เจรจากับประเทศไทย อาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงที่มีการจับกุม นายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการที่ศึกษาด้านกองทัพ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้การเจรจายากขึ้นหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการไป รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ทั้งหมดจะมีการเจรจาในภาพรวม อะไรที่เกี่ยวข้องจะมีการนำมาพูดคุยทั้งหมด ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกำหนดวันที่จะไปเจรจากับสหรัฐอเมริกา เรื่องภาษี ยังไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันยังไม่มีการระบุออกมา รวมถึงวันในการรวมตัวของกลุ่มอาเซียน เพราะต้องดูเหตุการณ์ ตอนนี้ความเร็วไม่ใช่ประเด็น แต่เป็นเรื่องของความแม่นยำที่จะต้องกลับมาพิจารณาในข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ว่าการเจรจากับสหรัฐอเมริกา มีอะไรที่ทำเพิ่มขึ้นได้ โดยกระทรวงการคลัง ได้หารืออย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวว่าสหรัฐไม่ยอมเจรจากับไทย นายกฯ กล่าวย้อนว่า “ข่าวนี้มาจากไหน” สื่อมวลชนตอบว่า เป็นข่าวลือที่ออกมา นายกฯ จึงระบุว่า ถ้าเป็นข่าวลือในประเทศ ไม่อยากให้ลือแบบนี้ เพราะเรากับสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีตลอดระยะเวลาอันยาวนาน การจะลือเพื่อทำประเด็นทางการเมือง ไม่ควร เราต้องผนึกกำลังกันไว้ และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทำให้การเจรจาต่อรองของเราเข้มแข็ง ไม่ใช่มัวแต่คิดถึงประเด็นทางการเมือง ยิงกันเองก่อน เรายังไม่ได้มีอะไรที่จะไปคุย เราต้องแข็งแรงกันเองก่อนด้วย ไม่อยากให้ปล่อยข่าวลือแบบนี้
เมื่อถามกรณีที่อยากให้มีการเจรจากับสหรัฐในยกแรกก่อน เพื่อให้เห็นความต้องการของสหรัฐ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราควรจะหลังมาอยู่แล้ว เรื่องความต้องการของสหรัฐ ต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่จะมาแถลงแบบนี้ เราต้องคุยกันข้างหลังก่อน ไม่อย่างนั้นจะเกิดผลกระทบระหว่างประเทศ
การทำงานในกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าที่ได้คุย และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ตอนนี้ ก็ได้มีการพูดคุยทุกแง่มุมเบื้องหลังให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถออกมาพูดผ่านสาธารณะได้ แล้วทุกหน่วยงานก็มีการทำงานและประชุมร่วมกันตลอด ไม่ได้หายไปไหนและมีการติดต่อประสานงานกับสหรัฐโดยตลอด
ส่วนกรณีที่ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย จะมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย อย่างไรว่า รัฐบาลมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และทำมาตลอด
โดยระยะสั้นเป็นเรื่องดิจิทัลวอลเลต และกำลังจะทำเรื่องการดึงการลงทุนเข้ามา และจากที่ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณได้เร่งการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งตอนนี้มีตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ว่ามีการลงทุนจากภาครัฐที่กระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีไม้ไหนที่ดึงออก เราเต็มที่กับเรื่องนี้ พอทราบว่าวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยแต่เป็นทั่วโลก
ดังนั้น จะช้าเรื่องไหนไม่ได้เลย ขอย้ำว่าทำเต็มที่ในทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่แม้จะยังไม่ผ่าน แต่จะผลักดันเรื่องนี้ เพื่อให้มีผลต่อไปในอนาคต