เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

‘พิชัย’ เปิดแผนลดขาดดุลการคลังเหลือ 3% เพิ่มรายได้รัฐ-หนุนดึงลงทุนเพิ่ม

29 ส.ค. 2568 | 13:45น.
พิชัย ชุณหวชิร

‘พิชัย’ เผยแนวทางการลดขาดดุลการคลังจาก 4% เหลือ 3% ชี้ต้องเพิ่มรายได้-บริหารทรัพย์สินรัฐ ดึงการลงทุนหนุนเศรษฐกิจเพิ่ม

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานสัมมนาวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประจำปี 2568 “Fiscal Transformation พลิกโฉมการคลังไทยสู่ความยั่งยืน” ว่าการจะไปสู่ความยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับสมดุลภายในก่อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและการคลังในระยะยาว

โดยปัจจุบันการคลังของประเทศยังไม่สมดุล ตัวชี้วัดคือระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่เพิ่มจากราว 48% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นประมาณ 65% หรือคิดเป็นยอดหนี้จาก 5 ล้านล้านบาท เป็น 12 ล้านล้านบาท ซึ่งยังมีช่องว่างในการสร้างหนี้เพิ่มได้อีก 5% หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ปัญหาสำคัญมาจากภาระขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขาดดุลงบประมาณ 4% กว่าของจีดีพี หรือราว 8.5 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่เป้าหมายใน 1-2 ปีข้างหน้าคือการลดขาดดุลเหลือ 3% ของจีดีพี ซึ่งไม่ใช่การลดหนี้ แต่ต้องเพิ่มรายได้ของภาครัฐให้ครอบคลุมรายจ่าย โดยมาจากแผนงานหลัก 2-3 แนวทาง ได้แก่

แนวทางที่ 1 การลดการขาดดุลไม่ได้หมายถึงการลดจำนวนการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำได้โดยการเพิ่มรายได้ของรัฐให้มากขึ้นด้วย จริง ๆ แล้ว หากไปลดการใช้จ่ายมากเกินไปก็จะกระทบต่อการลงทุนของภาครัฐ

“ปัจจุบันการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ยังมีไม่มากนัก ขณะเดียวกัน การปรับปรุงระบบราชการก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอยู่ดี ดังนั้น คำถามว่าลดขาดดุลได้หรือไม่ ผมยังเชื่อว่าเป็นไปได้” นายพิชัยกล่าว

ส่วนแนวทางที่ 2 ในการทำให้การขาดดุลลดลงเหลือประมาณ 3% จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับการจัดหารายได้ ซึ่งรายได้ของรัฐไม่ได้มาจากภาษีอย่างเดียว แต่ยังมาจากทรัพย์สินของรัฐที่มีอยู่ หากบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ อีกทั้งยังสามารถนำทรัพย์สินเก่าของรัฐบาลมาปรับรูปแบบ หรือสร้างมูลค่าใหม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกทำกัน

ดังนั้น การลดการขาดดุลลงต่ำ ๆ เป็นผลดีต่อการชะลอการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากประเทศพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าและต้องการการเติบโต การขาดดุลมากขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้ภาครัฐมีงบประมาณในการลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งการลงทุนภาครัฐแต่ละครั้งก็จะช่วยสนับสนุนและดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนด้วย โดยสิ่งสำคัญคือ การขาดดุลต้องมั่นใจว่างบประมาณที่ใช้ไปนั้น ลงในส่วนที่ช่วยเสริมการเติบโตของภาคเอกชนจริง ๆ

“ไทยจัดเก็บภาษีสุทธิอยู่ราว 15% ของจีดีพี ต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศที่มีลักษณะเศรษฐกิจคล้ายคลึงกันประมาณ 3% หากปรับเพิ่มได้ถึง 18% จะสามารถเพิ่มรายได้ภาครัฐได้ราว 6 แสนล้านบาท”

ขณะที่การขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% จะเป็นทางเลือกสุดท้ายหรือไม่ มองว่าการขยายเพดานหนี้ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย แต่เป็นมาตรการที่สามารถพิจารณาได้หากถึงเวลาจำเป็น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะพยายามรักษาระดับหนี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยการปรับปรุงรายได้และประสิทธิภาพการคลัง

นอกจากนี้ ยังต้องมีการปรับปรุงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สายส่งไฟฟ้าและทางด่วน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและลดภาระหนี้ เพื่อฟื้นฟูอัตราการลงทุนและเศรษฐกิจให้กลับไปสู่ระดับ 30-35% ของจีดีพี ต้องสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น

1.ที่ดิน โดยเปิดให้เช่าใช้ยาว 99 ปีผ่าน BOI และเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน

2.พลังงาน ซึ่งต้องเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ รองรับการลงทุนใหม่ พร้อมสนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์และไบโอแก๊ส ต้นทุนต่ำกว่า 3 บาท/หน่วย

3.น้ำ จะต้องจัดสรรน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมให้เพียงพอ ผ่านรัฐวิสาหกิจและนิคมอุตสาหกรรม

4.Ease of Doing Business จะต้องปรับปรุงกระบวนการอนุมัติ การออกใบอนุญาต และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ เพื่อให้นักลงทุนทำธุรกิจง่ายขึ้น

ทั้งนี้ การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) นอกจากจะเข้ามาประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปีแล้ว ยังช่วยสร้างการลงทุนต่อเนื่องของภาคเอกชนไทยอีกหลายล้านล้านบาท ซึ่งรวมถึงการพัฒนาซัพพลายเชนและอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถไฟฟ้า, Data Center, AI และคลาวด์

“ด้วยมาตรการเหล่านี้ หากสามารถดึงการลงทุนรวมทั้งภาครัฐและเอกชนกลับขึ้นไปถึง 30-35% ของจีดีพี จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกลับสู่เส้นทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง และสร้างการลงทุนต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ” รมว.คลังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย ชุณหวชิร