Skip to content

สนค. ชี้ 7 ปี สินค้าจีนเสี่ยงทะลักเข้าไทย ยานพาหนะ-อุปโภค-บริโภคพรึบ

04 ก.ย. 2568 | 16:22น.
สนค. ชี้ 7 ปี สินค้าจีนเสี่ยงทะลักเข้าไทย ยานพาหนะ-อุปโภค-บริโภคพรึบ

สนค.เผยผลการศึกษา “การวิเคราะห์การเบี่ยงเบนทางการค้า : กรณีการไหลทะลักของสินค้าจีนหลังสหรัฐกำหนดภาษีต่างตอบแทนจากไทย 19%” ผลการศึกษาพบว่าจีนเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ที่จะเบี่ยงเบนเส้นทางการค้าและส่งออกสินค้าทะลักเข้ามายังประเทศไทย พร้อมเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเตรียมการรับมือ

นางสาวณิชชาภัทร กาญจนอุดมการ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาความสามารถทางการแข่งขัน สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการศึกษา “การวิเคราะห์การเบี่ยงเบนทางการค้า : กรณีการไหลทะลักของสินค้าจีนหลังสหรัฐกำหนดภาษีต่างตอบแทนจากไทย 19%” โดย สนค.ทำการศึกษาวิเคราะห์โอกาสการเบี่ยงเบนเส้นทางการค้า (Trade Diversion) พิจารณาจาก 6 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. ช่องว่างอัตราภาษีและต้นทุน 2.โครงสร้างสินค้าและอุปสงค์ 3.ห่วงโซ่อุปทานและข้อตกลงการค้า 4.โลจิสติกส์และภูมิศาสตร์ 5.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยน 6.นโยบายกำกับและการบังคับใช้

ผลศึกษาพบว่าจีนยังคงเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะมีการไหลทะลักของสินค้าเข้ามาในไทย เนื่องจากมีส่วนต่างอัตราภาษีกับไทยมากที่สุดถึง 15% ประกอบกับแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐ ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) และการอุดหนุนจากภาครัฐที่ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ นอกจากนี้ ความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่เดิม และความสะดวกทางการค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ยิ่งเอื้อให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดไทยได้ง่ายขึ้น

“ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการวิเคราะห์การไหลทะลักของสินค้าจากดัชนีการไหลทะลักของสินค้า (Spill-Over Index) ยืนยันสถานการณ์การไหลทะลักของสินค้าจากจีน โดยค่าดัชนีได้พุ่งขึ้นจากระดับ 100 ในปี 2561 (ก่อนสงครามการค้าสหรัฐ-จีน) มาอยู่ที่ระดับสูงสุด 130 ในปี 2567 ภายในช่วง 7 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงการไหลเข้าของสินค้าจีนที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มยานพาหนะและส่วนประกอบ กลุ่มสินค้าภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค” นางสาวณิชชาภัทรกล่าว

นางสาวณิชชาภัทรกล่าวว่า เพื่อชี้เป้าสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง สนค.ได้พัฒนาระบบเตือนภัย (Warning System) ขึ้นโดยใช้ 3 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ (1) ส่วนแบ่งนำเข้าจากจีน (2) อัตราการขยายตัวของมูลค่านำเข้า และ (3) ช่องว่างราคานำเข้าจากจีนมากกว่าช่องว่างราคาจากโลก และจัดกลุ่มจำแนกตามความเสี่ยงการไหลทะลักของสินค้าจีนออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ สูง ค่อนข้างสูง เฝ้าระวัง ค่อนข้างเฝ้าระวัง และต่ำ

โดยผลการประเมินสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีน 1,149 รายการ พบว่าส่วนใหญ่ 904 รายการ สัดส่วน 78.7% อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ กลุ่มค่อนข้างเฝ้าระวัง 38 รายการ มี 24 รายการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง 17 รายการอยู่ในกลุ่มค่อนข้างสูง และอีก 166 รายการอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง ซึ่งสินค้ากลุ่มเสี่ยงไหลทะลักในระดับเฝ้าระวัง-สูง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุนและสินค้าอุตสาหกรรม แม้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตในเชิงต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่การพึ่งพิงการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากจีนในสัดส่วนที่สูงเกินไป ก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเปราะบางต่อความผันผวนของราคา นโยบาย และข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน สินค้าอุปโภคบริโภคที่แข่งขันโดยตรงกับผู้ผลิตในประเทศหลายรายการ เช่น สุรา กะหล่ำปลี เสื้อผ้า และเครื่องเรือนพลาสติก ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและรายย่อย

นางสาวณิชชาภัทรกล่าวอีกว่า สนค.ยังได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับการไหลทะลักของสินค้าจีน แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ที่เน้นการเฝ้าระวังเชิงรุก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และมาตรการระยะกลางถึงยาว ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย สนค.จะนำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งหมดเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นและข้อมูล ก่อนจะนำมาสู่การจัดทำยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์การไหลทะลักของสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนค. สินค้าจีนทะลัก