เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กระทิง พูนผล กลั่นความล้มเหลวเป็นหนังสือ ‘Unbeatable’ จัดการปัญหา-ฮีลใจ
Biz Movement กระทิง พูนผล กลั่นความล้มเหลวเป็นหนังสือ ‘Unbeatable’ จัดการปัญหา-ฮีลใจ
Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
Uncategorized Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
Politics ‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
Politics ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
Economic หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ดูทั้งหมด

การตลาดที่ “ชาญฉลาด” หรือ “หลอกลวง”

06 ก.ค. 2561 | 18:30น.

คอลัมน์ แตกประเด็น

โดย สมชาย หาญหิรัญ กระทรวงอุตสาหกรรม

เมื่อไม่นานนี้เริ่มมีคนพูดถึง “ผู้ผลิตสินค้า” ทำให้สินค้าของตัวเองหมดอายุหรือล้าสมัยก่อนเวลาอันควร เพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนซื้อของใหม่ทั้งที่ของเก่ายังใช้งานได้ พฤติกรรมนี้เรียกว่า “planned obsolescence” เป็นการหลอกลวงหรือไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภค หรือเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชาญฉลาด เพราะจะได้ขายของใหม่ได้เรื่อย ๆ ซึ่งจะใช้ด้านเทคโนโลยีและด้านแฟชั่น วิธีการโดยผู้ผลิตสินค้า ทำให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ที่เห็นทั่วไป เช่น การสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่ในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนเครื่องเก่าได้ไม่ดี รวนหรือทำงานช้าลง ด้วยการแอปอัพเดตโปรแกรมอัตโนมัติ หรือบางสินค้าไม่ผลิตอะไหล่ออกมาหลังจากที่ออกรุ่นใหม่

ว่ากันว่า แม้แต่พวกขายโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็ยังแอบสร้างไวรัสตัวใหม่ หวังขายเวอร์ชั่นล่าสุดที่ตัวเก่าไม่สามารถต้านไวรัสตัวใหม่ได้ การสร้างแนวแฟชั่น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สินค้าล้าสมัยในมือลูกค้ามีให้เห็นไม่ว่ารถยนต์ที่มีไมเนอร์เชนจ์ เสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ โทรศัพท์รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะเสื้อผ้าดูเป็นตัวอย่างที่เห็นชัด เคยมีคนบอกว่าถ้าเราหยุดผลิตเสื้อผ้าใหม่ออกมาวันนี้และใช้ของที่มีอยู่ในปัจจุบันและใช้ไปเรื่อย ๆ ขาดก็ทิ้ง เราสามารถมีใช้ได้อีก 50 ปีข้างหน้า แต่ทำไมอุตสาหกรรมเสื้อผ้า แฟชั่น และการออกแบบยังขยายตัวไม่หยุดหย่อน และเราก็ซื้อไม่หยุดหย่อนเหมือนกันทั้งที่ยังมีอยู่เต็มตู้

ผมได้รับเชิญไปร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ในงาน Movin”On 2018 จัดโดยบริษัทมิชลินที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้เสนอความเห็นเรื่องนี้ว่าคงต้องดูความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ผลิตเขาต้องการกำไร จำต้องพัฒนาเทคโนโลยีและต้องมีของใหม่ที่ดีกว่าเก่าออกสู่ตลาดเสมอ มิฉะนั้น จะมีคู่แข่งทำแทน 2.ผู้ซื้อ มักจะมีปัจจัยเรื่องราคา รูปลักษณ์ แบรนด์ ชื่อเสียงบริษัท กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพในการเลือกตัดสินใจ 3.รัฐ พยายามกำหนดมาตรการให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ ให้ทุกกลุ่มสามารถดำรงอยู่ได้

คราวนี้มาดู planned obsolescenceประเด็นถกเถียงว่าเลวร้ายตรงไหนสิ่งที่แย่อันดับแรก คือ ทำให้ของหมดอายุก่อนกำหนดในขณะที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ลูกค้าสิ้นเปลืองโดยที่ลูกค้ารู้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็แสดงว่า “ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภค” ถัดมาคือการเปลี่ยนสินค้าใหม่ทั้งที่ของเก่ายังใช้ได้นั้น สังคมต้องมีต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมากเกินจำเป็น ต้องจัดการขยะที่เพิ่มขึ้น ถ้าทั้ง 2 เรื่องนี้คือเหตุผลของความแย่ของ planned obsolescence แล้วรัฐในฐานะตัวกลางจะหาทางจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร

มาตรการของรัฐได้กำหนดว่า 1.สินค้าที่ออกมาขายนั้นผู้ผลิตต้องบอกรายละเอียดชัดเจนว่า จะดูแลหรือประกันในระยะเวลาเท่าไรที่ยังคงมีอะไหล่ให้ หรือโปรแกรมใหม่ใช้กับเครื่องเก่าจะทำให้การทำงานช้าลงเท่าไร 2.เมื่อใช้วัตถุดิบมากเกินความจำเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่จะกำหนดเป็นข้อบังคับ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ทำรถยนต์ใหม่ต้องสามารถรีไซเคิลได้ร้อยละเท่าไร เครื่องยนต์ปล่อยมลพิษไม่เกินเท่าไร ซากต้องนำไปใช้ใหม่หรือกำจัดได้หมด รับประกันอายุการใช้งานยาวขึ้น จะทำให้บริษัทยานยนต์พยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ นี่จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาข้อมูลที่ไม่เท่าเทียมกัน (asymmetricinformation) ออกไปได้ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อ

โดยรัฐเป็นผู้การันตีข้อมูลว่าครบถ้วนถูกต้อง เรียกว่าเป็นผู้บอกความจริงกับสังคม (truth teller) วิธีนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสผู้บริโภคมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองจากข้อมูลที่ครบมากที่สุด เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่ต่างกันหรือปัจจัยหลายตัวอาจเหมือนกัน แต่อาจให้ความสำคัญต่างกันในการเลือกซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าบางรายอาจให้ความสำคัญกับราคาบางรายเน้นประสิทธิภาพ ผู้ผลิตก็ต้องวิเคราะห์ออกมา “ดูว่าลูกค้าเป้าหมายมองเรื่องใดเป็นสำคัญ” นี่คือสิ่งที่ผู้ผลิตต้องทำ เมื่อสินค้าใหม่ดีกว่าสินค้าเก่าโดยลูกค้ารับรู้ข้อมูลที่ครบ หรือพอใจกับของเก่าแม้ว่าอาจสู้ของใหม่ไม่ได้…ผมว่ายังไงก็แฟร์กับทุกฝ่าย

บทบาทของรัฐที่นำเสนอนั้นอาจไม่ตรงใจใคร แต่ถ้าทุกกลุ่มไม่ออกจากมุมของตนเองมาอยู่ตรงกลางเหมือนที่รัฐกำลังพยายามมองภาพรวมที่ต้องมองการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การขยายการลงทุนในยานยนต์และอุปกรณ์ใหม่ ๆ การจ้างงาน ท้ายที่สุดการตลาดที่ชาญฉลาดก็จะไม่ต่างจากการหลอกลวงผู้บริโภคเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด