ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับใหญ่เกณฑ์รับหุ้นเข้าจดทะเบียน เปิดทางธุรกิจ New Economy 10 อุตสาหกรรม พร้อมบริษัท BOI-EEC และบริษัทต่างชาติชั้นนำ ระดมทุนในตลาดหุ้นไทยง่ายขึ้น เพิ่ม Special Track-Secondary Listing หวังดันตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางระดมทุนระดับสากล มีผล 11 ก.ย. 2569
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียน เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย
โดยเปิดกว้างให้บริษัทในกลุ่ม New Economy บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ สามารถเข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจแห่งอนาคตเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนไว้ในระดับเดิม
“ตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความต้องการแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้จริง”
นายอัสสเดช กล่าวว่า การปรับเกณฑ์รับหลักทรัพย์ครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทย ตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี ระหว่างปี 2569-2571 ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนและเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป
สำหรับสาระสำคัญของเกณฑ์ใหม่ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน 1.เปิดทาง 10 อุตสาหกรรม New Economy ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับคุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม New Economy เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ หรือ Special Track สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC
10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย การเกษตรและอาหารขั้นสูง, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, การต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ, การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, ยานยนต์สมัยใหม่, การบินและโลจิสติกส์, ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, หุ่นยนต์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ Biotechnology, Nanotechnology, Digital Technology และ Advanced Material Technology
2.เปิดทางบริษัทต่างชาติใช้ Secondary Listing ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเกณฑ์สำหรับบริษัทต่างประเทศที่ระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้สอดคล้องกับความต้องการระดมทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงกำหนดให้หุ้นของบริษัทต่างประเทศมีปริมาณซื้อขายและสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยอย่างเพียงพอ ขณะที่บริษัทต่างประเทศซึ่งจดทะเบียนในประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ ก.ล.ต. ยอมรับ หรือ Unrecognized Country ยังคงต้องมีคุณสมบัติด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ การกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ Free Float และการเปิดเผยข้อมูล เช่นเดียวกับบริษัทไทย
และ 3.ปรับเกณฑ์ Silent Period ให้ใกล้มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังปรับเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียน หรือ Silent Period ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลา สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร หรือ Strategic Shareholders ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน