เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
Biz Movement แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
Uncategorized กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
Automotive ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
News เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
Finance ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
Automotive ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
Real Estate SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
Economic กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
ดูทั้งหมด

Global South ‘ระเบียบค้าใหม่’ จีนเป็นผู้สร้าง-‘ผู้เล่น’ สำคัญ

24 ส.ค. 2568 | 07:36น.
View of the Chinese flag on the background of the buildings
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เก็บภาษีศุลกากรสินค้าต่างประเทศหนักหน่วงขึ้นกว่าสมัยแรก โดยสมัยนี้เรียกเก็บกับทุกประเทศไม่ใช่แค่เพียงจีน แต่จีนก็ยังคงเป็นเป้าเล่นงานใหญ่จากทรัมป์ไม่ต่างจากสมัยแรก เป็นสาเหตุให้จีนเร่งมือสร้างและขยายตลาดใหม่สำหรับการส่งออกเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งถึงแม้แนวโน้มนี้จีนจะดำเนินการมาตลอดนับจากสมัยแรกที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี แต่ก็เร่งตัวขึ้นมากกว่าเดิมในสมัยที่สองของทรัมป์นี้

งานวิจัยของเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า แรงกดดันจากภาษีศุลกากร ทำให้บรรดาบริษัทชั้นนำของจีนต่างพากันมุ่งหน้าไปค้าขายและลงทุนกับกลุ่มประเทศ Global South อันหมายถึงประเทศในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก

ทำให้การค้าขายระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันจีนส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้เกิน 50% หรือมีมูลค่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาและยุโรปตะวันตกรวมกันที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วมูลค่าการค้าระหว่างจีนกับ 20 ประเทศคู่ค้าใน Global South มีสัดส่วนเกือบ 20% ของจีดีพีจีน

บริษัทจีนไม่ได้เพียงแค่ส่งออกไปยังตลาดเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังไปตั้งโรงงานผลิตด้วย เฉพาะใน 4 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนลงทุนเพิ่มขึ้น 4 เท่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มว่าการลงทุนจะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งไม่เพียงเป็นการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีจากสหรัฐ หรือหาแหล่งทรัพยากรใหม่ ๆ แต่เป็นการพัฒนาตลาดขึ้นมาใหม่และลดการพึ่งพาสหรัฐ

ในแถลงการณ์รัฐบาลจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ว่า “การผงาดขึ้นของ Global South ในฐานะของการพัฒนาในอนาคต” สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์สำคัญและแผนในอนาคตของบริษัทชั้นนำของจีน การที่จีนมุ่งหน้าไปที่ Global South อาจเป็นการสร้าง “ระเบียบการค้าใหม่” โดยที่การค้าระหว่าง South กับ South จะกลายเป็น “ศูนย์กลางใหม่” ของแรงโน้มถ่วง โดยมีจีนเป็น “ผู้เล่นสำคัญ”

จีนส่งออกไป Global South เพิ่มขึ้นเท่าตัวนับจากปี 2015 เมื่อเทียบกับการส่งออกไปสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 28% ส่งออกไปยุโรปตะวันตกที่เติบโต 58% และแนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนในที่สุดทำให้สัดส่วนการส่งออกของจีนไปยัง Global South มีสัดส่วนมากกว่า 50% และมากกว่ามูลค่าส่งออกไปสหรัฐและยุโรปรวมกันดังกล่าว

เพียงแค่การส่งออกไป 3 ภูมิภาค ก็เกินมูลค่าที่ส่งออกไปสหรัฐและยุโรป เช่น ส่งออกไปเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่า 7.59 แสนล้านดอลลาร์ ละตินอเมริกา 2.64 แสนล้านดอลลาร์ และตะวันออกกลาง 2.19 แสนล้านดอลลาร์

ส่วนการนำเข้านั้น จีนนำเข้าจาก Global South เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2015 ไปแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่นำเข้าจากสหรัฐ 6 เท่า มากกว่านำเข้าจากยุโรป 4 เท่า

