เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ดูทั้งหมด

‘เดนมาร์ก-ฝรั่งเศส’ ยืดอายุเกษียณจนคนลงถนน ถึงเวลาไทย ‘เออร์ลี่รีไทร์’ ราชการเชิงรุก

03 มิ.ย. 2569 | 16:52น.

กรณีศึกษา “ขยายอายุเกษียณ” ชวนย้อนรอยวิกฤตบำนาญจากฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ชนวนระเบิดเวลาทางสังคมที่ประชาชนปฏิเสธ “ประเทศไทย” หาทางออก มองเออร์ลี่รีไทร์ในบางหน่วยงานเพื่อรีเซ็ตโครงสร้างประเทศ

ล่าสุดที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งจัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) เพื่อลดจำนวนข้าราชการที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็นออก

ขณะเดียวกันรัฐบาลของบางประเทศก็กำลังแก้ปัญหา “สังคมสูงวัย” ด้วยการบังคับให้ประชาชนทำงานนานขึ้น ภาพเปลวเพลิงจากการประท้วงกลางกรุงปารีส และเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแรงงานทั่วโลกมีปรากฎให้เห็นอยู่เสมอๆ ซึ่งบางเหตุการณ์กลายเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า

“การขยายอายุเกษียณอาจเป็นฝันร้ายทางสังคมที่ประชาชนไม่ยอมรับ”

ลองหันกลับมามองกรณีศึกษาของประเทศฝรั่งเศสและประเทศเดนมาร์กที่เป็นเคสตัวอย่างในการออกนโยบายขยายอายุเกษียณดังต่อไปนี้

กรณีศึกษาฝรั่งเศส ชนวนเหตุความขัดแย้ง และการฝืนใจประชาชน

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “สิทธิในการพักผ่อน” และรัฐสวัสดิการสูงมาก ระบบบำนาญแบบเดิมจ่ายเงินให้ผู้เกษียณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้ข้าราชการและแรงงานฝรั่งเศสคุ้นเคยกับการเกษียณที่อายุ 62 ปี เพื่อไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และดูแลครอบครัวในขณะที่สุขภาพยังพอแข็งแรงอยู่

แต่ในปี พ.ศ. 2566 รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง มองเห็นตัวเลขสีแดงในบัญชีว่า กองทุนบำนาญจะขาดดุลมหาศาลหากไม่ทำอะไรเลย มาครงจึงใช้อำนาจพิเศษผ่านกฎหมายปฏิรูป ขยายอายุเกษียณขั้นต่ำจาก 62 ปี เป็น 64 ปี

อ้างอิงจากรายงานของ Reuters เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สหภาพแรงงานและข้าราชการนับล้านคนนัดหยุดงาน ประท้วงปิดเมือง รถไฟหยุดวิ่ง ขยะล้นเมืองปารีส เพราะประชาชนมองว่า

“รัฐบาลกำลังขโมยเวลาชีวิต 2 ปีที่มีค่าที่สุดไปจากพวกเขาเหล่านั้น”

และเป็นการผลักภาระให้คนทำงานต้องแบกรับความผิดพลาดทางการคลังของรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นสังคมยังวิเคราะห์ว่าการให้คนแก่อยู่ในตำแหน่งนานขึ้น จะยิ่งปิดกั้นโอกาสของเด็กจบใหม่ ส่งผลให้อัตราการว่างงานในกลุ่มเยาวชนพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อประชาชนและสังคมเลยแม้แต่น้อย

กรณีศึกษาเดนมาร์ก การผูกอายุเกษียณ

ทางด้านของประเทศเดนมาร์กก็ประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกัน โดยเดนมาร์กขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบบำนาญที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งติดอันดับท็อปของ Mercer Global Pension Index แต่เดนมาร์กใช้โมเดลที่ค่อนข้างโหดร้ายในมุมมองของแรงงาน คือ “การผูกอายุเกษียณไว้กับ Life Expectancy” ยิ่งทางการแพทย์ทำให้คนเดนมาร์กอายุยืนขึ้น รัฐบาลก็ยิ่งขยับอายุเกษียณสูงขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 67 ปี และคาดว่าจะพุ่งไปถึง 70-74 ปีในอนาคตสำหรับคนรุ่นใหม่

แม้เดนมาร์กจะไม่มีการประท้วงรุนแรงแบบฝรั่งเศส แต่มันสร้าง “ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ” อย่างรุนแรงในสังคม ประชาชนตั้งคำถามว่า ข้าราชการที่นั่งทำงานในออฟฟิศติดแอร์อาจจะทำงานจนถึงอายุ 70 ปีได้ แต่สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อย พนักงานสาธารณสุข หรือคนงานที่ต้องยืน เดิน ยกของหนักมาทั้งชีวิต ร่างกายพวกเขาคงเสื่อมสภาพไปพอสมควรตั้งแต่อายุเข้าปีที่ 60 แล้ว การบังคับให้พวกเขาอยู่ถึง 67 ปี จึงเท่ากับบังคับให้พวกเขาอาจทำงานจนตายคาหน้าที่ได้

ความกดดันนี้ทำให้รัฐบาลเดนมาร์กต้องยอมถอยครึ่งก้าว ออกโครงการ “Arne Pension” หรือก็คือ Early Retirement สำหรับผู้สูญเสียสมรรถภาพทางกาย ยอมให้กลุ่มคนที่ทำงานหนักมาเกิน 42 ปี เกษียณก่อนกำหนดได้ 1-3 ปี ซึ่งเป็นการยอมรับกลายๆ ว่า นโยบายยืดอายุเกษียณแบบเหมาเข่งนั้น “ใช้ไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ”

ทำไม “เออร์ลี่รีไทร์” อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับไทย

บทเรียนจากทั้งสองประเทศ ชี้ให้เห็นว่าการบีบให้คนทำงานจนแก่เฒ่าเพื่อประหยัดเงินของรัฐ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ทำลายโครงสร้างความสุขของสังคม ประเทศไทยเราก็กำลังเจอโจทย์สลับด้านอยู่ ณ ตอนนี้

หากไทยเลือกที่จะขยายอายุเกษียณเป็น 63 หรือ 65 ปีตามเทรนด์โลก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เราอาจจะได้ระบบราชการที่เต็มไปด้วยผู้สูงวัยที่ไม่ถนัดเทคโนโลยียุคใหม่ ค่าใช้จ่ายเงินเดือนขั้นสูงที่สูงลิ่ว และปิดโอกาสการบรรจุเด็กจบใหม่รุ่น Gen Z ที่มีทักษะ AI

แทนที่จะยืดอายุการเกษียณ ก็ทำการปฏิรูประบบราชการด้วยการ “ลดคน-ลดขนาด” ในหน่วยงานรัฐบางส่วนผ่านกลไกเออลี่รีไทร์เชิงรุกและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทน เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณระยะยาว

การดำเนินการเออร์ลี่รีไทร์จึงอาจไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อความอยู่รอดทางการคลังของรัฐบาลไทยเท่านั้น แต่มันคือการ “คืนเวลาชีวิต” ให้กับประชากรวัยเก๋า และ “คืนโอกาสการทำงาน” ให้กับคนรุ่นใหม่ด้วย ก่อนที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับระเบิดเวลาทางสังคมเฉกเช่นเดียวกับที่ฝรั่งเศสและเดนมาร์กเคยเผชิญมาในอดีต