เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
World โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
Economic เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
Business นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
“ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Economic “ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
Politics มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
ดูทั้งหมด

พิชัย แจงปมเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐถึง 99% ยันไม่เคยเจรจา “Rare Earth”

27 ต.ค. 2568 | 19:44น.
พิชัย ชุณหวชิร

อดีตรองนายกฯ และรมว.คลัง หัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐรัฐบาลเพื่อไทย โพสต์ชื่นชมรัฐบาลปัจจุบันสานต่อหลักการเดิมเจรจาภาษี “ทรัมป์” พร้อมชี้แจงปมเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐถึง 99% ยันไม่เคยเจรจา “Rare Earth”

นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาการค้ากับสหรัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เป็นการอัปเดตความคืบหน้า และขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่สานต่อนโยบายตามแนวทางและหลักการเดิมของทีมเจรจาภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ทำความเข้าใจ แถลงการณ์ร่วมไทย–สหรัฐฯ ว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน (Framework for a United States–Thailand Agreement on Reciprocal Trade)

“ผมขอชื่นชมรัฐบาลปัจจุบันที่เดินหน้ายึดหลักผลประโยชน์ของประเทศที่มีประชาชนไทยเป็นศูนย์กลาง ตามหลักการเดิมที่ทีมเจรจาภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยได้วางรากฐานไว้
การประกาศแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทย กับสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันมายาวนาน และภายใต้กรอบความตกลงฉบับใหม่นี้ ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าหารือเชิงลึกเพื่อสร้างข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม สมดุล และยั่งยืน”

นายพิชัย ระบุว่า ขอย้ำว่า เอกสารฉบับนี้เป็นเพียง แถลงการณ์ร่วม มิใช่ข้อตกลงผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขั้นต่อไปยังต้องเจรจารายละเอียดของตัวความตกลง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอย่างเปิดเผย โปร่งใส เพื่อให้ผลประโยชน์ของประเทศ เกษตรกร และแรงงานไทยได้รับการคุ้มครองสูงสุด เราต้องการการค้าที่เติบโตพร้อมเกษตรกร แรงงาน และเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

“ในช่วงที่ผมเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย เราทำการบ้านอย่างรอบคอบ มีการร่วมมือกับภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมและเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อให้เงื่อนไขการเปิดตลาดและผลประโยชน์ที่จะแลกเปลี่ยนกันสามารถทำได้จริงและเอื้อต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ”

หลักการสำคัญของการเจรจา คือ ผลประโยชน์ร่วมและความเป็นธรรม (Mutual Benefit and Fairness) โดยไม่ใช่เพียงการเปิดตลาดสินค้า แต่รวมถึงโอกาสในการยกระดับมาตรฐานระบบเศรษฐกิจของไทย ให้โปร่งใส คล่องตัว และแข่งขันได้มากขึ้น เช่น

.• ปรับปรุงขั้นตอนศุลกากรและระบบใบอนุญาตให้มีความทันสมัยและลดการผูกขาด
• ยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและแรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
•ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ การสวมสิทธิ์สินค้า และการทุจริตในพิธีการทางการค้า
• ส่งเสริมมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่เป็นธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน

สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวถึงว่า “ไทยจะเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐฯ ถึง 99%” นั้นต้องเข้าใจว่า ในรายละเอียดยังมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ชัดเจน เช่น หลายรายการเปิดแบบ “ทยอย” หรือมี “โควต้า” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ปรับตัวก่อน และหลายกลุ่มสินค้า เช่น ผลไม้เมืองหนาว หรือผลิตภัณฑ์จากนม ก็เป็นสินค้าที่เราเปิดให้ประเทศอื่นอยู่แล้ว ขณะที่สินค้าบางประเภท เช่น รถยนต์พวงมาลัยซ้าย หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมบางชนิด แทบไม่มีตลาดในประเทศไทยอยู่ก่อน

ในทางกลับกัน ไทยเองก็จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรและพลังงานที่มีศักยภาพ เช่น

-ข้าวโพด กากถั่วเหลือง DDGS สำหรับอาหารสัตว์ที่ตลาดยังต้องการ และมีศักยภาพขยายตัวได้ มีตลาดรองรับ แต่ยังขาดวัตถุดิบ

-LNG และผลิตภัณฑ์พลังงาน ซึ่งสหรัฐฯ พร้อมส่งมอบในราคาที่เป็นธรรม

-การจัดซื้อเครื่องบิน Boeing เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบินของไทย

ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นไปภายใต้หลักการ “ไทยอยากซื้อ – สหรัฐอยากขาย – ต้องเป็นธรรมต่อไทย” พร้อมทั้งมีกลไกคุ้มครองเกษตรกร เช่น การกำหนด Import Window และสัดส่วนการนำเข้าต่อการรับซื้อผลผลิตในประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อภาคเกษตรกรรม

“เพราะเศรษฐกิจที่แข่งขันได้ เกิดจากกติกาที่เป็นธรรม ไม่ใช่การเปิดตลาดแบบไร้เงื่อนไข และความสัมพันธ์ทางการค้าไม่ใช่เรื่องใครได้ใครเสียทั้งหมด แต่เป็นความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมที่เป็นธรรม”

ส่วนประเด็น Rare Earth นั้น ขอยืนยันว่า ในช่วงที่ผมเป็นหัวหน้าคณะเจรจา ไม่เคยมีการหารือประเด็นนี้ในโต๊ะเจรจา และรัฐบาลควรตระหนักถึงมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น

แต่หากอนาคตไทยมีศักยภาพด้านนี้จริง ก็ถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส บนมาตรฐานสากล เพื่อไม่ให้ประเทศเสียประโยชน์ โดยมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

“สุดท้าย ผมขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่สานต่อเจตนารมณ์ของทีมเจรจาเดิม และหวังว่ากรอบความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ “ข้อตกลงการค้าที่เท่าเทียม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ร่วมกัน” เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย ชุณหวชิร ภาษีทรัมป์