ในขณะเดียวกัน Global South เป็นตลาดส่งออกของจีนถึง 44% ในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 35% ในปี 2015 ส่วนในช่วงเดียวกัน ส่วนแบ่งตลาดของจีนในสหรัฐลดลงจาก 18% ไปอยู่ที่ 15% ส่วนตลาดยุโรปยังคงเดิมที่ 14% พร้อมกันนั้นอีกเช่นกันที่ตลาด Global South กลายเป็นแหล่งเกินดุลการค้าของจีนมากกว่า 54% ของการเกินดุลการค้าทั้งหมด เทียบกับสหรัฐที่เป็นแหล่งเกินดุลของจีน 36% ยุโรป 23%

ในกรณีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นั้น บริษัทจีนเร่งขยายตลาดอย่างรวดเร็ว การค้ากับภูมิภาคนี้เพิ่มจาก 17% ของจีดีพีของภูมิภาคในปี 2015 ไปเป็น 25% ในปี 2024 มากกว่าแอฟริกาเท่าตัว มากกว่าตะวันออกกลางและละตินอเมริกา 3 เท่า ซึ่งจีนมีการลงทุนในภูมิภาคนี้ ทั้งด้านการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน บริการสนับสนุนและการฝึกงาน ทำให้เงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) จากจีนที่เข้าไปยังอาเซียนพุ่งขึ้นมาก เฉพาะ 4 ประเทศอาเซียนที่เป็นคู่ค้าใหญ่ของจีน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เวียดนาม นั้นเอฟดีไอจากจีนเพิ่มขึ้น 4 เท่า จาก 2.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปีในทศวรรษ 2010 เป็น 8.8 พันล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงเร็ว ๆ นี้

ผลกระทบจากการที่จีนไปลงทุนในอาเซียน เห็นชัดที่สุดในอินโดนีเซีย ซึ่งเอฟดีไอจากจีนไปลงทุนภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ทำให้อินโดนีเซียมีเงินทุนสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรมนิกเกิลอย่างรวดเร็ว และวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น “ซัพพลายเชน” รถยนต์ไฟฟ้า ส่วนประเทศไทย ทางบริษัทจีนเน้นลงทุนใน “ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตที่รัฐบาลส่งเสริม และจีนยังเพิ่มการลงทุนในกิจการรถยนต์

ส่วนในมาเลเซีย พบว่าเอฟดีไอจากจีนเกือบ 80% มุ่งไปที่อุตสาหกรรมผลิต อย่างเช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การขนส่งและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ขณะที่ในเวียดนาม เงินลงทุนจีนไหลเข้าไปใน 18 เซ็กเตอร์ ในจำนวนนี้อยู่ในภาคการแปรรูปและอุตสาหกรรมการผลิตมากที่สุดกว่า 60%

จีนยังคงเดินหน้าตามแผน “มุ่งสู่ใต้” ต่อไปท่ามกลางแรงบีบจากทรัมป์ ล่าสุดนี้ผลักให้ 2 ประเทศจาก “ใต้” คือ อินเดียและจีน ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และเคยหมางเมินกันจากปัญหาพิพาทดินแดน หันมากระชับสัมพันธ์กัน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ไปเยือนอินเดีย 2 วัน เป็นครั้งแรกนับจากปี 2020 ปีที่สองฝ่ายมีการเยือนกัน

สำหรับอินเดียที่เคยเป็นพันธมิตรสหรัฐนั้น ยอมญาติดีกับจีนหลังจากถูกทรัมป์เล่นงานหนัก ขึ้นภาษีจาก 25% เป็น 50% สูงที่สุดในบรรดาประเทศอื่น ๆ โดยทรัมป์อ้างว่าเป็นการลงโทษอินเดียที่ยังซื้อน้ำมันจากรัสเซียที่กำลังรุกรานยูเครน หลังจากสองฝ่ายยังไม่บรรลุข้อตกลงการค้า เพราะอินเดียไม่ยอมเปิดตลาดภาคเกษตรให้กับสหรัฐ

ด้านสถานะของจีนกับสหรัฐ ล่าสุดทรัมป์ยอมขยายเวลา “พักรบ” การเก็บภาษีไปอีก 90 วัน หรือเป็นรอบที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้ขยายมา 90 วัน เริ่มตั้งแต่ 12 สิงหาคม ไปจนถึง 10 พฤศจิกายน 2025 ทำให้สองประเทศยังเก็บภาษีกันในอัตราหลักสิบ แทนที่จะเก็บหลักร้อยตามที่ประกาศตอบโต้กันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยจากนี้ไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน สหรัฐจะยังคงเก็บจีน 30% จีนเก็บสหรัฐ 10%