ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
การลงทุนตลาด ”ดาต้าเซ็นเตอร์” ในไทยพุ่งแรง ดันราคาที่ดินนิคมอุสาหกรรม พื้นที่อีอีซี สมุทรปราการ อยุธยา ปรับขึ้นก้าวกระโดดกว่า 50% จากไร่ละ 3.5 ล้าน เป็น 6-8 ล้าน
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนวิจัยตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซาวิลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การเร่งตัวของการลงทุน Data Center ในประเทศไทย ได้ส่งผลให้ความต้องการที่ดินนิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมด้านกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในทำเลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ราคาขายที่ดินในบางนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากกว่า 50% จากระดับราคาเดิม
“บางกรณีราคาปรับจาก 3.5-4 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 6 ล้านบาทต่อไร่ หรือจาก 4.5-5.5 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 8 ล้านบาทต่อไร่ ขณะเดียวกันที่ดินที่รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงและมีความชัดเจนด้านกำลังไฟฟ้าได้รับความสนใจจากผู้พัฒนา Data Center อย่างมาก แม้ราคาที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้น”
นายภัทรชัยกล่าวว่า จากการติดตามตลาดของ Savills Thailand พบว่า ที่ดินบางแปลงมีผู้ประกอบการ Data Center ให้ความสนใจและอยู่ระหว่างการรอจัดสรรหรือพิจารณาซื้อที่ดินมากกว่า 4-5 ราย สะท้อนถึงภาวะอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทานของที่ดินที่มีความพร้อมด้านพลังงาน โดยครึ่งแรกปี 2569 พบว่า อุปทานนิคมอุตสาหกรรมสะสมที่ได้รับการจัดสรรทั่วประเทศไทยมี 216,631 ไร่
ขณะที่พื้นที่สำหรับขายและให้เช่าสุทธิอยู่ที่ 144,736 ไร่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.24% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปีพ.ศ. 2568 สะท้อนถึงการขยายตัวของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้การเปิดตัวอุปทานใหม่จะเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้นตามภาวะตลาด
“ครึ่งแรกของปี 2569 มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยเปิดขายใหม่รวม 1,786 ไร่ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสมุทรปราการและพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และการเชื่อมโยงด้านคมนาคม ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐด้านการส่งเสริมการลงทุน จึงยังคงเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญสำหรับการขยายฐานการผลิตและการลงทุนของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับยอดขายที่ดินสุทธิในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,215 ไร่ โดยปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สอดคล้องกับการเข้าสู่ภาวะสมดุลของตลาดภายหลังจากอุปสงค์ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนของผู้ประกอบการจากประเทศจีน รวมถึงอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออก ส่งผลให้ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มทรงตัว หลังจากปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ตามแรงกดดันจากความต้องการที่ดินและต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมในไทย ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ Data Center โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะพื้นที่ในเขต EEC ซึ่งยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม การลงทุน และการขยายฐานการผลิตของประเทศไทยในระยะต่อไป
นายภัทรชัยกล่าวว่า ตลาด Data Center ในไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงปี 2567-2569 จากข้อมูลโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน พบว่าปี 2568 มีโครงการ Data Center ได้รับการส่งเสริมถึง 26 โครงการ จากจำนวนโครงการสะสมทั้งหมด 57 โครงการ หรือคิดเป็น 45.6% ของโครงการทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 811,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2567 ซึ่งมีจำนวนโครงการที่ได้รับการส่งเสริม 8 โครงการ สะท้อนให้เห็นถึงการเร่งตัวของการลงทุนในธุรกิจ Data Centerในประเทศไทยอย่างชัดเจน
ด้านทำเล กรุงเทพฯยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาด Data Center โดยมี 34 โครงการ จากทั้งหมด 76 โครงการทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 45% แต่จากข้อจำกัดด้านพื้นที่และความสามารถจัดสรรกำลังไฟฟ้าในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มมองหาทำเลทางเลือกนอกกรุงเทพฯมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับสูง มีระบบสาธารณูปโภคที่พร้อม และมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
