เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,950 บาท
‘ถล่ม’ สนามบินซาอุดีฯ แอร์ไลน์ทั่วโลก ‘กระอัก’ ซ้ำ
World ‘ถล่ม’ สนามบินซาอุดีฯ แอร์ไลน์ทั่วโลก ‘กระอัก’ ซ้ำ
รอ ปภ.สรุปงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เพิ่ม ก่อนเสนอ ครม. คาดแตะหมื่นล้าน
Politics รอ ปภ.สรุปงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เพิ่ม ก่อนเสนอ ครม. คาดแตะหมื่นล้าน
EGCO ซื้อหุ้นเพิ่ม 50% โรงไฟฟ้า ‘Linden Cogen’ 980 MW ในสหรัฐ
Economic EGCO ซื้อหุ้นเพิ่ม 50% โรงไฟฟ้า ‘Linden Cogen’ 980 MW ในสหรัฐ
พระราชินี ทรงร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ผู้ร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ผู้ร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย
ค่าเงินบาทวันนี้ (19 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.42 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (19 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.42 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
Tech ‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดูทั้งหมด

มาตรการบีโอไอ ‘ดี’ แต่ผิดที่ ผิดเวลา

13 มิ.ย. 2568 | 10:31น.
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2568 บอร์ดบีโอไออนุมัติมาตรการชุดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ปรับปรุงประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ จากเดิมยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ในวงเงินไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี ในวงเงิน 100%

รวมถึงความพยายามในการส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยว หากไปลงทุนตั้งสถานประกอบการในเมืองรอง 55 จังหวัด เช่น สร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ สวนสนุก ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ศูนย์หัตถกรรมไทย พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์เปิด

ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ หอประชุมขนาดใหญ่ ท่าเรือครุยส์ บริการที่จอดเรือท่องเที่ยว สนามแข่งขันยานยนต์ กระเช้าไฟฟ้าและรถรางไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว ฯลฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม จากเดิม 5 ปี เป็น 8 ปี

สำหรับกิจการโรงแรม หากตั้งในเมืองรอง 55 จังหวัด จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม จากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี

มาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ที่บีโอไอหันมาช่วยธุรกิจ SMEs

แต่เมื่อสอบถามไปยังผู้ประกอบการ SMEs ในต่างจังหวัด หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า มาตรการบีโอไอหวังจะดึงให้เกิด “การลงทุน” เพื่อ “กระตุ้นเศรษฐกิจ” ของภาครัฐ “ดี” ! แต่ยามนี้ เป็นการแก้ปัญหาแบบ “เกาไม่ถูกที่คัน” !

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อลด ยอดขายตก การส่งออกชะลอ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ “ขาดสภาพคล่อง” อย่างหนัก จะนำเงินที่ไหนไปลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร แค่ประคองธุรกิจให้รอดแต่ละเดือน ก็หืดขึ้นคอแล้ว อีกทั้งหลายธุรกิจยังถูก “พี่จีน” นำสินค้าราคาถูกมาถล่มซ้ำ ยังมีเรื่อง “พี่ทรัมป์” มาจ่อปรับขึ้นภาษีอีก

ขณะที่นโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการในแวดวงท่องเที่ยวทั้งส่วนกลาง และในเมืองรอง 55 จังหวัดเอง หลายคนสะท้อนว่า บีโอไอใจดีเกิน ! ออกมาตรการกระตุ้นให้ทีเดียว 55 จังหวัด ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่ภาคเอกชนเคยเสนอภาครัฐให้ “นำร่อง” เพียงไม่กี่จังหวัด ไม่ใช่ “หว่านแห” 55 เมืองรอง

ยิ่งภาวะเศรษฐกิจยามนี้ แม้แต่การท่องเที่ยว “เมืองหลัก” เช่น เชียงใหม่ หัวหิน พัทยา ฯลฯ ยอดนักท่องเที่ยวลดจำนวนลง ทำให้ต้องอัดอีเวนต์ อัดโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยวกันยกใหญ่

ดังนั้น การจะดึงให้นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวหอบเงินไปลงทุนในเมืองรอง ที่มียอดจำนวนนักท่องเที่ยวน้อย ไม่มีแม่เหล็กดึงดูดเท่ากับท่องเที่ยวเมืองหลัก เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี คงเป็นอีกมาตรการดีที่มาผิดที่ ผิดเวลา สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องการคือ “เม็ดเงินทุน” ที่จะมาช่วยเสริมสภาพคล่องให้ได้ทันท่วงทีในภาวะวิกฤตยามนี้