เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยรับการแข่งขันยุคใหม่ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย อัตลักษณ์สินค้า และความยั่งยืน ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับอาหารสุขภาพ สินค้าแพลนต์เบส การผลิตคาร์บอนต่ำ และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น
การขับเคลื่อนครั้งนี้มีทั้งการเห็นชอบร่างมาตรฐานใหม่สำหรับ “ผำ” ซึ่งถูกวางตำแหน่งเป็น Superfood เพื่อผลักดันสู่ตลาดแพลนต์เบสและอุตสาหกรรมสุขภาพ การยกระดับ “น้ำปลาร้าบรรจุขวด” แบบภาคสมัครใจเพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและโอกาสส่งออก พร้อมเตรียมจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรสำคัญเพิ่มเติม เช่น กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ เสาวรส และไม้ล้อมกลุ่มปาล์ม ขณะเดียวกัน กรมการข้าวชวนชาวนาปรับระบบผลิตสู่ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ลดต้นทุน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมการแข่งขันในตลาดโลก
“ปิยะรัฐชย์” ประชุมมาตรฐานสินค้าเกษตร ดันสินค้าไทยสู่อัตลักษณ์สากล
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายรัฐ คลังแสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันในการพิจารณาขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวสู่อัตลักษณ์ระดับสากล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดโลก
ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างมาตรฐานใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงอย่าง “ผำ” หรือ Superfood เพื่อผลักดันเข้าสู่ตลาดแพลนต์เบสและอุตสาหกรรมสุขภาพ รวมถึงเห็นชอบร่างมาตรฐานน้ำปลาร้าบรรจุขวดแบบภาคสมัครใจ เพื่อยกระดับสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและพร้อมสำหรับการส่งออก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางประเมินความปลอดภัยอาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ และการชันสูตรโรคไข้หวัดนกตามหลักสากล ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
เตรียมมาตรฐาน “กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ” รับเทรนด์การค้าโลก
กระทรวงเกษตรฯ ยังเดินหน้าตอบโจทย์เทรนด์การค้าโลกยุคใหม่และการแข่งขันที่ยั่งยืน โดยเตรียมจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ เสาวรส และไม้ล้อมกลุ่มปาล์ม
การเตรียมมาตรฐานกุ้งทะเลคาร์บอนต่ำถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสะท้อนทิศทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารที่เริ่มผูกโยงกับประเด็นสิ่งแวดล้อม การลดคาร์บอน และความยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่เสาวรสและไม้ล้อมกลุ่มปาล์มเป็นอีกกลุ่มสินค้าที่สามารถใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสทางการค้า
พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกใบรับรองมาตรฐานบังคับให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถออกใบรับรองได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นภายใน 15 วัน เพื่อช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกับเกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐานได้ง่ายขึ้น
พัฒนา THRASFF โฉมใหม่ เชื่อมข้อมูลอาเซียน
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการพัฒนาระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหาร หรือ THRASFF โฉมใหม่ ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับอาเซียนและหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร
ระบบดังกล่าวจะช่วยยกระดับการติดตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารให้มีความรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศต่อสินค้าเกษตรของไทยได้อย่างครบวงจร
ในบริบทที่การค้าระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และข้อมูลประกอบการตรวจสอบมากขึ้น การมีระบบแจ้งเตือนและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษาความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย
ย้ำมาตรฐานต้องใช้ได้จริง ไม่เพิ่มภาระเกษตรกรรายย่อย
นางสาวปิยะรัฐชย์เน้นย้ำว่า การกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยไม่สร้างภาระต้นทุนส่วนเกินให้แก่เกษตรกรรายย่อย เพื่อให้มาตรฐานเหล่านี้เป็นเสมือนคู่มือการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรยุคใหม่และ Smart Farmer
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. พัฒนาตราสัญลักษณ์มาตรฐาน Q ให้มีอัตลักษณ์ระดับสากลที่จดจำง่าย และสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง
เป้าหมายคือการใช้ตรา Q เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืนของเกษตรกรไทยในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า มาตรฐานสินค้าเกษตรไทยไม่ได้ถูกวางไว้เพียงเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้า แต่ต้องเป็นกลไกเศรษฐกิจที่ช่วยให้เกษตรกรขายสินค้าได้ดีขึ้น เข้าถึงตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น และรับมือกับเงื่อนไขการค้าใหม่ ๆ ของโลกได้มากขึ้น
กรมการข้าวชวนชาวนาปรับสู่ “ข้าวคาร์บอนต่ำ”
อีกด้านหนึ่ง นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เชิญชวนชาวนาทั่วประเทศร่วมปรับเปลี่ยนสู่การผลิต “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ซึ่งเป็นแนวทางการทำนายุคใหม่ที่มุ่งลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับศักยภาพข้าวไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
นายอานนท์กล่าวว่า การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่การเพิ่มภาระให้เกษตรกร แต่เป็นการปรับวิธีการผลิตให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากขึ้น โดยมุ่งลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกร ควบคู่ไปกับการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตร
แนวทางสำคัญที่เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้ ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การจัดการฟางข้าวโดยไม่เผา การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมตามความต้องการของพืชและสภาพดิน และการจัดการศัตรูข้าวแบบผสมผสาน
มาตรการเหล่านี้เป็นวิธีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมี และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดในครั้งเดียว กรมการข้าวพร้อมหนุนองค์ความรู้
นายอานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกขั้นตอนในคราวเดียว แต่สามารถค่อย ๆ ปรับใช้ตามความเหมาะสมของพื้นที่และศักยภาพของแต่ละครัวเรือน
กรมการข้าวพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และให้คำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแปลงนาของตนเองได้อย่างมั่นใจ
ปัจจุบันหลายประเทศและตลาดผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม ดังนั้น การส่งเสริมการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำจึงเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ภาคการผลิตข้าวของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลก และรักษาความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว
“ข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่เป็นการพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้ใช้ทรัพยากรและปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อเตรียมความพร้อมของข้าวไทยต่อการแข่งขันและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก” นายอานนท์กล่าว
มาตรฐานคือแต้มต่อใหม่ของเกษตรไทย
ภาพรวมการขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้สะท้อนว่า “มาตรฐาน” กำลังกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานสินค้าอาหารสุขภาพอย่างผำ มาตรฐานสินค้าท้องถิ่นอย่างน้ำปลาร้าบรรจุขวด มาตรฐานสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำอย่างกุ้งทะเล หรือแนวทางการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ
โจทย์ของสินค้าเกษตรไทยในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการผลิตให้ได้ปริมาณมาก แต่ต้องผลิตให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ตรวจสอบได้ มีอัตลักษณ์ และสอดคล้องกับเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก
การยกระดับตรา Q ให้มีภาพจำระดับสากล จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและคู่ค้า ขณะเดียวกันต้องทำให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงมาตรฐานได้จริง โดยไม่ถูกผลักให้แบกรับต้นทุนสูงเกินไป
หากมาตรฐานสินค้าเกษตรสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่แปลงผลิต ระบบรับรอง ความปลอดภัยอาหาร การสื่อสารกับผู้บริโภค ไปจนถึงตลาดส่งออกได้ครบวงจร สินค้าเกษตรไทยจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มของสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในระยะยาว