สภาเห็นชอบยกเลิกคำสั่ง คสช. ลอตใหญ่ 55 ฉบับ
ที่ประชุมสภา มีมติเห็นชอบยกเลิกคำสั่ง คสช. ลอตใหญ่ 55 ฉบับ ก่อนส่งวุฒิสภาพิจารณาต่อ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บางฉบับที่หมดความจำเป็น และไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ชี้แจงว่า ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาและลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. บางฉบับที่หมดความจำเป็น และไม่เหมาะสมกับการปัจจุบัน
2.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท 3.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 98/2557 คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2559 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 57/2559 4.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย และ 5.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ และคำสั่งหัวหน้า คสช.
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า คณะ กมธ.วิสามัญฯ ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 5 ฉบับเสร็จสิ้นแล้ว โดยให้ความสำคัญกับการพิจารณาการยกเลิกประกาศ และคำสั่งหัวหน้า คสช. รวมทั้งสิ้น 77 ฉบับ และได้นำคำอภิปรายของ สส. ในวาระแรกขั้นรับหลักการ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจเกิดจากร่างกฎหมายมาประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ และได้แก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.นี้
โดยยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช. รวม 55 ฉบับ ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ยังคงไว้มีอยู่ 22 ฉบับ เหตุผลสำคัญ คือ เป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ต้องแก้ไขกฎหมายก่อนยกเลิก 9 ฉบับ เป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้เพื่อให้แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน 3 ฉบับ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่หน่วยงานขอให้คงไว้ เนื่องจากมีหน่วยงานหรือ สส.อยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งมีบทบัญญัติยกเลิกคำสั่งอยู่แล้ว 3 ฉบับ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้อีก 7 ฉบับ
นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า แรงสนับสุนนจากทุกพรรคการเมืองในสภา เป็นการตอกย้ำว่าอำนาจการออกกฎหมายพึงเป็นของประชาชน การออกคำสั่งทำได้ง่าย แต่การจะยกเลิกหรือแก้ไขให้ถูกต้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก คำสั่งประกาศออกมาแล้วอาจมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง แต่ด้วยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคการเมืองต่าง ๆ ทำให้การทำงานขอคณะ กมธ.วิสามัญฯ เป็นไปได้ด้วยดี
ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล รองประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คณะบุคคลทำการรัฐประหารล้มรัฐบาลตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คสช.อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ออกประกาศคำสั่ง คสช. รวม 565 ฉบับ ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เรียกบุคคลไปรายงานตัว ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร อายัดบัญชีต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งการห้ามชุมนุม เรื่องที่เกี่ยวกับการประมง การผังเมือง การเกษตร ที่ดิน ส.ป.ก. การนำที่ป่าสงวนฯต่าง ๆ มาเป็นที่ราชพัสดุ การโยกย้ายข้าราชการ เป็นต้น ชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาแห่งการรัฐประหาร และใช้อำนาจตามมาตรา 44 จึงไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะเรื่องการเมือง แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย
“เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารยึดอำนาจ เขาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกประกาศคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่การยกเลิกเราใช้เวลาเกือบ 10 ปี จึงทำสำเร็จ ผมหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้สภาร่วมกันผลักดันยกเลิกคำสั่งที่ไม่จำเป็น ล้าสมัย และช่วยกันปกป้องประชาธิปไตย ไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก และไม่ให้มีการใช้อำนาจพิเศษอีก” นายปิยบุตรกล่าว
จากนั้นที่ประชุมสภา ลงมติในวาระ 3 ด้วยคะแนนเห็นด้วย 402 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง จากนั้นจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป